กิ้งกือหกคะเมน/ซ้อ 7

 

 

 

เรื่องราวของวงการมายาในบ้านเมืองเรานี้ มักจะมีตำนาน (ที่มักจะลงท้ายกลายเป็นการตำนาน) ว่าด้วยเรื่องของการปลุกปล้ำเด็กเพื่อเข้าสู่เส้นทางแห่งความเป็นดารามากมาย
       
        แน่นอนว่า ส่วนใหญ่จะโดนปล้ำฟรีเสียมากกว่า จนบางครั้งซ้อก็แปลกใจที่ไอ้มุก “พี่จะดันให้น้องดัง” (แต่ต้องพี่ดันฟรีๆ ก่อนนะจ๊ะ) เนี่ยมันยังใช้ได้อีกหรือนี่ เพราะส่วนใหญ่ดันกันเสร็จ สัญญาที่มีให้กันก็ถูกลืมไปเสียโม้ด…แถมยังจะโดนส่งไปให้เสี่ยคนอื่นๆ ดันกันต่อเป็นที่หนุกหนานๆ ทั้งกองถ่ายเลยก็มี
       
        ชีวิตซ้อเกิดมาก็เพิ่งเห็นอยู่ไม่กี่คน ที่พลีกายให้คนทั่วกองถ่ายดันแล้วดัง อาทิเช่น “นักแสดงรุ่นใหญ่มือรางวัล” ที่เกิดมามีกรรมมีลูกกับผัวเป็นเกย์ และก็ “ม่ายจิ๋มเหล็ก” นอกนั้นแล้วไม่เห็นจะได้แจ้งเกิดซักราย แต่เพราะอาชีพดารามันคุ้มที่จะเป็น…เด็กสาว หรือ เด็กหนุ่ม หลายคน จึงยอมกัดฟันใช้ “เควายเจล” ทาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อให้ไม่โดนดันจนร้องจ๊ากๆ แบบชะนีโดนเชือดแบบนั้น
       
        โชคดีที่ช่วงที่ผ่านมา ซ้อยังมีโอกาสได้เห็นเด็กสาวๆ ฉลาดที่ไม่หลงมุกขอดันให้น้องดัง ของ “ไอ้ลิงเดือนสิบสอง” ที่สร้างตำนานหลอกฟันเด็กกันอย่างโชกโชน ที่งัดมุกเดิมๆ มาหวังกดฟรีๆ คาห้องเหมือนที่เคยทำมาตลอดกาลนาน สุดท้ายต้องกลายมาเป็นกิ้งกือหกคะเมน อย่างที่เห็น
       
        วันนี้เห็นทีจะต้องเปิดมุกควายๆ ที่ ไอ้แก่หน้าเกาลัด ใช้มาตลอดให้อ่านกัน เผื่อคราวหน้าคราวหลังจะได้ไม่ไปหลงมุกควายที่ว่าอีก เพราะความเป็นจริงลิงเดือนสิบสองตัวนี้ไม่มีอะไรที่จะดันให้ใครโด่งดังมีชื่อเสียงได้จริงๆ
       
        ส่วนใหญ่จะ “ดัน” แล้งดัง ป้าบๆ ต้าบๆ ซะมากกว่า
       
        สมัยเริ่มต้นเข้าสู่วงการ ชีวิตของลิงเดือนสิบสอง ไม่จอยเลยนัก เนื่องจากต้องวิ่งรอกขี่แมงกะไซค์ต๊อกต๋อยวิ่งไปหาคนโน้นทีคนนี้ที เพื่อเอาเรื่องที่ตัวเองทำ และอ้างว่า มันโคตร exclusive ไปขาย แต่กระนั้นก็แห้วแดกเกือบทุกที เพราะถูกจับได้ว่าไปลอกงานคนอื่น ก็เลยไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร
       
        จนมาวันหนึ่งไปเจอ “พี่ชายใจดี” ในวงการที่เห็นอกเห็นใจในความอาภัพสมองของไอ้ลิงเดือนสิบสองตัวนี้ ก็เลยให้โอกาสเข้ามาทำงานในวงการได้สำเร็จ แต่ทำไปทำมาลายชักออก เพราะดันไปใช้ตำแหน่งหน้าที่ขู่กรรโชกตบทรัพย์คน แต่อะไรก็ไม่เท่ากับอาศัยตำแหน่งที่ทำไปหลอกฟันสาวอีกหลายหน่อ
       
        จนรุ่นพี่ผู้ใจดีจับได้ เตือนก็แล้ว ด่าก็แล้ว ให้โอกาสก็แล้ว แต่ไอ้ลิงเดือนสิบสองก็ยังคะนองเป็นลิงติดสัด สุดท้ายรุ่นพี่ใจดีก็เลยตัดสินใจไล่ออก แต่ชื่อที่พอมีจากออฟฟิศเดิมทำให้ยักษ์ใหญ่สีบานเย็นอ้าแขนรับเข้าไปทำงาน แต่สุดท้ายกลับโดนเด้งเป็นป็อกแปดป็อกเก้าคำรบสอง ด้วยข้อหาเดิมๆ อีกแร้ว!!
       
        ช่วงที่อยู่ที่นี่ไอ้หน้าลิงบาบูนได้ฉายาเพิ่มมาจากลิงติดสัด เพราะกัดดะไปทั่ว ขนาดพี่ชายที่แสนดีที่เคยอุปถัมป์ค้ำชูมาตลอด ก็ยังเอามาด่าทั้งๆ ที่ชีวิตนี้ส่วนหนึ่งได้ดีมาก็เพราะพี่คนนั้น
       
        จากลิงเดือนสิบสองก็กลายเป็นไอ้ลิงซ่าจอมเนรคุณด้วยประการฉะนี้
       
        แต่คนมันเฮง เพราะบุพเพกระสันต์นิวาสพาให้ไปเจอกับ “เจ้าแม่” ในขณะนั้น ผู้มีบุคลิกนิ่มๆ ติ๋มๆ แต่ถ่างเก่งชิบเป๋ง จนขึ้นชื่อเป็นจอมถ่างประจำวงการวิทยุสีทึม เนื่องจากผ่านกระบวนเสียวมาแล้วทุกขนาน จนใครๆ ก็ขนานนามว่า “นิ่มๆ ติ๋มๆ ทบ.” อ๊ะๆ อย่าเข้าใจผิด เพราะ ทบ.ที่ว่านี้มาจาก “เทอร์โบ” นะจ๊ะ ไม่ใช่อย่างอื่น 5555555
       
        “นิ่มๆ ติ๋มๆ ทบ..” เปิดยุทธการถ่างมานานหลายปี จนสุดท้ายถ่างมากถึงขนาดไปเป็นเมียน้อยของ “คนใหญ่ห้าดาวในวงการสีทึม” ในตอนโน้น ด้วยเงื่อนไขที่คนใหญ่ห้าดาวตอนนั้นแฮปปี้ นั่นคือ ยินดีจะถ่างให้ฟรีไม่ต้องเสียตังค์ ไม่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู แค่มี “จู๋” กับ “ถุงยาง” ก็ซอยโรดค่ะคุงพี่ จากนั้นนิ่มๆ ติ๋มๆ ก็ถ่างๆๆๆๆ จนคนใหญ่ห้าดาวหน้ามืดตามัววางใจให้รับสัมปทานคลื่นวิทยุไปบริหาร ส่งผลให้สาวเจ้ากลายเป็นเจ้าแม่ไปเลย
       
        อิทธิฤทธิ์จิ๋มหยุด (เจ้า) โลกของเจ้าแม่ เล่นเอาผู้จัดรายอื่นๆ ถึงกับหมั่นไส้ คนอื่นเค้าควักเงินบาทออกมาจ่ายค่าเวลา แต่แม่นี่แค่ควักผัดหอยลายออกมาเสิร์ฟ เงินที่เสียก็แค่เงินรูปิ๊ (ญาติกับเงินรูปี) ต้นทุนก็ไม่ต้องมี สรุปงานนี้ขนหน้าแข้งไม่มีร่วง มีแต่ขนเพชรที่ร่วงเป็นหย่อมๆ
       
        แต่กรรมมันมีจริง เอาผัวเค้ามาอมได้พรรคใหญ่ เมียใหญ่ตัวจริงดันจับได้ขึ้นมา ส่งผลให้บิ๊กสีทึมต้องเมินจนเจ้าแม่เกิดอาการอกหัก รักคุด แถมเวลาที่เคยทำมาหากินก็คุดไปด้วย สุดท้ายก็เลยต้องเบนเข็มไปทำธุรกิจอย่างอื่น เพราะเมียหลวงสั่งห้ามแบ่งเวลาวิทยุให้น้องเทอร์โบเด็ดขาด
       
        เพราะจังหวะและเวลาที่ลิงเดือนสิบสอง กับเจ้าแม่จอมถ่าง มันมาเจอกันแบบนี้ น้ำกามก็เลยแฉะไปทั้งวงการ อดีตเจ้าแม่วิทยุก็เลยขนเงินที่สะสมไว้มาให้ไอ้ลิงเดือนสิบสองสร้างตัวเป็นเจ้าพ่อ อาศัยเส้นสายตัวเองที่เก่งการตลาดขายโฆษณาได้ ทั้งคู่ก็เลยรวยอื้อซ่า กลายเป็นที่รู้จักในเวลาไม่นาน  
       
        แต่เพราะพฤติกรรมชอบกินเด็ก อ้างว่าจะปั้นเด็ก ทั้งเด็กเสิร์ฟ เด็กฝึกงาน ไปจนกระทั่งตัวประกอบแต่สุดท้ายก็ถูกเชือดฟรีนั้น ทำให้สุดท้ายชีวิตเฉาะๆ แฉะๆ ของทั้งคู่ไปไม่รอด ต้องเลิกรากันไป แต่ชื่อเสียงของไอ้ลิงเดือนสิบสอง ติดลมบนเสียแล้ว โดยเฉพาะชื่อเสียงในเรื่องการหาดาราหน้าใหม่ไปป้อนบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ที่คลั่งการแทงดารา เครือข่ายของไอ้หน้าลิงก็เลยขยายขอบเขตกันสุดๆ
       
        ส่งผลให้นายทุนจอมปั่นหุ้น ซื้อตัวไอ้หน้าลิงจอมฟันไปผลิตผลงานชิ้นใหม่ แรกๆ ผลงานดังกล่าวก็โด่งดังๆ เรียกว่า ค่อนข้างทรงอิทธิพลพอสมควร แต่อย่างว่าคนมันไม่ซื่อสัตย์ อยู่กับที่บริษัทเก่าก็เคยขโมยข้อมูลเขา อยู่บริษัทใหม่ก็ไม่แคล้วยักยอกเงิน
       
        อะไรโกงได้ไอ้แก่ไอ้ลิงเดือนสิบสอง จะโกงเรียบ ขนาดสั่งซื้อแอร์เข้าบริษัทแมร่งยังเม้มเอาไปติดที่บ้าน นี่ยังไม่นับเงินเดือนพนักงานที่บริษัทแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ไปขึ้นเงินเดือน ไอ้ลิงเดือนสิบสอง ก็ยังเล่นกลเอาไปใช้เอง หนักๆ เข้าพอบริษัทจับได้ก็ทิ้งไปหานายทุนคนใหม่ ไปต้มเขาจนเกือบหมดตัวแล้วก็ชิ่งออกมา
       
        ที่หนักสุดๆ เห็นจะเป็นเรื่องบ้ากาม พนักงานของไอ้ลิงเดือนสิบสองรายไหนรายนั้น เป็นต้องถูกไอ้ลิงบ้ากามลวนลามไม่ทางกายก็ทางคำพูด บางรายซวยหนักถึงขั้นโดนล่อลวงขึ้นไปคอนโดฯ พอปฏิเสธก็ถูกกลั่นแกล้งพอโดนโวยก็อ้างว่า เด็กมันขึ้นคอนโดฯ ไปเอง ไม่ได้ไปล่อลวงมา
       
        แต่ที่อุบาทว์เป็นที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องที่บ้ากามใส่นักศึกษาฝึกงาน ฝึกมาแล้วเป็นร้อยๆ เป็นพันๆ คนก็ยังคงคอนเซ็ปต์หื่นใส่เด็กเหมือนเดิม มุกเด็ดที่ไอ้ลิงเดือนสิบสองมักจะใช้บ่อยๆ ก็คือ “พี่จะดันน้องให้ดัน” จากนั้นก็ปฏิบัติการดันด้วยการพาไปพบลูกค้า ต่อด้วยการพาไปสังสรรค์ โดยจะเน้นสถานที่ๆ มีดนตรีดังๆ เพราะจะได้เล่นมุกไอ้แก่หูตึง ต้องยื่นหน้าไปกระซิบกระซาบเวลาคุย ถ้าเด็กเล่นด้วยก็เป็นอันเสร็จ แต่ถ้าไม่เล่นด้วยก็ถือว่า ได้จับเนื้อจับตัวเอาเก็บเอาไปเล่นว่าวที่บ้านก็ยังดี
       
        ถ้าเป็นตอนกลางวันในออฟฟิศ ไอ้ลิงเดือนสิบสอง ก็จะเปลี่ยนแผนบุก ทำเป็นเนียนตลกแดก เดี๋ยวจับเอวเดี๋ยวจับไหล่สร้างความเป็นกันเอง ที่ไหนอยากตีหม้อใจจะขาด ใครที่ทำงาน หรือฝึกงานที่นี่ต่างก็เคยโดนไอ้แก่จอมฟันลวนลามมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะสูงต่ำดำขาว หรือขี้เหร่หน้าสิวซักแค่ไหนก็ตาม ขอแค่มี “รู” ไอ้ลิงก็จะตามไปยิง
       
        ขนาดขี้เหร่ไอ้ลิงเดือนสิบสองยังทำหื่นใส่ นับประสาอะไรกับดาราที่มีครบทั้งความสวยความอึ๋ม ทุกครั้งที่มีโอกาสไอ้ลิงเดือนสิบสองก็จะแต๊ะอั๋งดาราเช่นกัน เดี๋ยวโอบเดี๋ยวกอด ทำเป็นทักทายตามภาษาฝรั่ง ถ้าใครไม่ยอม หรือทำท่ารังเกียจ ไอ้ลิงเดือนสิบสองก็จะทำเป็นโวยวาย คำพูดที่ใช้ประจำ ก็คือ พี่จับไม่ได้หรือไง สุดท้ายดาราทั้งหลายก็ต้องยอมให้จับๆ คลำๆ คิดซะว่ายืนรูดเสาก็แล้วกัน
       
        แต่ถ้าใครไม่ยอมก็จะโดนโจมตีจนเสียชื่อ สันดานขู่กรรโชกนี่ตั้งแต่หนุ่มยันแก่ แก้ไม่หายเลยจริงๆ แต่ถ้าใครยอมให้ดันถี่ๆ ก็จะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี อย่าง “นางเอกสัญชาติปลาร้า” ที่เคยมีข่าวโดนเสี่ยหลอกไปจิ้มฟรี ก็เป็นหนึ่งในเด็กที่ไอ้ลิงหื่นรักมาก เพราะขี้อ้อนเหมือนแมว ไอ้ลิงก็เลยเลิฟสุดๆ “ตัวประกอบกระโดดได้” นี่ก็ “เข้าขา” กับลิงเดือนสิบสอง เป็นอย่างดี ไอ้ลิงยกหูเมื่อไหร่ อีน้องก็ยกขาเมื่อนั้น
       
        รายล่าสุดที่ไอ้ลิงเดือนสิบสองประทับใจไม่มีลืม ก็คือ “ดาวโป๊นมใหญ่” ที่เคยคั่วอยู่กับ “พระรองบ้าพริตตี้” รายนี้ไอ้ลิงทั้งรักทั้งหลง พอลวนลามเด็กในออฟฟิศจนง่านเต็มแก่ ก็มักจะไปหาที่ลงกับดาวโป๊นมใหญ่ทู้กที
       
        หื่นบ้ากามซะขนาดนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ไอ้ลิงเดือนสิบสองจะมีเรื่องกับผู้หญิงบ่อยๆ ถ้าผิดแล้วยอมรับผิดก็น่าจะจบ แต่ไอ้นี่บ้ากามกลับชอบใช้วิธีป้ายขี้แล้ววิ่งหนี ทุกครั้งที่เกิดเรื่องไอ้แก่จอมฟันจะชอบปล่อยข่าวป้ายขี้ใส่ผู้หญิง ถ้าไม่บอกว่า “เข้ามาอ่อย” ก็จะประณามว่า “เคยขายตัว” มาก่อน
       
        อย่างรายล่าสุดที่ไม่หลงกลไอ้ลิงเดือนสิบสอง ก็เจอปล่อยข่าวว่าเคยขายตัวมาซะเสียคน แต่งานนี้เด็กมันเลยสู้ตายยอมที่จะฉาวโฉ่กันไปข้างนึง
       
        แต่ซ้ออยากจะบอกในเชิงตรรกะ ว่า ต่อให้ขายตัวแล้วไง ขายตัวแล้วต้องเป็นคนผิดงั้นหรือ ต่อให้เป็นผู้หญิงขายตัว ก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกรับแขกได้เหมือนกันด้วยความพอใจของเขาเอง ไม่ใช่มั่วไม่เลือกเหมือนบางคน (โว้ย)
       
        กรุณาอย่าเอามาตรฐานของตนเอง และเมีย มาวัดกับคนอื่น....เข้าใจ๋

ที่มา manager.co.th

 {mosloadposition user26} {mosloadposition user27}
 {mosloadposition user28}