Need for Speed: Pro Street ชุมนุมสุดยอดเจ้าสนามแห่งความเร็ว

 

 

 

หนึ่งในซีรีย์ตัวเก่งของ EA ที่อยู่คู่ยืนยงในวงการรถแข่งบนพีซีมายาวนานกว่า 13 ปีตัวนี้กลับมาอีกครั้งแล้ว พร้อมให้ขาซิ่งทั้งหลายนำรถแต่งสุดแรงลงสู่สนามแข่งใหม่เอี่ยม ประทับรอยยางบดไปกับพื้นถนนเพื่อชิงชัยสู่สุดยอดของการเป็น Street King จ้าวแห่งความเร็วผู้เป็นนิรันดร์

ต้องยอมรับกันอย่างหนึ่งครับว่า NFS นั้นเป็นซีรีย์เกมที่มีการเปิดตัวภาคใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างกันออกไปอยู่ทุกภาค จนสามารถดึงความสนใจของแฟนๆ ให้ต้องคอยจับตามองได้อยู่เสมอ การกลับมาในครั้งนี้มันได้สลัดคราบของนักซิ่งราตรีออกไป เราจะไม่ได้เห็นความมืดที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง แสงไฟหลากสีจากแสงนีออน หรือกระทั่งรถตำรวจคู่ปรับที่ตามล้างผลาญคุณกันอย่างไม่วางวายเหมือนอย่างใน Carbon แต่คุณจะได้เต็มอิ่มไปกับการสูบวัฒนธรรมของการแข่งแบบ “Street Racing” ที่สมจริงกันอย่างจุใจ

ทุกสิ่งในเกมมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการขับขี่และการปรับแต่งประสิทธิภาพของตัวรถเป็นหลัก แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะกลายเป็นเกมที่มีรูปแบบเหมือนอาเขตเรสซิ่งทั่วไป (ซึ่งเป็นสิ่งที่ทาง EA พยายามหลีกเลี่ยงมากที่สุด) ผลที่ได้จากการลงทุนลงแรงไปแบบมหาศาลครั้งนี้จะให้ผลออกมาอย่างไร ก่อนที่จะรู้ได้เราคงต้องโดดลงไปซิ่งกันดูสักรอบสองรอบก่อนละครับ ว่าแล้วก็สตาร์ทเครื่องกันเลย บรืน~นน~!!

โลกแบบ Virtual ด้วย 21,000 โพลิกอน
ความเปลี่ยนแปลงสิ่งแรกที่คุณสามารถเห็นได้อย่างเต็มตาเริ่มต้นด้วยแทร็กแรกของเกมในช่วงอินโทรสู่การแข่ง สภาพภูมิทัศน์รอบสนามแข่งรวมไปถึงโมเดลรถเองนั้นได้รับการขัดเกลาด้านกราฟิกจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อยกระดับโลกในเกมให้เข้าใกล้โลกแห่งความจริงมากขึ้น โดยเฉพาะตัวรถแต่ละคันนั้นถูกสร้างขึ้นจากโพลิกอนจำนวนมากถึง 21,000 ชิ้นเลยทีเดียว งานนี้ใครที่ได้แตะตัวเดโมเกมกันมาบ้างแล้วคงรู้ซึ้งดีเลยใช่ไหมครับว่ารายละเอียดของตัวถังรถนั้นละเอียดยิบกว่าเดิมอีกหลายเท่าเลย

ผลพลอยได้ที่ตามมาจากการที่ EA ได้เข้าเทคโอเวอร์ Criterion Games (ผู้สร้าง Burnout) เมื่อหลายปีก่อนก็คือ ในภาคนี้มันมีระบบความเสียหายของตัวรถแบบเฉพาะจุดเข้ามาทำหน้าที่แทนการแสดงผลรถบุบบี้แบบเด็กอมมือที่เราเห็นจนชินตา แถมงานนี้ EA ยังควักกระเป๋าจ้างทีมงานจากมหาวิทยาลัยแวนคูเวอร์เพื่อสร้างระบบการชนของวัตถุให้สมจริงยิ่งขึ้นอีกด้วย

ดังนั้นต้องบอกก่อนครับว่าคุณจะได้เห็นเศษชิ้นส่วนรถสุดรักหลุดหักปลิวว่อนออกจากตัวถังได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรง กระจกข้าง กันชน หรือแม้แต่ล้อรถ... หากขับแบบฮาร์ดคอร์เต็มพิกัดจนเกินพอดี

แม้ว่าความเสียหายของตัวรถที่มีเพิ่มเข้ามาจะดูเป็นเพียงการเติมสีสันให้กับการแข่งเท่านั้น แต่ความจริงนั้นไม่ใช่เลย เพราะคุณต้องจ่ายเงินเม็ดโตเพื่อชดเชยให้กับความประมาทของตัวเองเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน!? ถูกแล้วครับ งานนี้คุณต้องรักษาสภาพรถให้ดีในระหว่างการแข่งขันเพื่อลดรายจ่ายที่พึงหลีกเลี่ยงอย่าง “ค่าซ่อม” ที่แพงหูฉี่ นอกจากรถจะเสียหายได้แล้วมันยังส่งผลต่อการขับขี่เป็นอย่างมาก หากขับเฉี่ยวชนจนสร้างความเสียหายถึงระดับสูงสุดแล้วละก็มันจะไม่สามารถใช้งานต่อได้อีกจนกว่าจะได้รับการซ่อมบำรุงจนคืนสู่สภาพปกติ ดังนั้นหากเกิดรถเสียในระหว่างแข่งอยู่ คุณจะถูกปรับแพ้ไปทันที


เมื่ออ่านถึงตรงนี้คุณอาจกำลังคิดหาหนทางโกงเกมด้วยการรีสตาร์ทแทร็กแข่งขันนั้นๆ ใหม่เพื่อรีเซตสภาพรถกันอยู่ใช่ไหมเอ่ย ถ้างั้นคงต้องแสดงความเสียใจด้วยแล้วละครับ เพราะแม้ว่าคุณจะสามารถรีสตาร์ทการแข่งหรือยกเลิกมันเสียกลางคันได้ตามต้องการ แต่ทว่าหากระหว่างแข่งเกิดความเสียหายกับตัวรถไปแล้วมันก็จะยังคงสภาพนั้นไว้เหมือนเดิมไม่ว่าคุณจะแข่งต่อ รีสตาร์ท หรือขอบายหนีออกมาก็ตาม ไม่ใช่อะไรหรอกครับ คนเขียนเองโดนมากับตัวแล้วนี่แหละ T_T

ระบบแต่งรถ --- ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความเท่ห์อีกต่อไป
หัวใจหลักที่เป็นของสนุกมือของบรรดาแฟนๆ NFS เสมอมาก็คือโหมดแต่งรถนี่เอง ในภาคนี้คุณมีอิสระเพิ่มมากขึ้นถึง 90 จุดในการจัดแต่งเสริมหล่อรถสุดรัก ทั้งการแต่งสีรถ ติดสติ๊กเกอร์ ปรับบอดี้ เสริมเบาะ ใส่โครงเหล็ก พร้อมของแต่งเพิ่มประสิทธิภาพจากผู้ผลิตชั้นนำ 400 ราย ด้วยอะไหล่กว่า 1,000 ชิ้น ซึ่งมีทั้งที่สามารถหาซื้อได้ตามปกติและพวกที่ต้องปลดล็อกเอาจากการแข่งในโหมด Career รับประกันได้ว่าแค่โหมดนี้ก็สามารถผลาญเวลาคุณได้เป็นวันๆ เลย

งานนี้ไม่ใช่แต่งเอาสวยแต่ภายนอกเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไปแล้ว แต่การแต่งของคุณจะส่งผลต่อการตอบสนองของตัวรถและประสิทธิภาพโดยตรงเลย เช่นคุณโมดิฟายด์ความสูง โค้ง เว้าของสปอยเลอร์ จะมีผลในการเพิ่ม-ลดแรงต้านของลมในตอนที่รถแหวกอากาศพุ่งไปด้านหน้า (สามารถนำรถของคุณเข้าอุโมงค์ลมเพื่อเช็กทิศทางลมได้) แต่การเพิ่มขนาดที่ใหญ่เกินพอดีจะทำให้ตัวรถหนักมากขึ้นส่งผลให้อัตราความเร็วสูงสุดต่ำลงได้เช่นกัน

การตรวจสอบผลการจูน การโมดิฟายด์และทุกสิ่งทั้งหมดที่คุณทำลงไป สามารถทำได้ง่ายดายเอามากๆ เพราะมันมีโหมดคำสั่งประมวลผลการเทสต์รถให้คุณดูค่าสรุปทั้งหมดในทันที และคุณยังสามารถเซฟรูปแบบการแต่งรถของคุณเก็บเอาไว้เพื่อแจกจ่ายให้กับเพื่อนๆ ได้ทดลองนำไปใช้กันดูได้อีกด้วย

แนวความคิดในการแชร์รูปแบบการแต่งรถนี้เป็นความตั้งใจของทีมพัฒนาที่ต้องการสร้างให้เกิดชุมชนแต่งรถออนไลน์สำหรับให้ผู้เล่นแลกเปลี่ยนแนวความคิดและแจกจ่ายไอเดียเจ๋งๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพรถเพื่อใช้สำหรับการแข่งในสนามรูปแบบต่างๆ ซึ่งคาดว่าน่าจะไปได้สวยทีเดียวถ้านับจากผลงานที่ผ่านมาในภาค Carbon
เก่าไป-ใหม่มา กับ 4 รายการแข่งสุดมันส์

รายการแข่งขันหลักมีด้วยกัน 4 รูปแบบคือ Drag การแข่งที่เน้นความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์และจังหวะออกสตาร์ทที่ดี ผู้ทำเวลาได้ดีที่สุดคือผู้ชนะ, Speed Challenge การแข่งที่เน้นความเร็วในขณะที่ต้องคอนโทรลรถให้อยู่มือ, Drift การเก็บคะแนนด้วยการดริฟต์ในขณะเข้าโค้งโดยไม่หลุดไปจากแอเรีย และสุดท้าย Grip เป็นการแข่งบนสนามแข่งแบบเซอร์กิตที่จะให้ผู้เข้าแข่งต้องขับรถวิ่งไปโดยให้เกาะบนถนนของสนามแข่งตลอดห้ามหลุดนอกสนามเด็ดขาด

การเล่นหลักนั้นจะคงสไตล์เดิมๆ เอาไว้คือการขับแข่งเพื่อปลดล็อกรายการแข่งอื่นๆ ที่อยู่ในโซนให้หมด พร้อมๆ กับสร้างชื่อเสียงให้มากพอเพื่อท้าชิงกับเจ้าสนามในแต่ละเขตเพื่อข้ามไปยังโซนถัดๆ ไป (จากทั้งหมด 7 โซน) ในแต่ละโซนนั้นจะมีนักแข่งที่มีเทคนิคความชำนาญในการขับที่ต่างกันออกไป เช่น Rouge Speed จะเป็นศูนย์รวมนัก Drag ในขณะที่โซน Noisebomb จะเป็นรังของขา Drift ที่แกร่งกล้า

โหมด Free-roaming ที่ยอมให้คุณได้ขับรถกินลมเล่นไปตามพื้นที่ต่างๆ ในเมือง (และคอยหนีการไล่ล่าตำรวจ) นั้นได้ถูกตัดทิ้งออกไป สิ่งที่เพิ่มเข้ามาแทนคือสภาพสนามแข่งที่ถอดแบบมาจากโลเคชันของจริง อย่างเช่น Sears Point Raceway ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Infineon Raceway ใกล้กับ Sonoma (USA) เป็นต้น

แรง เร็ว แบบมีสติ
สิ่งที่ทำให้ผมคิดว่าเกมดูแตกต่างไปจากตระกูล NFS เดิมๆ ก็คงเป็นระบบความเสียหายตัวรถที่ส่งผลในการเล่นหลายๆ ด้าน อย่างแรกคือมันอาจทำให้ผู้เล่นต้องพ่ายแพ้ในการแข่งแบบทรหดติดต่อกันหลายๆ รอบหากขับขี่ไม่ระมัดระวังจนรถเสีย จนบางทีผมก็คิดว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่อยากขับซิ่งตะลุยให้สะใจแบบไม่ต้องพะวงกับอะไรอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อแข่งเสร็จก็เป็นอันต้องลมจับเพราะค่าซ่อม... นอกจากนั้นมันยังทำให้ผมต้องวางแผนให้รอบคอบระหว่างการนำเงินสะสมที่ได้มาจากการแข่งว่าจะนำไปซื้อรถคันใหม่ซึ่งแน่นอนว่าต้องเสียค่าตกแต่งและจูนมันอีกพอสมควร กับการเลือกที่จะนำมาใช้ซ่อมบำรุงและอัพเกรดรถคันเก่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้น อย่างไหนจะจำเป็นมากกว่ากันในสถานการณ์ขณะนั้น

การตัดฟีเจอร์ขับรถอิสระนอกสนามเพื่อชมเมืองออกไปพร้อมกับรถตำรวจ (นอกจากนี้ยังมีการตัดโหมดบันทึกวีดีโอเล่นซ้ำและสิ่งยิบย่อยบางอย่างที่ดูไม่จำเป็นออกไป) เพื่อมาเน้นในส่วนของการขับขี่และรูปแบบการเล่นให้มากขึ้นอาจเป็นสิ่งที่เกมเมอร์หลายคนไม่เห็นด้วย แต่ถ้าดูถึงสิ่งที่เราได้รับมาเป็นส่วนชดเชยอย่างการปรับแต่งรถที่ดูมีภาษีมากขึ้น เอฟเฟ็กต์ที่ยกระดับจากเดิม โหมดการแข่งสุดมันส์ที่กลับมาอีกครั้ง ไหนยังจะชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายได้ตามแรงชนและอัดกระแทกด้วยระบบฟิสิกส์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ นอกจากนี้มันยังสามารถเล่นแข่งกับเพื่อนๆ ในแบบออนไลน์ได้เหมือนเดิมและยังมีลูกเล่นที่ให้คุณสามารถแปลงกายเป็นผู้ดำเนินการจัดแข่งได้ดังใจนึกอีก เท่านี้ผมว่าคงพอทำให้แฟนๆ ขาซิ่งต้องอดใจไว้ไม่อยู่แล้วเป็นแน่

ผมได้ยินมาว่าในภาคพีซีนี้ระบบและกราฟิกจะเทียบเท่ากับตัวเกมที่ลงในเครื่องคอนโซลอย่าง Xbox 360 ด้วย (แต่ผมยังไม่ได้เห็นของ Xbox นะครับ) ดังนั้นคิดว่าสเป็กเครื่องที่เหมาะจะใช้เล่นกับเกมนึ้จึงต้องสูงมากกว่าปกติเล็กน้อย เพราะลำพังแค่การ์ดจอรุ่นกลางๆ แรมเพียง 1 กิ๊กกะไบต์คงเอาเกมนี้ไม่อยู่หมัดแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคอเกมแข่งรถที่เน้นความสะใจกับการแข่งหลากรูปแบบและรักการแต่งรถโฉบเฉี่ยวมากที่สุดในเวลานี้ครับ


Game Degree :7.8 /10 Point
Graphic : 8.9 /10 Point
Control : 8.5 /10 Point


ความต้องการขั้นพื้นฐาน

  • Pentium 4 2.8 GHz
  • Windows XP (SP2)/ Vista
  • 2.0 GB RAM
  • NVIDIA GeForce FX 5950 หรือ ATI Radeon 9500 ขึ้นไป
  • พื้นที่ว่างฮาร์ดดิสก์ 7 GB
  • DirectX Compatible Sound Card

สามารถรองรับกับ

  • USB Steering Wheel
  • Dual Analogue Gamepad

ที่มา http://www.itharem.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=313
 

 {mosloadposition user26} {mosloadposition user27}
 {mosloadposition user28}