[ช่อง3] สุดแต่ใจจะไขว่คว้า จันทร์-ศุกร์ 18.45น.

 

 

 

เรื่องย่อ สุดแต่ใจจะไขว่คว้า

ช่องสามนำละครชีวิตสร้างสรรค์สังคมดีเด่น ที่ยังตราตึงใจแฟนละครมาตลอด 19 ปี สุดแต่ใจจะไขว่คว้า มาปัดฝุ่นทำใหม่ คราวนี้นำนางเอกภาพลักษณ์ดีทั้งในจอและนอกจอ “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” ประกบ “อเล็กซ์ เรนเดลล์” ที่รับบท พัฒนะ ลูกที่พ่อไม่รัก แต่รักดี ที่บทนี้เคยส่งให้ หนุ่มเสก เสกสรร ชัยเจริญ เป็นดาราแสดงนำชายดีเด่น รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2532 ส่วน พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบทพ่อใจร้าย ไม่ยุติธรรม
คำเตือน : ละครเรื่องนี้เป็นละครสร้างสรรสังคมดังนั้น เรื่องนี้จึงไม่มีนางอิจฉา ไม่มีการแย่งผัวแย่งเมีย ไม่มีเรื่องรักๆใคร่ๆของชายหญิง

นักแสดง >>> คลิกที่นี่

เรื่องย่อประจำสัปดาห์ >>> คลิกที่นี่

วอลเปเปอร์ >>> คลิกที่นี่

สุดแต่ใจจะไขว่คว้า

บทประพันธ์ : โบตั๋น
กำกับการแสดงโดย : อดุลย์ บุญบุตร
ดำเนินงานโดย : บริษัทควิส แอนด์ เควส จำกัด

มีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่งเป็นสาวสวน อยู่ต่างจังหวัด ฐานะพอมีพอกิน ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า พ่อ แม่ และลูกๆอีก 5 คน แต่ละคนตัวไล่เลียกันเพราะอายุแก่กว่ากันแค่ปีเดียว ลูกคนโตอายุ สิบสอง ชื่อ พุดจีบ เรียกสั้นๆว่าพุด พรรณพงศ์หรือเรียกกันว่าพงศ์ อายุสิบเอ็ด พัฒนะอายุสิบขวบ เรียกกันในหมู่พี่น้องว่าพัด พรพุฒิอายุเก้าขวบ น้องคนสุดท้องชื่อพิณรมย์ มีเพื่อนสาวสองคน เป็นลูกกำนัน คนพี่ชื่อวันแรม คนน้องชื่อวันสว่าง วันสว่างเป็นเพื่อนรุ่นเดียว กับพิณรมย์ เป็นคนเงียบๆเรียบร้อย ไม่ค่อยพูด ผิดกับพี่สาว หล่อนเป็นหน้าตาดี คนปากหวาน ทำตัวเปรี้ยว ทั้งสองมีน้าสาวคนหนึ่งเรียนจบเมืองนอก ชื่อ แก้ว น้าแก้วทำงานกับบริษัทฝรั่ง

พ่อตั้งความหวังอยากให้ลูกๆทุกคนเรียนจบปริญญา แล้วสอบเข้ารับราชการเป็น นายอำเภอ เป็นเจ้าเมือง เพราะเห็นว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ และจากการที่ตนเคยผิดหวังเพราะเรียนเก่งสู้น้องชายไม่ได้ ทำให้ปู่หรือพ่อของตนผิดหวัง น้องชายของพ่อรับราชการอยู่ต่างจังหวัด พ่อเสียใจที่ตนเรียนอ่อนทำให้ปู่ผิดหวังเลยมาตั้งความหวังกับลูกๆอยากให้ลูกรับราชการ แต่คนที่น่าจะเป็นความหวังให้พ่อมากที่สุดก็คือลูกชายคนโต เขาเป็นคนหัวดี เรียนเก่ง ความจำเป็นเลิศ แต่มีนิสัยเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว ชอบเอารัดเอาเปรียบพี่น้อง และชอบแกล้งน้อง ไม่เคยช่วยงานพ่อแม่เลย มีแต่พี่กับน้องของเขาเท่านั้นที่ช่วยทำงาน เมื่อถูกตำหนิ เขาก็จะอ้างว่าต้องทำการบ้าน อ่านหนังสือ เดี๋ยวคะแนนตก พ่อเข้าข้างพงศ์ทุกอย่างไม่ว่าพงศ์จะทำผิดหรือไม่ เอาอกเอาใจอยากได้อะไรก็หามาให้จนลูกๆคนอื่นรู้สึกน้อยใจในการที่เขาเกิดมาสมองไม่ดีเรียนไม่เก่งอย่างพี่ชาย แต่แม่เป็นคนยุติธรรมไม่ลำเอียง เมื่อเห็นว่าลูกคนไหนทำผิดก็ว่ากล่าวตักเตือนหรือลงโ
ทษ พุดจีบเป็นคนใจดีกับน้องๆ เป็นคนซื่อ ชอบเย็บเสื้อปักเสื้อ ส่วนพรพุฒิเป็นคนเรื่อยๆเฉื่อยๆ ชอบนั่งเพ้อฝันอยู่คนเดียว พัดนิสัยดี เป็นคนซื่อตรง ไม่ชอบเอารัดเอาเปรียบใครแต่เรียนไม่เก่ง จะเก่งทางด้านเครื่องยนต์กลไก เขาชอบเก็บของเก่าๆที่พังแล้วมาประดิษฐ์ของเล่นให้พิณรมย์เล่นอยู่เสมอ พัดทำเรือไม้กระดานให้พิณรมย์ก็ถูกพรรณพงศ์ขว้างทิ้ง เมื่อแม่รู้ก็ดุพงศ์ แต่พ่อก็เข้าข้างพรรณพงศ์เพราะเห็นว่าเป็นลูกคนโปรด เมื่อพัดทำวิทยุแร่ให้พิณก็ถูกพงศ์แกล้งทำหล่น เมื่อแม่รู้จึงหักเงินค่าขนมของพงศ์ไปให้พัดเอาไปชื้ออุปกรณ์มาทำให้พิณใหม่ แต่พัดก็ซ่อมวิทยุแร่ได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่ และบอกให้พิณเอาเงินไปคืนพรรณพงศ์ พิณบอกพัดให้เก็บเงินเอาไว้ซื้ออุปกรณ์อื่นๆแต่พัดไม่เอาเพราะเขาไม่อยากเป็นคนขี้โกงพรรณพงศ์รู้ว่าเขาไม่ถูกหักเงินแล้วก็ดีใจแต่เขาไม่ได้รู้สึกขอบใจน้องชายเลยแต่กลับบอกวันแรมว่าพัดนี่โง่ พิณรมย์ไม่ค่อยชอบพงศ์สักเท่าไร แต่จะสนิทและรักเห็นอกเห็นใจพัฒนะที่สุด พิณรมย์เป็นเด็กฉลาดแม้จะเรียนไม่เก่งนักแต่ไหวพริบดีพูดจามีชั้นเชิง

วันแรมกับวันสว่างค่อนข้างสนิทกับพัดเพราะทุกครั้งที่พัดประดิษฐ์ของเล่นให้พิณเขาก็จะทำเผื่อวันสว่างด้วย ส่วนวันวันแรมก็จะคุยกับพัด หล่อนชอบพรรณพงศ์มากกว่าเพราะพรรณพงศ์จะช่วยสอนการบ้านให้หล่อน

พ่อได้ยินมาว่ากำนันไปชื้อบ้านในกรุงเทพฯ เอาไว้ให้วันแรมกับวันสว่างเรียนต่อเมื่อจบชั้นประถม พ่อก็อยากให้พรรณพงศ์เรียนต่อโรงเรียนสวนกุหลาบที่กรุงเทพฯเช่นกัน จึงมาปรึกษากับแม่ว่าอยากขายที่สักแปลงเพื่อเป็นทุนให้ลูกเรียนต่อ แม่คิดอยากให้พุดจีบลูกสาวคนโตไปเรียนเย็บเสื้อผ้าและเปิดร้านตัดเสื้อที่นั่น พ่อไม่ชอบใจเมื่อเห็นว่าลูกสาวชอบตัดเย็บเสื้อผ้า

พ่อชื้อตึกแถวห้องหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อพรรณพงศ์เรียนจบจึงย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯกับพุดจีบ โดยมีอาวรรณีและลูกชายของอาชื่อว่าไวทูรมาอาศัยอยู่ด้วยพงศ์เขาสอบเข้าโรงเรียนสวนกุหลาบได้ พ่อดีใจจนหน้าบาน เที่ยวไปคุยอวดใครต่อใครไปทั่ว และพ่อก็ซื้อวิทยุให้พงศ์เป็นของขวัญ พรพุฒิอยากเอาฟังบ้างแต่พรรณพงศ์กลับเตะพรพุฒิเกือบตกบันได แม่ไม่พอใจที่พ่อลำเอียงและรักพงศ์มากเกินไป แม่กลัวว่าเมื่อพรรณพงศ์โตขึ้น เป็นเจ้าคนนายคนเขาจะไม่สามารถดูแลน้องๆได้เพราะแค่น้องอยากฟังวิทยุบ้างถึงกับเตะเกือบตกบันได และเมื่อบอกพ่อว่าจะทำโทษพงศ์เมื่อพงศ์ทำผิดไม่ให้พ่อมาห้าม

พัฒนะตั้งใจว่าจะไม่เรียนต่อเพราะตนหัวไม่ดีและเห็นว่าพ่อไม่ค่อยสบายต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆจึงอยากออกมาทำงานช่วยพ่อแม่มากกว่า กำนันชวนพัดมาทำงานที่บ้านโดยมีค่าตอบแทนเล็กน้อยๆ และพัดก็ยังไป ทำงานอู่ซ่อมรถกับช่างตี๋โดยมีเป้าหมายว่าจะเปิดอู่เล็กๆเป็นของตัวเอง

แม่ออกเงินเปิดอู่ซ่อมรถให้พัดเป็นเงินสองหมื่นบาทและซื้อจักรเย็บผ้าให้พุดจีบด้วย พัดเปิดอู่ซ่อมรถระยะแรกๆก็รายได้แทบจะไม่มีเพราะพัดยังเด็กมากไม่มีใครเชื่อใจที่จะ
เอารถมาให้ซ่อม พุดจีบเย็บเสื้อผ้าและส่งน้องเรียนด้วย คือพรพุฒิ ตอนนี้พรพุฒิเรียนจบประถมแล้ว เขาย้ายมาอยู่กรุงเทพฯเรียนโรงเรียนเพาะช่างเขาชอบปั้น เขาสามารถหาเงินส่งตัวเองเรียนจากการวาดรูปและงานปั้นของเขา ตั้งแต่พรรณพงศ์มาอยู่กรุงเทพฯก็ใช้จ่ายเงินสิ้นเปลือง เขาขอเงินพ่อมาเที่ยวกับเพื่อนๆโดยอ้างว่าจะเอาเงินไปเรียนพิเศษ เขาเอาแต่เที่ยว ไปค้างบ้านเพื่อนบ้าง งานบ้าน ซักเสื้อผ้าก็ไม่เคยช่วยทำปล่อยให้ไวทูรและอาทำ เมื่อพี่สาวว่าก็หาบอกว่าทั้งสองเป็นคนอาศัยก็ต้องช่วยแบ่งเบาภาระบ้างจะมาอยู่ฟรีๆได้อย่างไร และก็ว่าพี่สาวต่ออีกว่าที่ว่าตนเพราะกลัวว่าแฟนจะทำงานหนักไม่มีเวลามาจู๋จี๋กับตนห
ละซิ ไวทูรกับพุดจีบชอบพอกัน เมื่อเรียนจบไวทูรกับพุดจีบก็แต่งงานกัน แต่ก็คุมกำเนินเพราะทั้งสองยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร ไวทูรเรียนจบนิติศารตร์แต่หางานยาก เลยไปทำงานเป็นทนายธุรกิจ พ่อตาก็อยากให้สอบเนติจะได้เป็นผู้พิพากษา จะได้อวดลูกเขยด้วย

พรรณพงศ์สอบติดคณะรัฐศาสตร์จุฬา พ่อดีใจมากซื้อโต๊ะเขียนหนังสือให้เป็นของขวัญ จนลูกอื่นๆรู้สึกน้อยใจ เขาคบแต่เพื่อนรวย เพื่อนชื่อชวลิตซึ่งพุดจีบเคยได้ยินชื่อพรรณพงศ์พูดถึงบ่อยๆ เป็นหลายชายนายธนาคารใหญ่ พรรณพงศ์คบก็เพื่อหวังว่าจบไปจะได้พึ่งบารมีเพื่อน ซึ่งชวลิตก็ไม่ค่อยชอบพรรณพงศ์เท่าไหร่เพราะทุกครั้งที่ไปเที่ยวกันพรรณพงศ์ไม่เคยออ
กเงินเลย แต่ที่ยอมคบเพราะเห็นว่าพรรณพงศ์เรียนเก่ง เขียนรายงานดี หวังไว้พรรณพงศ์ช่วยเขียนรายงานให้ ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยได้พรรณพงศ์ เขาก็เที่ยวหนักขึ้นทุกที ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ซื้อเสื้อผ้า รองเท้าราคาแพงๆ ไปเล่นสเก็ตกับวันแรมทุกอาทิตย์ เมื่อพ่อถามก็อ้างว่า ค่าหนังสือ ค่าสโมสร ค่าทัศนศึกษาบ้าง พ่อก็เชื่อ

เพระการเรียนพงศ์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอาจจะมีตกมาบ้างแต่เขาก็อ้างว่าเรียนในกรุงเทพฯยากแล้วก็มีคนเก่งๆมากเขาทำได้แค่นี้ก็นับว่าดีแล้ว

กิจการของพัดค่อยๆดีขึ้น จนถึงขั้นว่ารวย เขามีเงินส่งพิณรมย์เรียนพยาบาล โดยไม่ต้องพึ่งพ่อแม่ เขาชื้อโต๊ะเขียนแบบให้พรพุฒิไว้อวดพรรณพงศ์บ้าง ซื้อรถกระบะไว้ใช้ และคิดว่าจะซื้อรถเก๋งมือสองมาเข่งบารมีกับพี่ชาย เพราะพี่ชายชอบดูถูกว่าเขาเป็นแค่ช่างฟิตเรียนจบแค่มัธยมสู้คนจบปริญญาตรีไม่ได้ และเขาก็อยากมีรถเก่งไว้ให้วันแรมคนที่เขาชอบและพี่ชายเขาก็ชอบด้วยนั่ง แต่วันแรมไม่ชอบพัดที่พัดจบแค่มัธยมทำงานสกปรก เนื้อตัวมอมแมม เขาชอบพรรณพงศ์มากกว่าเพราะเที่ยวสนุก วันแรมเข้าเรียนต่อปริญญาตรีเช่นกัน แต่เรียนตกหลายตัวเพราะมัวแต่เที่ยวกับพรรณพงศ์ ส่วนวันสว่างเรียนพยาบาลเช่นเดียวกับพิณ


วันหนึ่งพ่อไม่สบายไม่มีใครอยู่บ้านเพราะลูกๆไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯกันหมดเหลือแต่พัดคนเดียวแม่ก็ไปตามพัดที่อู๋ พัดขับรถพาพ่อมาส่งที่โรงพยาบาลที่พิณทำงานอยู่ และส่งข่าวถึงพุดจีบ พงศ์ และพรพุฒิรู้ แต่ตอนนั้นพงศ์ไปค้างบ้านเพื่อนจึงไม่รู้ พ่อไม่สบายเพ้อถึงแต่พงศ์ลูกชายคนโปรดคนเดียว พิณซึ่งเฝ้าไข้อยู่ได้ยินก็รู้สึกน้อยใจ มาบ่นให้พัดฟังพัดพยายามปลอบใจและพูดให้พิณเข้าใจพ่อว่าพ่อมีลูกตั้งห้าคนจะให้รักเท่ากันได้อย่างไร คนไหนทำให้พ่อพอใจพ่อก็ต้องรักมากกว่าขนาดเราเองมีแค่พ่อกับแม่สองคนเรายังลำเอียงรักแม่มากกว่าพ่อเลย ทำให้พิณรมย์เข้าใจพ่อมากขึ้น เมื่อพ่อรู้สึกตัวก็ถามหาแต่พรรณพงศ์ พัดก็อ้างว่าเขาติดสอบเมื่อสอบเสร็จก็จะมาหาในตอนเย็น ทั้งๆที่พรรณพงศ์ไปเที่ยวบ้านเพื่อนพุดจีบรู้ดีอาการของพ่อดีขึ้นเมื่อเห็นหน้าพงศ์ลูกชายคนโปรด เขาเยี่ยมพ่อหลังจากนั้นสามวัน พ่อต้องรอดูอาการอีกซักพักจึงต้องพักอยู่กรุงเทพฯต่อแต่พรรณพงศ์ไม่อยากให้พ่ออยู่เลยเพราะถ้าพ่ออยู่เขาก็ออกไปเที่ยวไม่ได้ต้องกลับบ้านเร็ว พ่ออยู่ใกล้ลูกชายคนโปรดแต่กลับรู้สึกว่ายิ่งห่างไกลเพราะพงศ์ไม่ค่อยอยู่บ้านเสาร์อาทิตย์ก็ออกจากบ้านตลอด

พ่อเจ็บออดๆแอดๆจึงให้แม่เป็นคนดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆทำให้พงศืไม่มีเงินไปเที่ยวจนต้องขโมยพัดลมในบ้านซึ่งพุดซื้อมาใหม่ไปขาย การเรียนเทอมสุดท้ายของพรรณพงศ์ไม่ค่อยดี เขาได้รับปริญญา แต่ตกงานเพราะสอบเข้ารับราชการไม่ได้ ก็ไปสอบเป็นตำรวจสอบผ่านข้อแต่ต้องมีเส้นใช้เงินห้าหมื่น จึงจะเข้าได้ เขาแบกหน้าไปยืมเงินตัด แต่พัดไม่ค่อยอยากให้เพราะรู้ว่าถ้าพงศ์ได้งานเขาต้องโกงกินแน่นอน พัดจึงบอกจะไปปรึกษาแม่ก่อน แต่แม่ก็ไม่อยากให้เช่นเดียวกัน แม่ยอมให้พ่อเสียใจดีกว่าให้พงศ์ทำผิดแล้วเข้าคุก พรรณพงศ์จึงไปติดต่อกับชวลิตเพื่อนซี้ แต่ก็ไปเรียนต่อเมืองนอกแล้ว แต่ยังมีลุงของชวลิตชื่อเชาว์ให้ไปทำงานธนาคารกับเขา

สีสันบันเทิง อเล็กซ์สัมภาษณ์นักแสดง”สุดแต่ใจจะไขว่คว้า”

พงศ์รู้ว่าวันแรมจะไปเรียนต่อเมืองนอกก็อยากไปด้วยเขาอยากได้ทุนไปเรียนจึงไปขอกับลุงเชาว์นายเชาว์เคยแอบชอบพิณรมย์เมื่อตอนไปเที่ยวพัทยาด้วยกัน เชาว์อยากได้พิณรมย์มาเป็นเมียน้อยจึงให้พงศ์เอาพิณมาแลกกับทุนเรียนต่อและบอกว่าจะให้ทุนพัดทำโรงงานและพุดจีบเปิดร้านหรูๆตัดเย็บเสื้อผ้า พงศ์สนใจข้อเสนอจึงหลอกล่อวันแรมให้ไปบ้านลุงเชาว์โดยบอกว่าให้ไปพยาบาลเมียนายเชาว์พิณดีใจที่จะได้ทำงานหาเงินก่อนที่จะเรียนต่อปริญญาตรีไม่ต้องพึ่งพี่สาวและพี่ชายจึงไป จึงตกเป็นเมียของนายเชาว์ พิณโกรธมากเมื่อรู้ว่าพงศ์รู้เห็นเป็นใจกับนายเชาว์ เขาร้องไห้และไปบอกพัด พัดโกรธมากจนถึงขั้นอยากฆ่าพงศ์ เมื่อแม่รู้แม่ก็โกรธหนักแต่ก็ปกปิดพ่อเพราะกลัวว่าพ่อจะเป็นอะไรไปเพราะพ่อไม่ค่อยสบายและก็กลัวว่าพ่อจะเข้าข้างพงศ์อีกตามเคย

วันนี้เป็นวันที่พิณนัดให้พงศ์มาหาที่บ้านต่างจังหวัดโดยที่พงศ์คิดว่าพิณคงชอบใจที่
ไปสบาย เมื่อมาถึงพัด พิณ และแม่อยู่กันพร้อมหน้า พัดเห็นพงศ์ก็ค่อย ชก บีบคอพงศ์ เสียงดังโวยวายจนพ่อต้องเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อได้ยินแอบได้ยินเรื่องราวทั้งหมด และเดินเขามาในห้องมาห้ามพัดเอาไว้ พัด พิณและแม่ก็น้อยใจคิดว่าพ่อจะเข่าข้างพงศ์เหมือนอย่างเคย แต่พ่อใช้ไม้เท้าทุบตีพรรณพงศ์และบอกว่าจะฆ่าพงศ์เอง พรรณพงศ์วิ่งหนีออกไปจากบ้าน พ่อขอโทษแม่และทุกๆคนที่เลี้ยงพงศ์ไม่ดีตามใจจนเสียคน

พัฒได้แต่คิดและปลงว่า ชีวิตจะดีหรือไม่ดี เป็นสิ่งที่เราไขว่คว้ามาเองทั้งนั้น พัฒตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้และมานะบากบั่นจนประสบความสำเร็จ และไม่กลัวที่จะตั้งเป้าหมายชีวิตไว้สวยหรูเพราะเชื่อมั่นว่าเขาจะ ไขว่คว้ามันมาได้เช่นเคย “สุดแต่ใจจะไขว่คว้า”

 

นักแสดง >>> คลิกที่นี่

เรื่องย่อเป็นตอน >>> คลิกที่นี่

วอลเปเปอร์ >>> คลิกที่นี่

 

ที่มา http://www2.nurnia.com/3367/05/film-trailer-lakorn-tv-rating/ , http://www.thaitv3.com/drama/51sudtaejai/sysnopsis.html