“ครูเป็ด” ลั่นเสียใจ หลังเฉ่ง “กู๊ด V10” ชัก คาบ้านเอเอฟ

 

 

 

บ้านเอเอฟวุ่น “กู๊ด V10” ชักตาตั้งกลางบ้าน หลัง “ครูเป็ด” เทศน์ต่อหน้าเพื่อน สอนการวางตัว ให้เข้าหาเพื่อนบ้าง ด้านหมอแจงสาวนักล่าฝันสาว มีอาการเครียดกดดัน จากการซ้อมหนัก และเป็นโรคโลหิตจาง ส่วน “ครูเป็ด” บอกไม่ได้ด่า ลั่นเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและคงไม่กล้าเตือนอีก ด้านผู้บริหาร “ทรู” แจง เด็กมีความเครียดอยู่แล้ว ครูไม่ทำเกินกว่าเหตุ ลั่นหากพ่อแม่อยากให้ออกจากเกม ก็เคารพในการตัดสินใจ
       
       
       เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในบ้านเอเอฟ เมื่อช่วงหัวค่ำของวันนี้ (25) หลังจากที่เหล่าบรรดานักล่าฝันในบ้านทั้ง 8 คนต้องเข้าเรียนวิชาแดนซ์ นำโดยครู “เป็ด วาเนสซ่า กัณโสภณ” จากแดนซ์เทรนเนอร์ โดยในคลาส ครูเป็ด ได้สอนถึงการวางตัวให้กับบรรดาเหล่านักล่าฝัน เมื่อมาถึงคิวสาว “กู๊ด สาธิกา ศิริปุญโญทัย” ครูเป็ด เผยว่า อยากให้สาวกู๊ดเปิดใจเข้าหาเพื่อน ใครไม่เคยคุยกันต้องลองศึกษากัน อีกทั้งยังบอกว่าที่สาวกู๊ดอยู่ได้ถึงวีกนี้ก็ด้วยสาเหตุ แค่มีพ่อแม่คอยโหวตให้ และมีน้ำเสียงดี
       
       นักล่าฝันควรปรับตัวในการอยู่ร่วมกับเพื่อน โดยขณะที่ครูเป็ดกำลังสอน สาวกู๊ด อยู่นั้น เจ้าตัวถึงกับนั่งร้องไห้ ครูเป็ดจึงเอ่ยขึ้นว่าไม่เข้าใจว่าการร้องไห้คืออะไร โดยที่ “หนุ่มกี๋”และ “สาวโบว์” ร่วมกันปลอบเพื่อน จนสุดท้าย ครูเป็ด เดินออกจากห้องสอน และทิ้งท้ายว่า “ปลอบกันให้เสร็จ ครูก็จะออกไปข้างนอกก่อน เสร็จแล้วตามครูด้วย” สาวกู๊ด จึงร้องไห้ออกมาด้วยความเครียดและกดดัน จนเกิดอาการชัก จนเพื่อนๆ ช่วยกันอุ้มขึ้นรถส่งโรงพยาบาล ซึ่งสาวกู๊ดเองเคยเป็นลมล้มตึง เนื่องจากตื่นเต้นกลางงานแถลงข่าวในวันเปิดตัววันแรก และเคยเป็นลมในบ้านเอเอฟมาแล้ว
       
       โดยอาการเบื้องต้นนั้น หลังจากนำส่งโรงพยาบาล “พญ.สุธร ศิระบัญชาศักดิ์” แพทย์อายุรกรรมทั่วไป โรงพยาบาลไทยนครินทร์ เปิดเผยว่า “สาวกู๊ด” เป็นโรคโลหิตจางอยู่แล้ว และเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากความเครียด แต่ไม่รุนแรง พัก 2 วัน ก็สามารถกลับเข้าร่วมการแข่งขันได้ สั่งต้องพักผ่อนให้มาก และอย่าเครียด
       
       “อาการคร่าวๆ ของน้อง คือ มีภาวะแทรกซ้อน คือ จากโรคโลหิตจาง จากการมาตรวจ 2 ครั้งที่ผ่านมา เจอทั้งสองครั้ง บวกกับอาการเครียด ซ้อมหนัก และพักผ่อนไม่เพียงพอจีงทำให้เกิดอาการชักขึ้มมา ตอนนี้ก็ได้ให้วิตามิน น้ำเกลือ และยานอนหลับ เพราะจะให้น้องได้พักผ่อน แล้วต้องนอนโรงพยาบาลประมาณ 2 วัน ถ้ากลับไปก็ต้องให้วิตามินบำรุงโรคเลือดไปด้วย แล้วก็ต้องทานอาหารให้ครบทุกมื้อ ครบทุกหมู่ คาดว่า 2 วันก็กลับเข้าบ้านเอเอฟได้”
       
       “อาการของน้องไม่ได้ร้ายแรงขนาดที่ว่าต้องออกจากรายการ ที่สำคัญก็คือ ต้องพักผ่อน ไม่ซ้อมหนักจนเกินไป เพื่อจะได้ไม่เกิดความเครียดและกดดัน”
       
       ส่วน “ครูเป็ด วาเนสซ่า กัณโสภณ” แดนซ์เทรนเนอร์ แห่งบ้านเอเอฟได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลด้วย เผยไม่ได้ตั้งใจตำหนิ แต่แค่สอนเรื่องการสร้างเสน่ห์ให้ เนื่องจากเห็นว่านักล่าฝันสาวนิสัยเงียบ เวลาออกไปเจอแฟนคลับเกรงจะทำตัวไม่ถูก พร้อมลั่นเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น บอกได้กระซิบข้างหูสาวกู๊ดแล้วขอให้หายไวๆ และหลังจากนี้คงไม่กล้าดุสาวกู๊ดอีก
       
       “จริงๆ ครูเป็ดไม่ได้ต้องการให้น้องเครียดขนาดนั้น ครูเป็ดไม่ได้โกรธ คือ อยากให้น้องเขาหยุดคิดดูว่ายอมรับกับที่ครูสอนไปหรือเปล่า ไม่ได้อยากให้เสียใจ ก็ได้สอนไปเรื่องการทำตัวให้มีเสน่ห์ เพราะว่าน้องกู๊ด ชอบอยู่คนเดียว เก็บตัว กลัวว่า เวลาออกไปเจอแฟนคลับ แฟนคลับจะไม่รัก ไม่เอ็นดู เหมือนกับไม่สร้างความผูกพันให้กับคนอื่น เลยบอกให้น้องสร้างเสน่ห์ให้กับตัวเอง แต่ไม่ได้อยากให้กู๊ดร้องไห้ทุกครั้ง พอพูดจบ ครูเป็ดก็เดินออกไป น้องเขาคงคิดว่าครูโกรธมาก พอปิดประตูสักพัก ครูก็ได้ยินเสียงปั๊มร้องว่า กู๊ดชักเลยวิ่งกลับเข้าไปดู ก็บอกให้เด็กๆ อย่ามุง แล้วกี๋ก็อุ้มน้องออกมา ทีมงานก็พาไปส่งโรงพยาบาล”
       
       “ครูก็ได้ตามน้องไปโรงพยาบาล ได้กระซิบน้องเขาที่ข้างหูว่า หายไวๆ นะ ครูเป็ดไม่ได้ตั้งใจ ครูขอโทษ กลับมาบ้านไวๆ จะได้ขึ้นไปร้องเพลงอย่างที่เรารัก”
       
       “ต่อไปนี้คงไม่กล้าดุกู๊ดอีกแล้ว คราวต่อไปคงจะแค่สอนเต้นอย่างเดียว แล้วทำโชว์ให้ดีที่สุด เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นค่ะ”
       
       ด้านผู้บริหารทรู “บอย อรรถพล ณ บางช้าง” รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายรายการ ทรูวิชั่นส์ และโปรดิวเซอร์รายการเอเอฟ แจงว่า กรณีดังกล่าวทางรายการไม่ได้สั่งครูกดดันเด็กแต่อย่างใด ยอมรับ “กู๊ด V10” มีความเครียดและกดดันอยู่แล้ว ยืนยันครูเป็นไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ
       
       “ไม่ได้กดดัน ครูมีหน้าที่สอน ปกติกู๊ดมีความกดดัน เครียดง่ายอยู่แล้ว ถือเป็นภาวะเครียดส่วนตัว ยังไม่ได้ฟังชัดเจนครับ แต่โทษครูเป็ดก็ไม่ได้ เพราะเด็กเกิดภาวะกดดันอยู่แล้ว ครูเป็ดเพียงพูดว่า ไม่อยากให้มีโลกส่วนตัวมากเกินไป อยู่กับเพื่อนบ้าง เหมือนกับ มิวสิค ปีที่แล้ว ที่ป่วยจนเกือบขึ้นเวทีไม่ได้”
       
       “ยิ่งเรื่องอาหารในบ้านนั้น มีหลากหลาย เป็นวาไรตี้ มีครบ 5 หมู่ เลือกได้หลายแบบ แต่ครบ 5 หมู่แน่นอน ถ้าไม่สบายเด็กก็สามารถรีเควสต์อาหารที่อยากจะกินได้ อาหารพิเศษก็สามารถบอกทางรายการให้จัดมาให้”
       
       ส่วนพ่อแม่จะเข้าเยี่ยม “สาวกู๊ด” ได้หรือไม่นั้น โปรดิวเซอร์แจงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหมอ และหากจะขอกลับบ้าน ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของพ่อแม่นักล่าฝัน ซึ่งต้องยืนยันว่าจะไม่ร่วมแข่งขันแล้ว
       “เรื่องเข้าเยี่ยมก็ต้องถามหมอ ว่า สภาพของเด็กต้องการพ่อแม่มากแค่ไหน ต้องดูที่หมอเป็นหลัก เพราะถ้าเด็กคนอื่นไม่สบาย และพ่อแม่เข้ามาทุกคนก็แย่ ถ้าจะกลับบ้านเป็นสิทธิ์ของพ่อแม่ ต้องเคารพการตัดสินใจของพ่อแม่ แต่ก็ทำได้ถ้ายืนยันว่าจะไม่แข่งขันต่อ ทางรายการก็ไม่ว่าอะไร”

ที่มา http://www.manager.co.th/entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074991