"ฮอนด้า แจ๊ซ" คุ้ม...ยิ่งกว่า...คุ้ม

 

 

 

รถยนต์ รถมือสอง

ผมกล้าจั่วหัวแบบนี้ เพราะผมไปทดลองขับ "แจ๊ซ" ใหม่ตัวนี้มาแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งทาง บริษัทฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เขาจัดให้ได้สัมผัสกันอย่างเต็มอิ่มเกือบทุกสภาพถนน ส่วนใหญ่เป็นเส้นทางรอบตัวเมืองเชียงราย ซึ่งผู้สื่อข่าวหลายท่านลงความเห็นว่า "เยี่ยม"



ต้องบอกตามตรงว่า "ชอบ" ครับ ไม่คิดว่ารถซิตี้คาร์คันเล็กๆ ราคาชวนซื้อแบบนี้จะให้อะไรหลายๆ อย่างได้มากมายขนาดนี้ มีเพื่อนสื่อมวลชนหลายคนครับ พอเสร็จสิ้นการทดสอบก็ตรงเข้าไปสอบถามคนฮอนด้าว่า ซื้อวันนี้จะได้รถเมื่อไหร่ ? บอกกันตรงนี้เลยครับว่า อย่างน้อยต้องมี 2 เดือน เพราะฉะนั้นถ้าอ่านบททดสอบนี้แล้วชอบเหมือนผม ก็ควรรีบไปทดลองขับด้วยตัวเองซะเดี๋ยวนี้เลย



ฮอนด้า "แจ๊ซ" ใหม่ได้รับการออกแบบโครงสร้างตัวถังที่ดูแล้วรู้สึกพุ่งทะยานไปข้างหน้า ไฟหน้ามีขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมกับรูปทรงที่สวยโดดเด่น กระจังหน้าเพิ่มความเป็นสปอร์ตทำให้รู้สึกถึงความมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ



จุดสูงสุดของแนวหลังคาถูกออกแบบให้ย้ายไปอยู่ทางด้านหลัง พร้อมทั้งมีแนวเส้นหลังคาที่เริ่มจากจุดสูงสุดนั้นต่อเนื่องมายังด้านหน้าของตัวถังเพิ่มความรู้สึกที่โฉบเฉี่ยว ด้านท้ายดูแข็งแกร่งและกระฉับกระเฉงด้วยการออกแบบประตูท้ายที่ดุดันต่อเนื่องมาจาก บังโคลนหลัง ไฟท้ายออกแบบให้รวมเป็นชิ้นเดียวแบบ 3 มิติ โดยออกแบบให้ไฟเลี้ยวและไฟถอยมีลักษณะนูนออกมาจากโคมไฟ

จุดเด่นของรถเล็กคือการดีไซน์ให้ห้องโดยสารกว้าง และเขาก็ทำได้จริงๆ ด้วยการลดขนาดห้องเครื่องยนต์ เพิ่มความกว้างของระยะห่างระหว่างล้อ และลดขนาดส่วนท้ายเพื่อให้มีพื้นที่ห้องโดยสารเหลือเฟือ ถังน้ำมันถูกย้ายมาไว้ใต้ที่นั่ง แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยนะครับ ฮอนด้าเขาคำนึงถึงเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ



ความกว้างของห้องโดยสารทำให้ผมนึกเลยเถิดไปว่า นี่มัน ซิตี้คาร์ หรือมินิเอ็มพีวีกันแน่ ประตูทั้ง 4 บานเปิดกว้างมาก เกือบตั้งฉากเป็นมุม 90 องศา เข้าออกง่ายจริงๆ ยิ่งเจอเทคโนโลยีการพับเบาะที่เรียกว่า "อัลตราซีต" สามารถปรับพับเบาะได้ง่ายเพียงขั้นตอนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าเบาะนั่งด้านหน้าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม ด้วยการทำงานเพียงหนึ่งจังหวะ โดยการดึงปุ่มควบคุมการพับเบาะที่อยู่บริเวณด้านบนของเบาะนั่งด้านหลัง ตัวเบาะก็สามารถพับลงมาอย่างง่ายดาย แถมยังสามารถพับเบาะนั่งด้านหลังลงทั้งหมด ทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระมีความยาวเพิ่มขึ้นและสามารถรองรับสัมภาระที่มีความยาวสูงสุด 1,720 มิลลิเมตร



แจ๊ซใหม่ จัดวางอุปกรณ์ปุ่มควบคุมต่างๆ ได้อย่างลงตัว โดดเด่นกว่ารถในกลุ่มเดียวกัน ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่พิถีพิถันและใส่ใจในทุกรายละเอียด ล้ำสมัยด้วยมาตรวัดเรืองแสงแบบ 3 มิติ ให้ความเป็นสปอร์ตและทันสมัย พร้อมทั้งติดตั้งมาตรวัดแสดงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่สามารถทราบถึงอัตราสิ้นเปลืองในการขับขี่ ณ ขณะนั้นได้ ช่วยให้คุณบริหารการใช้น้ำมันได้ดีมากในยุคน้ำมันแพงเยี่ยงนี้

จุดเด่นอีกอย่างของแจ๊ซก็คือ อุปกรณ์อำนวยความสะดวก เครื่องเสียงชุดใหญ่ มีช่องสียบยูเอสบี ต่อ iPod ฟังเพลงที่ชอบได้อย่างไม่มี ข้อจำกัด ฮอนด้าเขายังเคลมว่า รถคันนี้มีช่องวางแก้วน้ำถึง 10 แห่ง และมีที่เก็บสัมภาระเยอะแยะไปหมด รวมถึงที่แขวนสัมภาระอีกมากมาย เรียกว่าซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ต้องห่วงว่าจะกลิ้งเลอะเทอะ



แจ๊ซใหม่ ก้าวสู่ความเหนือระดับด้วยเครื่องยนต์ i-VTEC 120 แรงม้า ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ประหยัดมากครับ รองรับน้ำมัน อี20 ที่ถูกกว่าเบนซิน 95 ถึง 6 บาทได้ด้วย เครื่องยนต์ตัวใหม่ได้รับการพัฒนาให้เสามารถตอบสนองด้วยแรงบิดที่ต่อเนื่องในทุกรอบความเร็วของเครื่องยนต์ ขนาดผมเพิ่งลงจากแอคคอร์ด มากระโดดขึ้นแจ๊ซ ยังไม่รู้สึก แตกต่างกันมาก ระบบวาล์วแปรผันซึ่งออกแบบวาล์วให้มีระยะเหลื่อมในการทำงานระหว่างรอบต่ำ กลาง และสูง ช่วยทำให้มีประสิทธิภาพในการประจุไอดีและคายไอเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท็อปสปีดทำได้ถึง 170 ก.ม.ต่อชั่วโมง ที่สนุกอีกอย่างและมองข้ามไม่ได้เด็ดขาดก็คือระบบเกียร์ที่มีแป้นควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งด้านหลังพวงมาลัย ซ้ายลดลง ขวาเพิ่มขึ้น สั่งได้ดังใจต้องการ ไม่ว่าจะอยู่ในโหมดปกติหรือโหมดสปอร์ต



ระบบการควบคุมรถจัดว่าดีกว่ารถในกลุ่มเดียวกันมาก พวงมาลัยขนาดและวงกระชับมือ มีพาวเวอร์ไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง วงเลี้ยวแคบสุดทำได้ถึง 4.9 เมตร ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัต มีจุดเด่นในเรื่องความกะทัดรัดและประหยัดพื้นที่ หลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีมแบบ H-shape และลดอัตราส่วนของ spring lever พร้อมเพิ่มขนาดของบุชของแขนเทรลลิงอาร์ม ทำให้ตัวรถสามารถตอบสนองต่อความสบายในการขับขี่ เกาะถนนหนึบหนับ



ส่วนความปลอดภัยก็มีมาให้ครบ ตั้งแต่ดิสเบรก 4 ล้อ โครงสร้างตัวถังแบบ advanced compatibility engineering ของฮอนด้า ทำให้สามารถปกป้องอันตรายและความเสียหายจากการชนให้กับทั้งตัวเองและคู่กรณี รวมถึงยังช่วยลดอาการบาดเจ็บของคนเดินถนนอีกด้วย



สำหรับราคาค่าตัวเริ่มจาก 5.87 แสนบาทไล่ไปจนถึงตัวท็อป 6.95 แสนบาท แลกกับออปชั่นบวกกับความสนุกสนานมีดีไซน์ที่ฮอนด้าเขาบรรจงใส่มาให้ ผมว่า ออลนิว ฮอนด้า แจ๊ซ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในยุคที่น้ำมันแพงหูฉี่

คอลัมน์ Test Car

โดย อมร พวงงาม
ที่มาประชาชาติธุรกิจ

ที่มา http://car.mthai.com/view_28_114_24003_ฮอนด้า-แจ๊ซ-คุ้ม-ยิ่งกว่า-คุ้ม.car