หนาวนี้ที่ “ปาย”

 

 

 

 

หลีกหนีความวุ่นวายเมืองกรุง หยุดพักกับงาน ทิ้งปัญหาไว้ข้างหลังชั่วคราว มุ่งหน้าสู่ที่สงบ ที่สวยงาม และที่ใฝ่ฝัน “ปาย” แบกเป้สีม่วงคู่ใจขึ้นรถทัวร์จากหมอชิตตีตั๋วเชียงใหม่ 9 ชั่วโมง บนรถเต็มไปด้วยความตื่นเต้น




 

 

 

การรอคอย แต่ก็พยายามข่มตาให้หลับเพื่อผักผ่อนเอาแรงไว้ลุยในวันพรุ่งนี้ แต่ใครจะรู้ว่าใจฉันเดินทางเร็วกว่ารถทัวร์เสียอีก ล่วงหน้าไปรอฉันที่ปาย แล้วพรุ่งนี้เจอกัน “ปาย”

ใกล้สว่างรถทัวร์มาจอดที่สถานีขนส่งอาเขต เชียงใหม่ ฉันไม่รอช้ารีบลงจากรถเพื่อหารถต่อไปปาย ไม่ไกลจากรถทัวร์จะมีคิวรถตู้จอดเรียงกันเป็นแถว รอต้อนรับผู้คน ฉันเลือกที่จะไปด้วยรถตู้แทนที่จะไปรถแดง หรือรถหวานเย็น (ทำไมเรียกชื่อนี้ไม่รู้) แม้ว่าราคาจะแพงกว่าประมาณ 1 เท่า แต่เพื่อความรวดเร็ว แค่ 2 ชั่วโมงเศษ ถ้าเป็นรถหวานเย็นก็ 4 ชั่วโมงโน่น แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศรถหวานเย็นเหมาะทีเดียว



 





รถเล่นผ่านอำเภอแม่ริม เพื่อเริ่มต้นเส้นทางสู่แม่อ่องสอน เมืองปายเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ระหว่างแม่ฮ่อนสอนกับเชียงใหม่ เราจึงสามารถลงรถได้ที่แม่ฮ่องสอน หรือที่เชียงใหม่ก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางใด ก็คงหนีทางคดเคี้ยว สูงชัน ไม่พ้นแน่นอน

762โค้ง จากเชียงใหม่ปลายทางปายในเส้นทางใหม่ ถ้าเป็นเส้นทางสายเก่าทางแม่สะเรียงก็ปาเข้าไปพันกว่าโค้ง ใครกันนะที่ช่างสามารถไปนับกันตอนไหน ฉันกะจะลองนับสักหน่อยว่าเป็นจริงอย่างที่ว่าหรือเปล่า แต่แล้วได้ไม่ถึง10โค้งก็ต้องยอมยกธง นับไปนับมาฉันเมาโค้งเสียเอง เริ่มชักจะมึนหัวเสียแล้วซิ จะข่มตาให้หลับแต่บรรยากาศสองข้างทาง ต้นไม้เขียวๆ รถวิ่งทะลุสายหมอก เมฆลอยอยู่ในหุบเขาอยู่เบื้องล่าง ทำให้หลับไม่ลง อดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องขึ้นมาแชะรูป






ถึงตัวเมืองปาย ไม่รอช้าทุกนาทีมีความหมายในการเที่ยว เช่ารถมอไซต์แถวคิวรถตู้ 150บาท / วัน ค่ามัดจำอีก1000 อันดับแรกตระเวนหาที่พัก แต่ถ้าเป็นช่วงวันหยุดหรือเทศกาลควรจองล่วงหน้าไว้ดีกว่าเพื่อกันพลาด เวียนไปเวียนมาก็ลงตัวที่ 2 my friend ที่นี่เหมาะกับคนรักสงบไม่ไกลจากตัวเมืองมาก เปิดประตูออกมาจะเจอทุ่งนาสีเขียว กำลังตั้งท้อง วิวภูเขา เห็นพระธาตุแม่เย็นตั้งตระหง่านอยู่เชิงเขาโน่น เก็บข้าวของเสร็จ ล้างหน้าปะแป้งสักหน่อย ก่อนถึงเวลาต้องตระเวนเที่ยวกันแล้ว






เริ่มจากหมู่บ้านสันติชน เป็นหมู่บ้านชาวจีนที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว บ้านแต่ละหลังทำด้วยดินเหนียวทรงจีนโบราณ มีสินค้าขึ้นชื่อคือใบชา ชิงช้าสีคน เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ ที่พลาดไม่ได้คืออาหารยูนนานที่นักท่องเที่ยวต้องแวะลอง เลยขึ้นไปหน่อยก็จะเป็นน้ำตกหมอแปง ช่วงนี้น้ำเยอะมาก ดอกบัวตองดอกไม้สีเหลืองชูคอทักทายกับผู้คนผ่านไปมาเป็นระยะๆ ก่อนจะบึ่งรถเข้าตัวเมือง ตระเวนดูร้านค้าน่ารักๆ แต่ละร้านต่างขุดคุ้ยไอเดียเก๋ๆ เจ๋งๆ มาตกแต่งร้านกัน และฉันก็พลาดไม่ได้ที่จะแวะร้านโปสการ์ดเพื่อเขียนส่งถึงตัวเองเก็บไว้ว่าครั้งหนึ่งฉันได้เคยมาเยือนปาย แวะจิบกาแฟร้านปายหนาว เพื่อคั่นเวลารอเดินเล่นตลาดคนเดินยามค่ำคืน มีของกินขายมากมาย ของใช้ของพื้นเมือง ก่อนขอตัวเข้านอนพักผ่อนเก็บแรงไว้ลุยต่อ






อาบน้ำแต่งตัวหยิบเสื้อหนาวใส่ผ้าพันคอสักผืนเช้านี้จะลุยห้วยน้ำดัง จุดชมทะเลหมอก ขับรถฝ่าสายหมอก ความหนาวเย็น เส้นทางคดโค้ง วันนี้หมอกเยอะมากปกคลุมไปทั่ว อาจเป็นเพราะเมื่อคืนฝนตก ขากลับแวะเที่ยวโป่งน้ำร้อน กองเลน ประพานประวัติศาสตร์ และที่ลืมไม่ได้ร้านกาแฟที่น่ารักมากบ้านสีเหลือง รั้วสีขาว มองเห็นแต่ไกล คอฟฟี่ อิน เลิฟ ซึ่งทุกคนที่มาปายต้องแวะร้านนี้เป็นทุกคน เหมือนในภาพที่ฉันเห็นในอินเตอร์เน็ตเลย นั่งจิบกาแฟชมวิวเพลินเลย อยากจะยึดเวลาให้วันวันนี้มีสัก 30 ชั่วโมง ก่อนจะขึ้นไปนมัสการพระธาตุแม่เย็นที่จะมองเห็นทิวทัศน์เมืองปาย ส่วนค่ำนี้ปิดฉากที่ตลาดคนเดินเช่นเคย เวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน ความสวยงาม ความสุข ที่บรรยายด้วยตัวอักษร ด้วยรูปภาพ ได้ไม่หมด ตื่นเช้าเก็บข้าวของเตรียมกลับกรุงเทพ ก่อนที่จะกลับขอแวะกินโจ๊กสักถ้วยกับปลาท่องโก๋ตัวโตๆ รองท้องสักหน่อยแล้วกัน







มีคนหลายคนบอกว่าปายเปลี่ยนไปมาก ถึงฉันจะเคยมาปายครั้งแรก แต่ฉันคิดว่าแม้ความเจริญทางวัตถุจะเข้ามา ตามวันเวลาที่แปรเปลี่ยน แต่ปายก็ยังคงเป็นปาย ปายยังคงเป็นเมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยขุนเขา ยังมีเอกลักษณ์ในตัวเอง ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของที่นี่ แล้วฉันจะกลับมาใหม่ “ปาย”











นพรัตน์ ชูโสด เรียบเรียง
ที่มา innnews

 {mosloadposition user26} {mosloadposition user27}
 {mosloadposition user28}