เยือนบ้านเกิดโปรตอนที่แดนเสือเหลือง ลองสมรรถนะ "โปรตอน นีโอ" ในสนามทดสอบ

 

 

 

 

เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปกับบริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด ในเครือพระนครยนตรการหรือพีเอ็นเอ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โปรตอน (PROTO N) ค่ายรถยนต์แห่งชาติมาเลเซีย เพื่อทำการทดสอบสมรรถนะรถยนต์โปรตอน รุ่นนีโอ รวมทั้งเยี่ยมชมไลน์การผลิตในโรงงานประกอบรถยนต์โปรตอนถึงบ้านเกิด ณ แดนเสือเหลือง มาเลเซีย

กำหนดการเดินทางคือวันที่ 27-30 ม.ค. และแน่นอนไฮไลต์สำคัญของทริปก็คือการขับทดสอบรถโปรตอน รุ่นนีโอ ณ PROTON Center Of Excellence (COE) สำนักงานใหญ่รถยนต์โปรตอน

ช่วงเช้าเป็นการเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่โปรตอน ศูนย์วิจัยและพัฒนา และรับฟังการบรรยายถึงความเป็นมาและสถานการณ์ของรถยนต์โปรตอน ในช่วงบ่ายก็เป็นการขับรถทดสอบรถโปรตอน นีโอในแทรคแบบวงรีหรือโอวอล ขับวนซ้ายระยะทางรวมประมาณ 3 กิโลเมตร

ก่อนเริ่มกิจกรรมขับทดสอบ ทีมแข่งรถของโปรตอน อาร์3 ก็ได้แสดงโชว์การขับรถดริฟท์ด้วยรถรุ่นตกแต่งพิเศษสไตล์อาร์3 ซึ่งย่อมาจาก Race Rally Reserch โดยเอารถยนต์โปรตอนรุ่นนีโอ และเจนทู มาปรับแต่ง แถมยังให้สื่อมวลชนได้ทดลองความแรงได้ (ผมก็ลองดู มันส์สุดๆ) นอกเหนือจากการขับรถทดสอบรุ่นนีโอ ซึ่งเป็นรถแบบมาตรฐานเดิมๆ

สำหรับการขับทดสอบเจ้านีโอ ทีมงานโปรตอนจัดเตรียมรถไว้ 6 คัน เกียร์อัตโนมัติ 4 คัน มีเกียร์ธรรมดา 1 คัน

โปรตอน นีโอ เป็นรถยนต์ขนาดคอมแพคท์ 3 ประตูแฮทแบ็ค รูปโฉมกะทัดรัด เหมาะสำหรับเป็นรถครอบครัวและใช้งานในเมือง เรื่องการดีไซน์นั้นเป็นความร่วมมือกันระหว่างทีมวิศวกรโปรตอนและโลตัส ค่ายรถสปอร์ตชื่อดังสัญชาติอังกฤษ ที่ทางโปรตอนเข้าไปซื้อกิจการ

หน้าตาของ นีโอมีกลิ่นไอของความสปอร์ต ด้วยช่องดักอากาศขนาดใหญ่ กระจังหน้าแบบตาข่ายมีโลโก้เสือเหลืองรูปสามเหลี่ยมของโปรตอน ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ 4 ดวง บนกระโปรงหน้ารถมีเส้นสายโค้งนูนที่ต่อมาจากกระจังหน้าดูทันสมัย ด้านข้างมีสันนูนสูงสไตล์รถยุโรปพร้อมกาบข้างประตูยาว ซุ้มล้อทั้ง 4 โป่งนูนดูดุดัน

ด้านท้ายโดดเด่นด้วยท่อไอเสียติดตั้งกลางตัวรถด้านท้าย เจาะเป็นช่องขนาดใหญ่ออกมาใต้กันชนท้าย มีช่องระบายอากาศขาดยาวเหนือท่อไอเสีย ไฟท้ายอยู่ในระดับสายตา และสปอยเลอร์หลังที่รับกับบานประตูท้าย ช่วยเสริมอารมณ์สปอร์ตให้คุกรุ่นได้แบบเล็กๆ

ภายในห้องโดยสารดีไซน์เรียบง่ายสมราคา แบบ 5 ที่นั่ง เบาะนั่งผ้ามีปีกออกมาโอบกระชับดีในตำแหน่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า แผงคอนโซลนั้นดูไม่รก ช่องแอร์วงกลมตามสมัยนิยม เครื่องเสียงแบบ 1 DIN ของบลาวฟุ้ง พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย ปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศเป็นแบบวงกลมเรียงแนวตั้ง

ขนาดห้องโดยสารนั้นอยู่ในระดับเหมาะกับการใช้งาน ตัวผมเองสูง 179 ซม. ในตำแหน่งคนขับที่ต้องสวมหมวกนิรภัยแบบไม่เต็มใบเพื่อความปลอดภัย หัวของผมชนเพดานแล้วก็ติดขัดนิดหน่อย ใช้เวลาปรับเบาะนั่งอยู่นาน มุมมองจากกระจกแต่ละบานในตำแหน่งคนขับทำได้พอใช้ แต่ก็รับได้ในฐานะที่ไม่เคยชินรถ สำหรับการขับเป็นครั้งแรก เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 60 : 40 เพิ่มเนื้อที่บรรทุกสัมภาระ

'นีโอ' ใช้เครื่องยนต์เบนซิน  ขนาด 1.6 ลิตร หัวฉีดมัลติพอยท์  ให้กำลังสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 148 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ข้อมูลในเอกสารบอกสมรรถนะว่า ทำความเร็วสูงสุดในรุ่นเกียร์ธรรมดา 190 กม./ชม. และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 185 กม./ชม. สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม.ในเวลา 10.7 วินาทีสำหรับเกียร์ธรรมดา และ 13 วินาทีในเกียร์อัตโนมัติ ส่วนเรื่องอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 14-16 กม./ลิตรเมื่อทำการขับด้วยความเร็ว 90 กม./ชม.

มิติตัวรถ กว้างxยาวxสูง 1,710x3,905x1,420 มม. ฐานล้อยาว 2,440 มม.โอเวอร์แฮงค์ หน้า 825 มม.หลัง 640 มม. พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก ระบบกันสะเทือนหน้าแมคเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลัง แบบมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน และดิสก์เบรกหลัง ขนาดยาง 195/50 อาร์ 16 ล้ออัลลอย 16 นิ้วลดลายใบพัด

ผมลองขับโปรตอน นีโอ รุ่นเกียร์อัตโนมัติดูก่อน ใช้ความเร็วไม่สูงมาก ประกอบกับทางตรงก็ไม่ยาวนัก และมีรถคันอื่นๆ ร่วมแทรคด้วย เพื่อรักษาระยะห่างและไม่ขับแซงกันในแทรค นีโอทำความเร็วระดับ 130 กม./ชม. อาการรถนิ่งดีครับ เสียงลมก็ไม่ดังเกินไปรับได้กับรถระดับนี้ ส่วนในโค้งที่แทรคเอียงทำองศารับไว้ผมว่าเจ้านีโอทำได้ดี ความรู้สึกต่างๆ ที่รับรู้ได้จากเบาะและพวงมาลัยเรียกได้ว่าขับสนุกเลยทีเดียว

ในรุ่นเกียร์ธรรมดา ขับสนุกกว่า เสียงเครื่องยนต์ระหว่างลากเกียร์ให้ความรู้สึกดี หลังจากลองจับรุ่นเกียร์อัตโนมัติอีกหลายรอบ ผมก็บอกกับตัวเองว่าชอบตัวเกียร์ธรรมดามากกว่า

โปรตอน นีโอราคาเริ่มต้นที่ 4.99 แสนบาท เท่าที่ดูๆ ราคาขายในบ้านเราจะต่ำกว่าที่มาเลเซีย แต่การซื้อรถยนต์ไม่ได้จบแค่วันแรกที่รับรถมาขับ ต้องมีเรื่องบริการหลังการขายและบำรุงรักษาเรื่องสมรรถนะความคงทนระยะยาวตามมา ถ้าอย่างไรเสียท่านที่สนใจควรศึกษาข้อมูลของรถ ไปทดลองขับที่โชว์รูม  ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อรถได้ไม่บ่อยครั้งในชีวิต

ปล.เสียดายวันที่ 23 กุมภาพันธ์อดร่วมเดินทางไปกับโอเคเนชั่น ที่สระแก้วบ้านเกิด เพราะติดภาระกิจงานโตโยต้า สปอร์ต เดย์ กระผมเป็นผจก.ทีมฟุตบอลนักข่าว เสียดายจัง

ที่มา http://www.oknation.net/blog/print.php?id=211124