"แต๊บ" ร่วงเอเอฟวีก7 ยันสัมพันธ์ "มิกกี้" แค่เพื่อน ด้าน "ทรู" โต้ข่าวกรณีสั่งครูกดดันเด็ก

 

 

 

“แต๊บ” ปิ๋วเอเอฟวีก 7 เจ้าตัวบอกออกแบบงงๆ พร้อมโต้ข่าวแอบชอบ “มิกกี้V6” ยันแค่เพื่อน ถามกลับเพื่อนอยากอยู่ใกล้กันผิดตรงไหน แต่เข้าใจกลัวฝ่ายหญิงเสียหาย ด้านทรูแจงกรณี “กู๊ดV10” ช็อคคาบ้านไม่ได้สร้างกระแส พร้อมย้ำครูเป็ดไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ ยันปีหน้าอาจต้องเลือกคนที่จิตใจแข็งแรง
       
       ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการแข่งขันเรียลลิตี้ อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ซีซั่น 5 สัปดาห์ที่ 7 หลังจากที่สร้างความตื่นตระหนกตกใจกันกลางสัปดาห์ที่ผ่านมากรณี สาว “กู๊ดV10” ช็อคตาตั้งคาบ้านหลังโดน “ครูเป็ด” แดนซ์เทรนเนอร์ในบ้านจี้รายตัวเรื่องการปรับปรุงตัวให้มีเสน่ห์ แต่มาวันนี้ทั้งสาวกู๊ด และครูเป็ดก็ได้เคลียร์ใจกันไปแล้ว โดยสาวกู๊ด เอ่ยบนเวทีว่าตนก็ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองแต่อย่างใด และเข้าใจดีว่าครูสอนให้เกิดการปรับตัว
       
       โดยในโจทย์เพลงสัปดาห์นี้เป็นเพลงอินดี้ โดยคอมเม้นเตเตอร์ประจำสัปดาห์ได้แก่ ไก่ สุธี,แหม่ม พัชริดา และปั๋ง ประกาศิต โดยคนที่ขึ้นโชว์เพลงเดี่ยวคนแรก ได้แก่สาว “กู๊ดV10" มาในเพลง “วอน” ซึ่งแม้จะป่วยแต่ก็ทำโชว์ออกมาได้ดีทีเดียวสำหรับสัปดาห์นี้ เนื่องจากอาจได้เพลงที่เข้ากับเนื้อเสียงของตัวเอง ได้รับเสียงปรบมือและกำลังใจหลังช็อกหนาตาทีเดียวสำหรับสาวกู๊ด
       
       มาถึงนักล่าฝันคนที่ต่อไปที่มาโชว์ได้แก่ หนุ่มหน้าใส “รอนV12” ที่มาในเพลง “แค่ได้พบเธอ” ซึ่งก็ได้รับเสียงกรี๊ดเยอะเหมือนเคย แต่วันนี้หนุ่มรอนร้องเพี้ยนสูง แรงหมดจนมีเสียงหอบ แต่ลีลาความสดใสยังกระชากใจสาวๆได้เช่นเคย ส่วนสาวลีลาสดใสอย่างสาว “กรีนV16” ที่มาในเพลง “ รักคือ” ก็ทำออกมาได้ดี แม้จะมีเสียงเพี้ยนบ้างแต่ลีลาความสดใสก็ถือว่าทำโชว์อออกมาจนจบเพลง เอ็นเตอร์เทนคนดูได้ดีทีเดียว
       
       แล้วต่อกันด้วยสาว “มิกกี้V6” ที่มาร้องเพลง “รักเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ” โดยมีหนุ่ม “แต๊บV3" คู่ซี้ชู้ชื่นที่โดนตำหนิในบ้านถึงเรื่องชู้สาว มาเป็นตากล้องให้ สาวมิกกี้ได้เพลงที่เหมาะกับเสียงแหบเสน่ห์ และร้องได้ดีทีเดียว ต่อกันที่หนุ่ม “กี๋V14” ที่มาร้องเพลง “ฝากที” ของแทธทู คัลเลอร์ เรื่องของเสียงร้อง และการโชว์ กี๋ทำได้ดีมาโดยตลอด และในวันนี้โชว์เพลงนี้ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก จนคอมเม้นเตเตอร์ชมไปตามๆกัน
       
       ก่อนที่สาว “โบว์V5” มาโชว์เพลง “อย่าเข้าใจฉันผิด” ของ “โบ ไทรอัมพ์ คิงดอม” โดยลีลาการแสดงออกโบว์ทำออกมาได้ดี อาจมีเสียงที่เพี้ยนเล็กน้อยแต่ก็สามารถทำโชว์ออกมาได้สวยงาม ลีลาการเต้นถือว่าสอบผ่านทีเดียว ส่วนหนุ่มคนต่อไป ที่ขึ้นโชว์คือ “ปั๊มV8” ที่เพิ่งโชว์ตัวในเพลงของตนเอง ซึ่งก่อนคอนเสิร์ตไม่สามารถขึ้นโชว์ได้ เนื่องจากมีอาการชาทั้งตัว เพราะกินยาลดน้ำมูก จนเกิดอาการแพ้ยา แต่ก็สามารถขึ้นมาโชว์เพลง “แค่บอกว่ารักเธอ” ของวงหมีพูห์ ปกติขึ้นต้นเพลงมาคนดูจะลุ้นกับเสียงที่ค่อนข้างเพี้ยน วันนี้ในช่วงเริ่มต้นหนุ่มปั๊ม ก็เรียกเสียงกรี๊ดได้ตั้งแต่ช่วงสัมภาษณ์ เมื่อ “ต้อย เศรษฐา” สมมติให้หนุ่มปั๊ม แอบชอบสาวกรีน คนดูส่งเสียงเฮสนั่นฮอลล์ เนื่องจากทั้งคู่มีข่าวกุ๊กกิ๊กกันกลางบ้าน ท่ามกลางบรรดาครูเอเอฟที่ห้ามให้มีความรักเชิงชุ้สาวในบ้าน ในส่วนของการร้องเพลงถือว่าปั๊มทำได้ดี ตอนท้ายยังมีเซอร์ไพร์สแจกหมีให้คนดู และดอกไม้ช่อโตให้สาวกรีนจนคนดูกรี๊ดสนั่นฮอลล์อีกด้วย
       
       และมาถึงหนุ่มคนสุดท้ายที่ได้ขึ้นโชว์ ได้แก่หนุ่ม “แต๊บV3” ที่มาในเพลง “ติ๋ม” แม้ว่าร่างจะใหญ่ แต่ลีลาในเพลงนี้ถือว่าพลิ้วทีเดียว ก็ทำออกมาได้ดีในเรื่องของเสียงร้อง และโชว์ที่คนดูชอบมากทีเดียว
       
       จนสุดท้ายจบโชว์ “ต้อย เศรษฐา” ประกาศผู้ที่ได้ผลโหวตสูงสุดเป็นอันดับสอง เพื่อรับตุ๊กตาภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีสามสาวออกมายืนรอรับรางวัลได้แก่ โบว์V5,มิกกี้V6 และกู๊ดV10 ท้ายที่สุดสาวมิกกี้ได้รางวัลนี้ไปครอง ได้ใช้สิทธิ์ตุ๊กตาภูมิคุ้มกันในสัปดาห์หน้า
       
       ส่วนผู้ที่ต้องเดินออกจากบ้านอะคาเดมี่ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ “แต๊บV3” และทันทีที่ประกาศว่าหนุ่มแต๊บต้องออกจากบ้านเอเอฟ สาวมิกกี้และหนุ่มกี๋ถึงขั้นร่ำไห้กลางเวที
       
       “แต๊บ” เคลียร์ สัมพันธ์ “มิกกี้” แค่เพื่อน
       
       ส่วนหนุ่ม “แต๊บV3” เปิดใจหลังการแข่งขันว่ายังรู้สึกงงกับการออกจาบ้านเอเอฟในครั้งนี้ แต่ยอมรับทำให้กล้าร้องเพลงมากขึ้น พร้อมโต้ข่าวกิ๊ก “มิกกี้” จนโดนประแสแม่ไม่ปลื้ม ยันสัมพันธ์แค่เพื่อนเท่านั้น
       
       “ตอนนี้ยังงงๆครับ แต่สิ่งที่ได้แน่ๆ คือ เมื่อก่อนไม่ค่อยกล้า ตอนแรกขึ้นเวทีมา มันตื่นเต้น พอมาถึงวีก7มันก็ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่แล้ว เรื่องแรง เสียงร้องมันก็ได้พัฒนา แอ๊คติ้งก็ได้มาฝึก นี่มาเล่นในบ้านก็ต้องเล่น เริ่มชินแล้ว ที่จริงออกไป จริงก็ห่วงหลายคน ห่วงปั๊ม พี่กี๋ มิกกี้ ตอนนี้มันหายไปทีละคนก็เงียบหายก็อยากให้พัฒนาตัวเองอย่างไรก็ต้องออกมาเจอกันอยู่แล้ว”
       
       “ส่วนข่าวร้องไห้ในบ้าน จริงๆวีกนั้นก็ตั้งใจซ้อมมากๆ แต่มันก็อยากทำให้ดีมิกกี้ก็ทำได้ดี แต่ก็มายืนปากเหวทั้งคู่แล้วก็มาเจออีกหลายๆอย่างที่เครียด พอเครียดไปเรื่อยๆก็เราบอกตัวเองว่าออกเถอะ ปกติผมไม่ร้องไห้อะไรกับเรื่องง่ายๆ แต่วันนั้นมันเครียดจริงๆ”
       
       “ไม่ได้ชอบกันครับ เป็นเพื่อนกันมา รู้จักกันมาเพราะว่าเคยร้องเพลงด้วยกันที่โรงเรียนด้วยกันสมัยที่ผมเรียน ตั้งแต่ตอนนั้นคุยเล่นกันมาตามประสา ผมงงเป็นเพื่อนกันทำไมอยู่ใกล้กันไม่ได้ล่ะ แบบนี้มันก็ไม่เป็นธรรมชาติซิ มันน่าเกลียดมากเลยหรือครูปุ้ม ผมก็ไม่ได้ไปจับมือถือแขนไมได้ไปนั่งใกล้ ก็แค่เล่นกัน เล่นเปยีโน ร้องเพลง ตั้งแต่ออดิชั่นแล้ว เพราะชอบฟังเพลงแนวเดียวกัน”
       
       ยันหากแม่ฝ่ายหญิงไม่ปลื้มจริงตนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากตนเป็นเพื่อนกันเท่านั้น ยันแม่มิกกี้ไม่ได้กดดันตนแต่อย่างใด
       
       “ผมรู้จักแม่มิกกี้มาก่อนครับ คือผมรู้ว่าแม่มิกกี้เนี่ย จะเตือนว่ามิกกี้ว่าต้องมีปัญหา แน่ๆอย่าพูดกับแต๊บมาก เดี๋ยวเสียงแหบเขาก็ทำท่าทาง อย่าพูดมาก อะไรแบบนี้ แต่มันไม่เกี่ยวกับผม แต่มันกดดันเรื่องอื่นมากกว่า”
       
       “กระแสไม่ไม่ปลื้ม อันนั้นผมก็ไม่รู้ คือผมก็เป็นเพื่อนกันมันมานาน เขาก็ไม่ได้อะไรนะ ไม่ได้ห้ามคุย แต่ถ้าตอนนี้เขามีความรู้สึกเปลี่ยนไปแล้วก็ไม่รู้จะว่าไง”
       
       ส่วนกรณีโดนครูในบ้านเอเอฟเตือนเรื่องชู้สาวเจ้าตัวลั่นเข้าใจเพราหวั่นคนมองฝ่ายหญิงเสียหาย
       
       “ก็เข้าใจว่าทำไมเขาให้ห่างกัน เพราะคนข้างนอกจะมองมิกกี้เสียหาย ผมเนี่ยไม่เท่าไหร่แต่มิกกี้เนี่ยมันเป็นผู้หญิง ผมผู้ชายก็เฉยๆ แล้วมิกกี้มันผู้หญิงผมก็พยายามเข้าใจ จะฝากบอกมันว่าให้มันดูแลตัวเอง มิกกี้มันไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว”
       
       ส่วนกรณีคนเสียงดีเริ่มทยอยออกจากบ้านเจ้าตัวเผยว่าคนที่เหลือในบ้านก็มีเสียงที่ดี และพัฒนาการที่ก้าวกระโดด เช่นปั๊มV8
       “คนอยู่ในบ้านก็เสียงดีครับ จริงๆ คืออย่างส่วนหนึ่งคนดูก็ต้องการคนที่พัฒนาอย่างชัดเจนทุกคน สมมติคนไหนร้อีดีก็ไม่ได้บอกว่าผมร้องดี คนอาจอยากดูคนที่พัฒนาการก้าวกระโดเหมือนพี่ปั๊มที่เขาพยายามร้องให้ได้ดี มันก็สมเหตุสมผลนะ”
       
       “ทรู” แจงครูเอเอฟไม่จำเป็นต้องลดความดุ เชื่อ “กู๊ด” เปราะบาง อาจต้องระมัดระวังมากขึ้น
       

       ด้านโปรดิวเซอร์รายการ “บอย อรรถพล ณ บางช้าง” เผยถึงกรณีสาวกู๊ดช็อคตาตั้งคาบ้าน แต่กลับไม่มีทีมงานเข้ามาช่วยมีเพียงนักล่าฝันด้วยกันเองนั้น เจ้าตัวแจงมีทีมหมออยู่ และเหตุดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นไม่มีใครผิดใครถูก ไม่จำเป็นต้องลดความกดดันจากการสอน
       
       “เรามีรถนะ รถที่ทีมงานสแตนบายด์อยู่แล้วนะครับ แล้วจะมีรถแพทย์มาตรวจมาอะไรอยู่แล้ว แต่ยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องสุดวิสัย เพราะการแบบนี้มาสองสามน้องเขามีครั้ง ตั้งแต่วันแรกเขาก็เป็นลมกลางเวที ซึ่งถ้าเราไปย้อนดูเทป เขาอาจจะมีความเปราะบางไม่เท่ากัน อาจจะมีความรู้สึกของความเครียด ในหลายๆสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ว่าเราต้องดูแลเขาเป็นพิเศษ ต้องดูอาการเขา จากที่ทีมงานได้คุยกับคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้มีอาการที่น่าเป็นห่วง จริงๆมันมีความเครียดมากกว่าเรื่องที่ครูสอน ทั้งเรื่องของการรับโจทย์ เด็กเขามีความกดดัน”
       
       “การสอนก็เป็นไปตามปกติรวมทั้งโจทย์เพลง เราไม่สามารถลด ต่อไปนี้ห้ามว่าก็ไม่ได้ แต่เราต้องป้องกัน และระวังมากขึ้น อาจจะต้องมีการอธิบายว่าเมื่อในโลกของความเป็นจริง เมื่กออกไปนอกบ้านมันมีความเครียดมากว่านี้ ไม่ใช่แค่ตรงนี้ คุณต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก”
       
       “ส่วนพ่อแม่ได้เข้าเยี่ยมครับ ได้เห็นแต่คงไม่ได้คุย จริงๆเราก็ให้คุณพ่อคุณแม่เข้ามามาเยี่ยมได้ มาคุยกับหมอ ทุกอย่างอยู่กับเรื่องคุณหมอ”
       
       ยันทางรายการไม่ได้สั่งให้ครูกดดันเด็ก อีกทั้งย้ำว่า “ครูเป็ด วาเนสซ่า” แดนซ์เทรนเนอร์เครียดต่อกรณีดังกล่าวมาก แต่ยืนยันคำพูดครูไม่แรง แต่เพราะเด็กมีความเปราะบาง
       
       “คนก็คงตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้าน แต่ถ้าเกิดไปดูเทปจะเข้าใจมากขึ้น มันไม่ใช่ว่ารายการไปกดดัน หรือไปใส่โจทย์อะไรที่พิสดาร จนเด็กเกิดอาการเครียด แต่ถ้าได้ดูเทปจะรู้ว่ากู๊ด เขาเป็นคนเปราะบางและไม่ได้ผิดปกติ คนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน ปีก่อนๆ ก็มีเรื่องความเครียด โดนครูดุกว่านี้เยอะแยะ แต่มาปีนี้น้องเขาค่อนข้างเปราะบาง คนดูก็น่าจะเข้าใจทั้งที่บางคนอาจไม่เข้าใจตอนต้น พอรับทราบข่าวก็ปากต่อปากไปแบบไม่เข้าใจ ก็มีอะไรขึ้นมา ที่จริงน้องเขาคงมีความเครียด”
       
       “บางคนว่าครูเป็ดทำเกินกว่าเหตุ ครูเป็ดไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุนะครับ เราต้องดูว่าเขาก็อยากให้เกิดศิลปินมองแบบนี้ว่าในโรงเรียนมันมีทั้งครูดุและครูไม่ดุ คนเข้ามาในบ้าน แล้วเราสอนไม่ได้ อันนี้ไม่ได้โทษทั้งสองฝ่าย ไม่โทษว่าเขากดดันเด็ก หรือไม่โทษว่าเด็กไม่ไหว เด็กเขามีความเครียดอย่างที่บอก สิ่งที่มันช็อก คือมันต้องปรับสถานการณ์มาอยู่ในโรงเรียนประจำ พอครูเริ่มจะสอน อันนี้ครูเป็ดเขาเข้ามาบอก ไม่ได้เป็นการสอนแบบทั่วๆไป มาสอนเรียงตัวเลยเครียดมากเท่านั้นเอง”
       
       “ไม่ได้เข้าข้างใครลย ผมเชื่อว่าครูเขามีวิจารณญาณ เขามีส่วนผลักดันให้เด็กดันตัวเองออกมาก็ได้คุยกับครูเป็ดนะครับ เพราะว่าครูเป็ดเขาไม่สบายใจ เหมือนเป็นคลาสสุดท้ายที่ต้องเจอ มีการทำโทษกันตั้งแต่ตอนเช้า จังหวะนั้นมันอาจมีมาทั้งวัน ว่าเครียดเหลือเกิน จริงๆครูเป็ดเขาก็สอนปกติ มันไม่ใช่การมีเรื่องกัน วันนั้นเขาสอนไปเรื่อยๆนะ”
       
       ยันหากมีการแข่งขันในปีต่อไป อาจต้องเช็คสภาพจิตใจของผู้เข้าแข่งขันด้วย
       
       “เราก็มีประชุมกันว่าน้องคนนี้มีอาการแบบนี้ว่าน้องคนนี้เขาเปราะบาง เราจะต้องทำอย่างไร เราก็ต้องเรียกประชุมกัน ส่วนต่อไปเนี่ยต่อไปในอนาคตสงสัยต้องดูเรื่องจิตใจมากขึ้น แต่อย่างว่าการเลือกคนมันก็เลือกกันลำบากอยู่แล้ว เพราะเราใช้เวลาน้อย แต่การจะรู้จักคนคนนั้นจริงๆ ว่าเขาเซ้นสิทีฟแค่ไหน มันยาก แต่น้องกู๊ดก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ เพียงแต่ว่าเขาอาจจะบางไปหน่อยแค่นั้นเอง”
       
       บอกแล้วแต่คนจะคิด หากจะโดนมองจัดฉากสร้างกระแสเรื่องนักล่าฝันช็อคคาบ้านเอเอฟ ลั่นไม่เคยคิดจะเชิดชูรายการให้ดังด้วยวิธีการนี้
       “แต่มันแล้วแต่คนคิด แต่สังเกตได้ว่าผมไม่ใช้ประเด็นแบบนี้มาสร้าง หรือมาแถลงข่าว เพราะว่าไม่มีเหตุผลในการทำให้รายการดัง แต่รายการมันดัง อย่างเช่น รัฐสภาเขาก็เอามาล้อก็มี ช่องสามก็เอามาออก เรื่องสุขภาพไม่ใช่เรื่องเอามาเชิดชูรายการ”
       
       ส่วนการทำโชว์ให้คนกรี๊ดกระแสเรื่องรักๆใคร่ๆ ของหนุ่มปั๊ม และสาวกรีน หรือหนุ่มแต๊บ กับสาวมิกกี้ บนเวที โปรดิวเซอร์คนเดิมเผยว่าเป็นแค่ละครเกาหลี ที่โชว์ในชีวิตจริงนักล่าฝันอาจไม่ได้รักกันจริงก็ได้
       
       “โชว์อันนี้มันละครเกาหลี มันเป็นโชว์ไม่ใช่เรื่องจริง เรื่องโจทย์ผมไม่เคยเขียนเข้าไปนะ สถานการณ์ในบ้าน ก็คงต้องปล่อยไป แต่วันนี้ คนดูต้องพูดแน่เลยไม่ให้รักกันแล้วมาทำโชว์อะไรแบบนี้ ก็นี่เราทำโชว์ละครเวที จริงไม่จริงอีกเรื่องหนึ่ง แต่มันก็สนุกดีใช่มั้ย การทำโชว์มันเป็นเรื่องของศิลปะ บางคนก็ชอบบางคนก็ไม่ชอบ คนชอบไม่เหมือนกัน แต่วันนี้มีคนกรี๊ด คือพอมันมีกอสซิปข้างนอก คนก็กรี๊ดกันใหญ่มันเป็นละครเกาหลี”
       
       “ในบ้านเนี่ยเราไม่ได้สนับสนุนใครเป็นแฟนกัน แล้วยังยืนยันมาตรการ แต่การมาโชว์เนี่ยคุณต้องทำให้ให้แข็งแกร่งไม่งั้นคนเล่นเป็นพระเอกนางเอก ต้องหลายเป็นแฟนกันตลอดซิ ก็คงสนุกขึ้นเรื่อยๆ”
       
       พร้อมโต้ข่าวเด็กในบ้านรู้กระแสข้างนอก เพราะมีการสื่อสารเข้าไป โปรดิวเซอร์รายการแจงเป็นไปไม่ได้
       “ไม่จริงหรอก ไม่มีใครส่งสาส์นเข้าไปได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ยอมรับคือว่าการหลุดมันมีอยู่แล้วด้วยคำพูดของเทรนเนอร์ เพราะมันเป็นเรื่องปฎิสัมพันธ์ ส่วนการฝากสาส์นไม่มีแล้ว ไม่เหมือนตอนปีหนึ่ง ให้ดอกไม้ ส่งกระเช้าผลไม้ ในส้มมีสาส์น มาตอนนี้ไม่รับของเข้าบ้านเลย มันก็มีเรื่องหลุดเข้ามา เราก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็บอกให้เขาระวังในส่วนของเทรนเนอร์”

ที่มา http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076220