รุม"มิ่ง" เตะถ่วง "บางกอก ฟิล์มฯ" 

 

 

 

รุม"มิ่ง" เตะถ่วง "บางกอก ฟิล์มฯ"

ตามที่เทศกาลบางกอกฟิล์ม เฟสติวัล มีแผนการดําเนินงานจะต้อง ดําเนินการจัดงานขึ้นทุกปี ในช่วงครึ่งปีแรก

แต่ในปีนี้มีการเลื่อนงานออกไป เนื่องจากเหตุการณ์ของประเทศ ซึ่งปีนี้สมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติได้รับเกียรติจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ในการช่วยดําเนินงาน เหลือเพียงกระทรวงพาณิชย์เท่านั้นที่ยังเตะถ่วงไม่ตอบรับว่าจะร่วมดําเนินการหรือไม่

 เกี่ยวกับการจัดงานครั้งนี้ในแผนดําเนินจะต้องมีกระทรวงพาณิชย์ในฐานะดูแลด้านการค้าและการส่งออก ซึ่งงานทาง “มิ่งขวัญ  แสงสุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นตัวแทนภาครัฐที่เข้ามาเป็นโต้โผใหญ่ในฐานะที่คลุกคลีในวงการบันเทิงมานาน และค่อนข้างมีสายสัมพันธ์กับนักธุรกิจและสื่อต่างชาติ ตลอดจนนักลงทุนต่างประเทศที่จะร่วมประสานงานให้งานครั้งนี้ยิ่งใหญ่เป็นหน้าเป็นตากับประเทศและคนในวงการภาพยนตร์ไทย ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่

ขณะเดียวกันเป็นที่น่าสังเกต แผนการดําเนินงานของภาครัฐที่จะร่วมกับภาคเอกชนสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ตอนนี้ยังไม่คืบหน้าไม่เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการเชิญแขกต่างประเทศที่จะเข้ามาร่วมงานเปิดตัวจํานวน 120 ท่าน ยังไม่ได้รับคําตอบจากท่านรองฯ ว่าจะร่วมงานหรือไม่

ทางด้านสมาพันธ์ฯ นั้นได้ยื่นจดหมายส่งเรื่องไปยังกระทรวงฯ ไปตั้งนานแล้ว แต่กลับเป็นว่าเรื่องเงียบหาย

ทั้งที่ระยะเวลาเริ่มกระชั้นชิด ส่งผลให้การทํางานค่อนข้างสะดุด เกี่ยวกับประเด็นนี้ “จาฤก กัลย์จาฤก” นายกสมาพันธ์ฯ ได้กล่าวว่า“อุตสาหกรรมของภาพยนตร์ไทยมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท รอความหวังเรื่องการตลาดจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นกระทรวงที่มี หน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมาบทบาทในงานบางกอกฟิล์มฯ

จะตกเป็นของการท่องเที่ยวฯ แต่ในปีนี้การท่องเที่ยวยอมลดบทบาท จะมาช่วยในส่วนของโลเกชั่น เพื่อเปิดทางด้านการค้าขายให้กับกระทรวงพาณิชย์ เป็นแม่งานที่จะดิวกับนักธุรกิจต่างชาติในการซื้อ-ขายหนังในเทศกาลครั้งนี้

“เมื่ออาทิตย์ก่อนผมได้เจอหน้าคุณมิ่งขวัญที่งานเปิดตัวภาพยนตร์ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับท่านเพื่อให้ท่านช่วยอ่านจดหมายและตอบรับการร่วมมือว่าจะทําหรือไม่ หากไม่ทํา ถ้าได้ข้อสรุปผมจะได้ดําเนินงานต่อ เพราะหมายกําหนดการจะมีขึ้นเดือนกันยายน ซึ่งเวลาก็กระชั้นชิดเข้ามาแล้ว ผมมองเป็นเรื่องความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน จะช่วยให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศดีขึ้น ด้านกระทรวงอื่นๆ นั้นพร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น ผมเล็งเห็นควรว่าท่านน่าจะลงมาเป็นเจ้าภาพงาน ด้วยศักยภาพของท่านที่มีความชํานาญทางด้านธุรกิจบันเทิงและการตลาดไม่มีใครเหมาะสมกว่าท่าน เพราะตลาดซื้อ-ขายหนังไทยและต่างประเทศนั้น เป็นหน้าที่ที่เกี่ยวเนื่องกับกระทรวงพาณิชย์โดยตรง ตัวผมอยากให้ท่านเหลียวแลมากกว่านี้ครับ” นายกสมาพันธ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา http://www.daradaily.co.th/th/news/newsdetail.php?newsid=6507