ย้อนชม 'หนังกลางแปลง...หนังขายยา' มหรสพภาพยนตร์ใจกลางเมือง

 

 

 

ในความหลากหลายของมหรสพภาพยนตร์ที่ปรากฏนับแต่อดีตซึ่งไม่ว่าจะเป็น หนังเงียบหนังกลางแปลง หนังขายยาหรือหนังเร่ ฯลฯ ที่ให้ความบันเทิงอยู่เคียงคู่กับสังคมมา ยาวนาน

จากการพัฒนาก้าวไปของเทคโนโลยี หนังบางชนิดเริ่มห่างหายหาโอกาสชมได้ยากมากขึ้นในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจาก เทศกาลศิลปวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นใจกลางเมือง บางกอก...กล๊วย... กล้วย!! ศิลปะภาพยนตร์นับเป็นศิลปะร่วมสมัยอีกหนึ่งแขนงที่จะถ่ายทอดวิถีชีวิตศิลปวัฒนธรรมไทยให้ได้ศึกษาสัมผัสซึ่งตลอดช่วงเทศกาล บริเวณลานหน้าสยามดิสคัฟเวอรี่ มูลนิธิหนังไทย หอภาพยนตร์แห่งชาติได้ ร่วมกันรวบรวมนำวัฒนธรรม การชมมหรสพภาพยนตร์แบบไทย ๆ ที่เริ่มห่างหายไม่ว่าจะเป็น การฉาย การพากย์ในรูปแบบหนังขายยา จัดแสดงรถฉายหนังขายยา ภาพยนตร์กลางแปลงหลากเรื่องในอดีตทั้งหนังเงียบ หนังสารคดี หนังทดลอง ฯลฯ นำบรรยากาศการชมภาพ ยนตร์วันวานกลับมาให้ใกล้ชิดเรียนรู้ร่วมกันอีกครั้งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ขณะที่ประวัติภาพยนตร์ไทยเริ่มต้นขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่หากย้อนกลับไปที่วิวัฒนาการภาพยนตร์ โดม สุขวงศ์ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ภาพยนตร์ หอภาพยนตร์แห่งชาติ กรมศิลปากร ให้ความรู้ว่า หนังมีการสืบทอดมาตั้งแต่มนุษย์ยุคถ้ำซึ่งเมื่อ มนุษย์ค้นพบไฟเห็นแสงเงา มีการเล่นไปกับแสงเงาเหล่านั้นก็มีการพัฒนามาเป็นหนัง อย่างหนังใหญ่ หนังตะลุงของไทยต่าง ก็เกิดมาจากการเล่นแสงเงา และในการเล่นแสงเงานี้ก็มีอยู่ ทั่วโลก

เมื่อการเล่นแสงเงามีภาพปรากฏเคลื่อนไหวเหมือนเป็นสิ่งวิเศษ จากการเล่นแสงเงาก็ค่อย ๆ พัฒนามาเป็นของเล่นที่เกี่ยวกับแสงเงา การเขียนภาพใส่ในกระจกมีตะเกียงใส่เลนส์ฉายขึ้นจอแรก ๆ อาจดูนิ่ง แล้วก็มีการพัฒนาให้เคลื่อนไหวได้ จากนั้นพัฒนามาเป็นอุตสาห กรรมซึ่งก็เกิดการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว มีการประดิษฐ์ฟิล์มแล้วก็ถ่ายภาพลงบนฟิล์มมีทั้งภาพ นิ่ง ภาพเคลื่อนไหวซึ่งผู้ที่ประสบความสำเร็จเป็นผู้ค้นคิดได้คือ โทมัส เอดิสัน นักประดิษฐ์ที่มีผลงานมากที่สุดท่านหนึ่ง

“ภาพยนตร์หรือที่เรียกกันว่า หนัง จากที่เอดิสันซึ่งเป็นคนแรกที่ถ่ายภาพลงบนฟิล์มแล้วเห็นถึงการเคลื่อนไหวได้ซึ่งหนังของเอดิสันไม่ได้ฉายขึ้นจอแต่จะเล่นอยู่ในตู้ไม้ มีช่องให้คนได้มองเข้าไป การดูก็จะหยอดเหรียญซึ่งหนังที่อยู่ในตู้จะเป็นเรื่องสั้น ๆ โดยเฉลี่ยไม่เกิน 1 นาทีเรียกสิ่งนี้ว่า ถ้ำมอง ให้คนที่อยากรู้อยากเห็นได้มองดูช่องหรือรูข้างกล่องเพื่อให้หายสงสัยว่าอะไรอยู่ในกล่อง

แต่ต่อจากยุคนั้นมาก็มีการเปลี่ยนแปลง มีคนคิดค้นต่อไปจากเอดิสันทั้งในประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี แต่ที่ประสบความสำเร็จมากสุดคือ ตระกูลลูมิแอร์ ชาวฝรั่งเศส ที่คิดค้นกล้องถ่ายและฉายภาพ ยนตร์ในตัวเดียวกัน หลังจากทดลองนำภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกไว้ฉายในปี 2438 ครั้งนั้นก็ได้ทำให้ความหมายของคำว่า ภาพยนตร์ สมบูรณ์ขึ้น”

ความเคลื่อนไหวของภาพยนตร์ยังคงมีต่อเนื่องและจากหนังที่นักประดิษฐ์หนังไม่คาดคิดว่าจะสามารถเติบโตเฟื่องฟูกลายมาเป็นมหรสพของโลกได้ ทั้งนี้ด้วยเพราะว่าผู้ที่ประดิษฐ์หนังยุคนั้นคิดเพียงว่า หนังเป็นแค่ของเล่น เป็นสินค้า เป็น แฟชั่น อีกทั้งนักประดิษฐ์ที่สามารถนำหนังฉายขึ้นจอได้คิดว่าหนังอยู่ได้ไม่นาน เมื่อดูจบไปก็คงไม่มีใครอยากจะดูอีก แต่แล้วผิดคาดปรากฏว่ากลายเป็นสิ่งที่คนตื่นเต้นกับสิ่งนี้

จากที่ถ่ายอะไรที่เคลื่อนไหวได้ไม่ว่าจะเป็น 1 นาทีหรือครึ่งนาที ต่อมาก็ขยายเป็นเรื่องราวเป็นละคร จากไม่ถึงนาที กลายมาเป็น 10 นาที 20 นาทีจวบถึงเป็นชั่วโมง รวมทั้งเริ่มมีคนคิดทำโรงละครสถานที่จัดฉายหนังโดยเฉพาะขึ้น ซึ่งต่อมาก็มีโรงหนังเฉพาะการชมภาพยนตร์เกิดขึ้นขยายไปทั่วโลก

ส่วน หนังขายยา หนังกลางแปลง การฉายหนังกลางแจ้งที่ไม่ต้องอาศัยโรงหนังที่มีการกล่าวถึงการจัดฉายในบ้านเรานั้นพบว่ามีมายาวนานนับแต่ครั้งที่หนังเข้ามาฉายในสมัยแรก ๆ และจากการแสดง กล้องรูเข็ม โรงถ่ายยุคแรก หนังเร่ หนังกระโจม หนังกระโปรง พร้อมไปกับการฉายหนังกลางแปลงใจกลางเมืองในเทศกาลศิลปวัฒนธรรมครั้งนี้ได้ขยายเรื่องราวของ หนังให้เห็นภาพชัดขึ้น โดยเฉพาะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กิจการฉายหนังกลางแปลงเฟื่องฟูขึ้น เนื่องมาจากการเร่งรัดพัฒนาชนบท การขายสินค้าอุปโภคบริโภค การนำหนังใส่เรือหรือรถยนต์ไปฉายกลางแปลงในท้องถิ่นทั่วประเทศเป็นกิจการที่ได้ผลดี

ในการฉายหนังกลางแปลงและขายสินค้าที่นิยมสุด คือ การขายยา ชาวบ้านจึงเรียกขานติดปากกันว่า หนังขายยา แต่ต่อมาเมื่อมีกฎหมายห้ามเร่ขายยา หนังขายยาจึงต้องเปลี่ยนไปขายสินค้าอย่างอื่นและสุดท้าย ค่อย ๆ ห่างหายไปเมื่อโทรทัศน์เริ่มแพร่หลายความเจริญเข้าไปถึงทุกตำบลหมู่บ้าน

นอกจากความเคลื่อนไหวของหนังกลางแปลง หนังขายยาที่กล่าวมาในเสน่ห์ที่ยังคงชวนจดจำ คุณโดม บอกเล่าประสบการณ์ย้อนถึงการชมหนังขายยาว่า บ้านเราเป็นเมืองร้อนวิถีชีวิตส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้ง หลากหลายกิจกรรมจึง เกิดขึ้นกลางแจ้ง เช่นเดียวกับหนังเมื่อเริ่มเข้ามาแม้จะฉายที่โรง แต่ก็มีการนำหนังออกมาฉายในชนบทซึ่งก็ไม่ได้มีโรงเรือนอะไร

จากหนังกลางแปลงที่ปรากฏมีหลายอย่างทั้ง หนังล้อมผ้า เป็นหนังกลางแปลงอย่างหนึ่งที่จะล้อมรั้วด้วยผ้าหรือ ทางมะพร้าว ฯลฯ จะมีการจำหน่ายตั๋ว ฉายในที่โล่งไม่ว่าจะเป็นลานวัด สนามที่โล่งต่าง ๆ นอกจากนี้ก็จะมีหนังกลางแปลงที่มีเจ้าภาพจัดฉายในงานบุญงานบวช หนังขายยา เป็นหนังกลางแปลง อย่างหนึ่งที่ไม่เก็บค่าชม

“หนังประเภทนี้ชื่อก็ค่อนข้างบ่งบอกถึงบุคลิกของหนังชัดเจน อย่างที่บอกนอกจากจะมีการฉายหนังแล้วก็มีการขายยาอยู่ด้วย ซึ่งลักษณะของหนังขายยานั้นจะมีรถจอดบอก กล่าวให้คนมาซื้อสินค้าต่าง ๆ ที่นำมาเสนอซึ่งก็ไม่ได้มีแต่ยา มีทั้งเครื่องดื่ม สินค้าหลากหลายทั้งน้ำมันใส่ผม ยาสีฟัน แป้ง ผงซักฟอก ฯลฯ แต่ที่เรียกหนังขายยานั้นก็เพราะยาเป็นสินค้าที่ทำรายได้ให้นั่นเอง”

ก่อนฉายหนังขายยาในช่วงกลางวันก็จะมีรถแห่บอก กล่าว และนอกจากเส้นทางรถยนต์บางหมู่บ้านที่ไม่มีถนนเข้าถึงก็จะใช้เส้นทางน้ำใช้เรือ ส่วนหนังที่จะนำมาจัดฉายเป็นหนังทั่วไปมีทั้งหนังไทย หนังฝรั่ง หนังจีน หนังเบ็ดเตล็ด ฯลฯ ซึ่งรถขายยาจะมีเครื่องขยายเสียง ไมโครโฟนและสิ่งที่ดึงดูดคนมาชมเป็นเรื่องของการพากย์และทุกครั้งที่มีหนังกลางแปลง หนังขายยามาให้ได้ชมในกลุ่มเด็ก ๆ แทบจะไม่อยากเรียนหนังสือจะตั้งตารอให้ค่ำไว ๆ เพื่อจะได้ดูหนังกลางแปลง

นอกจากภาพยนตร์ที่มีมนต์เสน่ห์บรรยากาศการขาย ของไม่ว่าจะเป็น ถั่วต้ม อ้อยควั่น ข้าวเกรียบว่าว ลูกชิ้นปิ้ง ปลาหมึกย่าง ยังสร้างสีสันบรรยากาศให้กับการชมหนังกลางแปลงเสมือนเป็นงานรื่นเริงสร้างความสุขให้กับผู้ชม อีกทั้งบางทีมีหนังขายยามาตั้งจอในที่เดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย การฉายหนังก็จะประชันกันซึ่งเป็นอีกสีสันเสน่ห์ของการชมหนังกลางแปลง

ในปัจจุบันด้วยความแพร่หลายของโทรทัศน์ เทคโนโลยีที่ทันสมัยหลากหลายรูปแบบที่มีให้เลือก มหรสพรูปแบบนี้จึง เปลี่ยนไปตามวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง การจัดฉายภาพยนตร์นำเสนอเรื่องราวของมหรสพภาพ ยนตร์ไทยให้เรียนรู้เข้าใจจึงมีความหมายต่อการสั่งสมความรู้ ซึ่งภาพยนตร์ถือเป็นศิลปะร่วมสมัยอย่างหนึ่งแม้จะมีเกิดขึ้นมายาวนาน

แต่ที่ผ่านมายังคงมีการสร้างสรรค์ศิลปะอย่างต่อเนื่องและจากส่วนหนึ่งของสีสันบรรยากาศการชมมหรสพภาพ ยนตร์ที่นำกลับมาครั้งนี้ นอกจากบรรยากาศวันวานที่ชวนให้รำลึกนึกถึงหนังกลางแปลง รถหนังขายยาที่ปรากฏยังพร้อมบอกเล่าประวัติภาพยนตร์ของไทยที่มีคุณค่าให้สัมผัส ต่อเติมเพิ่มพูนประสบการณ์ในวันวานเชื่อมโยงปัจจุบันอย่างใกล้ชิด.

พงษ์พรรณ บุญเลิศ
ที่มา dailynews.co.th

 {mosloadposition user26} {mosloadposition user27}
 {mosloadposition user28}