4โจรเหิมปล้นทองหนัก300บ.

 

 

 

 
รัวอาก้าถล่มตร.เจ็บ ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดยิงใส่ซํ้า-เปิดทางหนี!โดนเด็กเจ็บด้วย4คนล็อก3หนุ่มเค้นสอบ

ล็อกทันควัน 3 ต้องสงสัยปล้นร้านทองกลางเมืองพัทยา หลังพบรถคนร้าย 2 คันจอดทิ้งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 15 กม. สอบเครียดเจ้าของรถและลูกชาย-ยังปฏิเสธ เผย 4 โจรพระกาฬปฏิบัติการอุกอาจ แบกอาวุธสงครามบุกปล้นร้านทองใกล้โรงพัก ไม่พูดพร่ำทำเพลงเปิดฉากยิงทันที-ตู้ทองแตกกระจาย กวาดทองรูปพรรณน้ำหนักกว่า 300 บาท มูลค่าประมาณ 5 ล้าน ก่อนซิ่งเก๋งวีออสหลบหนี โดยมีปิกอัพ 2 คันคอยคุ้มกัน ตำรวจระดมกำลังหลายโรงพักกว่า 100 นายออกไล่ล่า พร้อมเฮลิคอปเตอร์-พารามอเตอร์ แต่พลาดท่าถูกวายร้ายยิงใส่ด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 203 และอาก้า ส.ต.อ.บาดเจ็บ รวมทั้งเด็ก ๆ ถูกลูกหลงอีก 4 ราย


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 พ.ค. พ.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศิริมาก สารวัตรเวร สภ.ย่อยโค้งดงตาล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายบุกปล้นห้างทองเยาวราช ตั้งอยู่เลขที่ 406/339 ถนนพัทยา-หาดจอมเทียน หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จึงรายงานไปยัง พล.ต.ต.นิวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล รอง ผบช.ภ.2 พ.ต.อ.ธีรพล จินดาหลวง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รักษาการ ผกก.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวสูง 3 ชั้น ห่างจาก สภ.ย่อยโค้งดงตาล ประมาณ 300 เมตร พบนาง มลุนี มัณฑูรประยุกต์ อายุ 50 ปี เจ้าของร้าน และนางรุ่งทิวา อักษร อายุ 47 ปี ลูกค้า ในสภาพตื่นตระหนก ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกกระจายอยู่บนพื้นรวม 10 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้พบว่าบริเวณกระจกตู้โชว์ทองแตกกระจาย และสร้อยคอทองคำในถาดถูกกวาดไปประมาณ 4 ถาด

จากการสอบปากคำนางมลุนี ให้การว่า ขณะกำลังชั่งสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ที่นางรุ่งทิวา นำมาจำนำ ระหว่างนั้นได้มีรถเก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับมาจอดที่หน้าร้าน จากนั้นคนร้ายเป็นชาย 3 คน รูปร่างสูง ผิวขาว สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า และแต่งกายในชุดสีดำทั้ง 3 คน พร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก ปืนอาก้า 2 กระบอก บุกจู่โจมเข้ามาในร้านทอง แล้วกราดยิงใส่ประตูหลังเพื่อไม่ให้คนที่อยู่ด้านในออกมา และตะโกนบอกให้หมอบลงกับพื้น ก่อนที่จะใช้ปืนยิงกระจกตู้โชว์ทองจนแตกกระจาย แล้วจัดการกวาดทองคำใส่ กระเป๋าเป้ที่เตรียมมา

หลังจากนั้นคนร้ายทั้งหมดจึงวิ่งออกไปหน้าร้าน แล้วกราดยิงขึ้นฟ้าอีกหลายนัด พร้อมประกาศไม่ให้ใครติดตามไป และวิ่งไปขึ้นรถเก๋งที่เพื่อนอีกคนติดเครื่องยนต์รออยู่ ขับหลบหนีมุ่งหน้าออกถนนสุขุมวิทไปอย่างรวดเร็ว โดยมีรถปิกอัพฟอร์ด สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับติดตามไปอีกคัน ส่วนทองที่คนร้ายได้ไปประกอบด้วย สร้อยข้อมือหนัก 2 บาท 50 เส้น สร้อยคอหนัก 2 บาท 50 เส้น หนัก 1 บาท 50 เส้น หนัก 2 สลึง 60 เส้น รวมน้ำหนักทองรูปพรรณประมาณ 300 บาท มูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งคนร้ายใช้เวลาในการลงมือเพียง 1.38 นาทีเท่านั้น

ต่อมาตำรวจวิทยุสกัดจับ พบรถยนต์ของคนร้ายขับหลบหนีอยู่ในซอยชัยพฤกษ์ 2 มุ่งหน้าสนามกีฬาภาคตะวันออก จึงส่งรถยนต์สายตรวจออกไล่ล่า กระทั่งพบรถของคนร้าย แต่ทันใดนั้นคนร้ายที่นั่งอยู่ในรถเก๋ง ได้เปิดกระจกลงมาแล้วใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 203 ยิงใส่รถตำรวจ ถูกเข้าบริเวณหน้ารถด้านขวาจนรถกับห้องเครื่องยนต์พังเสียหาย รวมทั้งล้อยางหน้าทั้ง 2 แตก พร้อมกันนี้คนร้ายยังใช้ปืนอาก้ายิงใส่อีก 1 ชุด กระสุนถูก ส.ต.อ.สยาม โพธิ์งาม อายุ 38 ปี ผบ.หมู่งาน ป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ที่ขับรถตาม ไปติด ๆ เข้าที่ต้นขาขวา 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้สะเก็ดระเบิดเอ็ม 203 ยังไปถูกเด็ก ๆ ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คน ประกอบด้วย ด.ญ.เกษราพร บัวศรี อายุ 8 ขวบ ถูกสะเก็ดระเบิดที่ขาซ้าย ด.ญ.พิชาชาภา พันธุ์ชาติ อายุ 8 ขวบ ถูกสะเก็ดระเบิดที่ต้นขาขวา ด.ช.จามร เชื้อบางกู้ อายุ 14 ปี ถูกสะเก็ด ระเบิดที่ไหล่ขวา-ต้นขาขวา และ ด.ช.อกนิษบ์ ไชยพันธ์ อายุ 14 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ต้นขาขวา ทั้งหมดถูกนำตัวส่งรักษาที่ รพ.กรุงเทพพัทยา และ รพ.บางละมุง

ต่อมา พล.ต.ต.นิวัฒน์ ได้เรียกระดมตำรวจทั้งจาก สภ.เมืองพัทยา สภ.บางละมุง และ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี รวมจำนวนกว่า 100 นายเพื่อจัดทีมติดตามคนร้าย โดยนำเฮลิคอปเตอร์และพารามอเตอร์ขึ้นบินไล่ล่ากดดันคนร้าย กระทั่งไปพบรถเก๋งต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นของคนร้ายใช้ก่อเหตุ ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กน 4889 ชลบุรี จอดอยู่ที่หน้าบ้านของ นายประเสริฐ เปรมปรีดิ์ อายุ 50 ปี ในซอยสำนักสงฆ์สายสุคนธ์ หมู่ 5 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง อยู่ห่างจากร้านทองที่เกิดเหตุประมาณ 15 กม. และพบรถปิกอัพฟอร์ด สีดำ ทะเบียน พย 8981 ระยอง จอดอยู่ที่หน้าบ้านเลขที่ 154 หมู่เดียวกัน ของนายมังกร กลิ่นดี อายุ 54 ปี ในลักษณะเพิ่งขับเข้ามาจอด เพราะฝากระโปรงรถยังร้อนมาก เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ตรวจสอบ นอกจากนี้ยังพบ นายเกษม กลิ่นดี อายุ 32 ปี ลูกชายของนายมังกร เดินออกมาจากป่าละเมาะท่าทางมีพิรุธ จึงควบคุมตัวไว้สอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัย แต่เบื้องต้นนายเกษมยังให้การปฏิเสธ ไม่รู้ไม่เห็นใด ๆ ทั้งสิ้น

ในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า รถทั้งสองคันดังกล่าวเป็นของนายประเสริฐและนายมังกร รวมทั้งเป็นที่ยืนยันแล้วว่ารถทั้งสองคันเป็นรถที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุปล้นร้านทอง เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวนายประเสริฐและนายมังกร เจ้าของรถมาสอบสวนอย่างเคร่งเครียดในฐานะผู้ต้องสงสัย ซึ่งทั้งสองยังให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องเช่นกัน และล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัว นายกมล ยังไม่ทราบนามสกุล มีบ้านพักอยู่ที่ตลาดหนองมน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี มาสอบสวน เนื่องจากมีการตรวจพบว่า ทันทีที่เกิดเหตุปล้นร้านทองนายกมลได้โทรศัพท์เข้ามือถือของนายเกษม

สำหรับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า หลังจากกลุ่มคนร้ายขับรถเก๋งวีออสหลบหนีมาจอดไว้หน้าบ้านพักของนายประเสริฐ ทั้งหมดก็ได้วิ่งไปขึ้นรถปิกอัพ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่มีคนร้ายอีกคนขับมาจอดรอรับ แล้วพากันขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าออกถนนสายยุทธศาสตร์ 331 ซึ่งต่อมาตำรวจได้กระจายกำลังกันตั้งด่านปิดล้อมเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้หลบหนี แต่ก็ไร้วี่แวว

รอง ผบช.ภ.2 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านทองที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายมีความชำนาญในการใช้อาวุธสงคราม และมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าหลายวันโดยทำทีมาดูลาด เลา เพราะเมื่อสองวันก่อนมีคนโทรศัพท์เข้ามาถามเจ้าของร้านทองดังกล่าวว่ามีการปล้นร้านทองหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นการปล่อยข่าวเพื่อดูท่าทีของตำรวจ ก่อนจะลงมือปฏิบัติการ โดยใช้รถยนต์เก๋งขับมาจอดที่หน้าร้าน เพื่อให้คนร้ายลงไปก่อเหตุ และมีรถปิกอัพอีกจำนวน 2 คันเป็นรถคอยคุ้มกัน ก่อนที่จะไปสับเปลี่ยนรถเพื่อหลบหนี ซึ่งคาดว่าคนร้ายในคดีนี้น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 5 คน ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวจะได้ทำการสอบปากคำ เพื่อหาเบาะแสในการติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป.

ที่มา dailynews.co.th

 {mosloadposition user26} {mosloadposition user27}
 {mosloadposition user28}