อาถรรพ์ The Dark Knight

 

 

 

ใช่ว่าจะมีแต่คนไทยที่เชื่อเรื่องอาถรรพ์ เพราะฝรั่งที่ว่ากันว่ามีเทคโนโลยีที่สุดอย่างคนอเมริกันก็เชื่อเรื่องอาถรรพ์คำสาปต่างๆ เหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่เกิดเป็นข่าวครึกโครม



เรื่องอาถรรพ์ขอหนัง The Dark Knight ที่เริ่มต้นความเสียวสยองเมื่อ "ฮีธ เล็ดเจอร์" ดาราหนุ่มที่ยืนอยู่ในจุดของความเป็นดาราขายฝีมือ หลังจากการสลัดความเป็นดาราวัยรุ่นได้ไม่นาน เกิดเสียชีวิตลงอย่างกระทันหันเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้คนทั่วโลก โดยเฉพาะแฟนๆ ผลงานของเขาที่มีมากขึ้นหลังจากหนังเรื่อง Brokeback Mountain ถึงกับช็อคไปตามๆ กัน และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ การตายของเล็ดเจอร์นี่แหล่ะที่ฟันธงได้เลยว่าเป็นแรงขับทำให้หนังเรื่อง The Dark Knight ที่มีคุณภาพในตัวระดับหนึ่งอยู่แล้วกลายเป็นหนังที่โกยรายได้อย่างถล่มทลายในระดับที่ตามเบียด Titanic ไปติดๆ



กระแสฮือฮาเรื่องอาถรรพ์จากหนัง The Dark Knight ทวีความแรงมากขึ้นเมื่อ "มอร์แกน ฟรีแมน" หนึ่งในดารานำของภาพยนตร์เรื่องนี้ วัย 71 ปี เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำตีลังกา ทำให้เป็นที่โจษจันกันวาเขาเป็นเหยื่อรายล่าสุดของสิ่งที่คนในวงการเรียกว่า "คำสาปแบทแมน" แต่ยังโชคดีที่ฟรีแมนรอดชีวิตมาได้ด้วยอาการบาดเจ็บไม่มากนัก นี่ถ้าเขาเกิดตายไปอีกคน มีหวังแฟรนไชส์แบทแมนอาจเกิดอาการกุดงดสร้างภาคต่อไปก็ได้

อย่างไรก็ดี ประสบการณ์เฉียดตายของมอร์แกนคือเหตุการณ์ร้ายล่าสุดในบรรดาหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทั้งทีมงานและทีมนักแสดงนับตั้งแต่การถ่ายทำหนังเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้น



รถของมอร์แกนตีลังกาไปหลายตลบหลังแถออกนอกถนนใกล้ๆ กับเมืองเมมฟิส ก่อนที่รางของมอร์แกนจะถูกพาบินไปส่งตัวที่โรงพยาบาลหลังจากหน่วยกู้ภัยได้ช่วยเขาออกมาจากรถที่อยู่ในสภาพบุบบี้ อุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลให้ฟรีแมนแขนหัก ข้อศอกหัก และไหล่เจ็บ

แล้วที่ไม่น่าจะเกี่ยวกัน แต่ก็มีฝรั่งบางคนเอามาผูกเรื่องเป็นราวกันว่าฟรีแมนกำลังดวงตกเพราะกำลังมีปัญหาถูกฟ้องหย่าจาก"เมอร์น่า คอลลี่ย์" ภรรยาที่อยู่กินกันมาถึง 24 ปี

ข้อมูลอีกอย่างหนึ่ง และน่าจะเป็นเหตุให้เกิดกระแสเสียงลือกันถึงอาถรรพ์ของหนัง The Dark Knight ก็คือ ฮีธ เล็ดเจอร์ ไม่ใช่คนแรกที่เกี่ยวข้องกับกองถ่ายหนังเรื่องนี้ที่เกิดเสียชีวิต

"เหมือนมีเมฆหมอกที่ชวนให้ขนลุกปกคลุมหนังเรื่องนี้อยู่" แหล่งข่าวของฮอลลีวูดบอกกับหนังสือพิมพ์ The Sun ของอังกฤษ


คอนเวย์ วิคลิฟฟ์ กับ แดเนียล เครก

ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว ช่างเทคนิคสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ที่ชื่อ "คอนเวย์ วิคลิฟฟ์" เสียชีวิตลงเมื่อรถคันที่เขาขับชนเข้ากับต้นไม้ ขณะที่เขาขับตามรถแบทโมบิลระหว่างการซ้อมแสดงฉากสตั๊นท์ ซึ่งถ้าคุณดูอยู่จนเครดิตท้ายเรื่องขึ้นจบนั้น จะเห็นข้อความที่เขียนอุทิศไว้ว่า "เพื่อระลึกถึงเพื่อนๆ ของเรา ฮีธ เล็ดเจอร์ และ คอนเวย์ วิคลิฟฟ์"



ทางด้าน "คริสเตียน เบล" พระเอกของหนังผู้รับบทเป็นตัวแบทแมนนั้น ก็เจอพ่วงเข้าไปว่าเจออาถรรพ์ของหนังกับเขาด้วย เพราะในระหว่างที่เขาจะเดินทางไปร่วมงานฉายรอบปฐมทัศน์ของหนัง The Dark Knight ที่ลอนดอน เขาโดนแม่กับพี่สาวแจ้งตำรวจจับในข้อหาทำร้ายร่างกายจนเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วโลก

งานนี้ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นอาถรรพ์ของจริง หรือฝรั่งเล่นจับแพะมาชนแกะ ผูกเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาได้ แต่ว่าที่แน่ๆ The Dark Knight ก็มาพร้อมเหตุวุ่นวายปวดหัว
ที่ดันส่งผลในทางตรงข้าม เพราะยิ่งมีข่าวร้ายเท่าไหร่ ตัวหนังกลับยิ่งทำรายได้เท่านั้น
ก็ลองถ้าหนังเปิดตัวแบบปกติโดยไม่มีข่าวโศกนาฏกรรมอะไรเกิดขึ้นเลย
ก็ยังไม่รู้ว่าหนังจะโดยเงินขนาดนี้ไหม เรื่องแบบนี้ มันก็น่าคิดอยู่หรอกนะ..



อดีตหนังที่เคยเจออาถรรพ์

โศกนาฏกรรมและเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับหนังเรื่อง The Dark Knight ทำให้หนังเรื่องนี้ถูกจัดเข้าประเภทเดียวกับหนังอาถรรพ์อย่าง Poltergeist และ Superman เข้าให้แล้ว



ว่าแต่หนังคลาสสิคอย่าง Poltergeist และ Superman ไปโดนอะไรเข้า ถึงกลายเป็นหนังมีอาถรรพ์เรื่องราวดังต่อไปนี้ นักแสดงถึง 4 คนของหนังเขย่าขวัญปี 1982 เรื่อง Poltergeist อันได้แก่ โดมินิค ดันน์, วิลล์ แซมป์สัน, จูเลี่ยน เบ็ค และเฮธเธอร์ โอรู๊ร์ก เสียชีวิตไปภายในช่วงเวลา 6 ปีที่หนังเรื่องนี้ดำเนินงานสร้างอยู่ (ก็สร้างนานซะขนาดนั้น)

ขณะที่คำสาปของ Superman นั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเรื่องลี้ลับที่มีคนเล่าขานกันมานานมากที่สุดเรื่องหนึ่งในฮอลลีวูด



ในปี 1959 "จอร์จ รีฟส์" ซึ่งเป็นซูเปอร์แมนต้นฉบับนั้น ยิงตัวเองที่ศรีษะหลังจากที่งานของเขาเริ่มดิ่งลงเหว ขณะที่ "คริสโตเฟอร์ ริฟส์" ผู้รับบทเป็นซูเปอร์แมนคนต่อมา เกิดเป็นอัมพาตอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุตกจากหลังม้าในปี 1995



นอกจากนี้ "มาร์ก็อต คิดเดอร์" ที่เคยเล่นเป็นหลุยส์ เลน ในหนังบล็อกบัสเตอร์ ปี 1978 ต้องทนทุกข์ทรมานจากความเครียดในปี 1996 และมีคนพบเธอยืนตัวสั่นอยู่อยู่ในสวนโดยไม่มีฟันหน้าเหลืออยู่เลย

เจอคนลือเรื่องอาถรรพ์ซูเปอร์แมนเข้าไปแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่า แบรนดอน เร้าส์ ผู้รับบทเป็นซูเปอร์แมนในสหัสวรรษใหม่นี้ จะหนาวๆ ร้อนๆ ไปด้วยหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ หลังจากที่หนังเรื่อง Superman แล้วก็ดูเร้าส์จะเกิดอาการแป้กในวงการยังไงก็ไม่รู้


ที่มา : หนังสือ Entertain

ที่มา http://www.nangdee.com/webboard/viewtopic.php?t=5532