ดาราสาวน้อย หน้านางฟ้า ถูกเพื่อน นร.แฉ สิ้นไส้ / เจ๊สะตอ(เบอรี่)

 

 

 

หายไปน๊าน นาน แสนนาน... กลับมาคราวนี้ เจ๊สะตอ(เบอรี่) ก็มีเรื่องฉาวๆ มาแฉให้ฟังอีกแล้ว แต่คราวนี้เป็นคำบอกเล่าจะอดีตไอ้หนูวัยละอ่อน (ที่ตอนนี้คงเป็นหนุ่มไปแล้วล่ะ)

โดยเรื่องคราวนี้ พ่อหนุ่มคนดังกล่าว ถึงกับทนความอัดอั้นตันใจ กับอดีตช่วงชีวิต ตอนเรียน มัธยมปลายไม่ไหว เลยต้องพิมพ์อีเมล์แล้วก็ส่งต่อ ต่อ ต่อ ต่อ ต่อ... ตอนได้รับก็ต๊กกะใจ นึกว่า จดหมายลูกโซ่แน่ะ

อารัมภบทต่อไปก็จะเสียเวลาอ่านเรื่องเม้าท์มันส์ๆ กันเปล่าๆ ว่าแล้ว ก็ลองอ่านผลงานแฉแหลก แบบไม่อั้น ของ "พ่อหนุ่ม" คนนี้กันเลยดีกว่า

 


 

เรื่องราวของผมก็มีอยู่ว่า ผมได้รู้จักเธอตอนครั้งแรกสมัย ม.4 ผมเรียนที่โรงเรียน บ. แผนก ศิลป์ ภาษาฝรั่งเศส

ซึ่งเป็นธรรมดา ที่จะมีนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเรียนชั้น ม.ปลายด้วย และ "น้องนางฟ้า" ก็เป็น 1 ในนั้นด้วย
มันก็ยิ่งเป็นที่พูดถึงเป็นธรรมดาน่ะครับสมัยนั้น ที่มักจะตื่นเต้นเวลามีดารามาอยู่ร่วมโรงเรียนด้วย และยิ่งตื่นเต้นกว่าเก่า เพราะเธอมาเรียน
ห้องเดียวกับผม ทีนี้แหละทุกสายตาในโรงเรียน (โดยเฉพาะนักเรียนชาย) ต่างมุ่งมาที่ห้องผมเป็นทิศทางเดียว

 

 

 

 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้น เราก็เริ่มเรียนกันอย่างปกติ แต่ก็อดไม่ได้ที่เราจะคอยแอบมอง "น้องนางฟ้า" อยู่อย่างเงียบๆ
เธอเป็นผู้หญิงที่สวยคนนึงครับ ใบหน้าที่ไม่ต้องไปสืบหาที่ไหนก็รู้ว่าเป็นลูกครึ่ง ฝรั่งแน่ๆ เธอมีลุคที่หยิ่งอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนั้นผมก็คิดในใจ
ว่า 'ช่วยไม่ได้ ดารานี่หว่า' เราแทบไม่ค่อยได้คุยอะไรกันเลย เพราะหล่อนก็มีกรุ๊ปของเขาเหมือนกัน ผมเลยตั้งชื่อกรุ๊ปว่า กรุ๊ปไฮโซ
เพราะว่าพวกเค้าเป็นจำพวกลูกคนรวยทั้งนั้นเลย

วันเวลาผ่านไปเหมือนไม่รู้จุดหมาย ผมก็เรียน(และโดดเรียนในบางครั้ง- _') ไปเรื่อย ผมก็เริ่มสังเกตว่า ผมเริ่มไม่เห็น
"น้องนางฟ้า"

ผมเลยคุยกับเพื่อนว่าคุณเธอหายไปไหนว่า ก็ได้คำตอบว่า 'คงไปถ่ายละครแหละช่วงนี้งานชุกนี่' ในขณะเดียวกันอาจารย์
หลายๆท่านที่มาสอนห้องผม ก็เริ่มบ่นถึงการเข้าเรียนของเธอ ผมกลับมองเข้าข้าง"น้องนางฟ้า"ว่า 'ก็เค้ามีงานมีการทำนี่ เค้าคงต้องใช้เวลาปรับตัว
นิดนึงแหละน่ะ ' จนกระทั่งอยู่มาวันนึง ผมนั่งเล่นเกมตอนเลิกเรียน เพื่อนผมก็มาคุยว่า เมื่อวันก่อนที่มันโดดเรียน(โดยไม่ยอมชวนผม)
จังหวะที่กำลังปีนกำแพงอยู่นั้น มันดันเจอคนมาแซงคิวปีนกำแพง แต่ที่มันต้องอึ้งก็คือ คนที่แซงคิว คือ  "น้องนางฟ้า" นั่นเอง เธอปีนออกไปพร้อมเพื่อน
อีก2คน หลังจากนั้นเพื่อนผมก็ปีนตามออกไป ทันที่จะเห็น "น้องนางฟ้า"และเพื่อน นั่งในรถคันนึงที่จอดรอไว้ โดยมีคนขับเป็นทอม

นั่นเป็นครั้งแรกที่ก่อให้เกิดคำถามเล็กๆในใจ ว่าสิ่งที่เราคิดว่าใช่นั้น มันใช่จริงหรือเปล่า ผมเลือกที่จะโยนคำถามฟุ้งซ่านนี้ทิ้งไป
จนกระทั่งจุดหักเห ที่ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อ "น้องนางฟ้า" เปลี่ยนไปตลอดกาล

วันนั้นช่วงบ่าย ซึ่งผมต้องมีเรียนอีกวิชานึง ช่วงรอยต่อของคาบ ผมชวนเพื่อนลงไปกินโรตีที่โรงอาหาร ผมกับเพื่อนนั่งกินจน
เข้าเรียนช้าไป 15นาที ผมรีบวิ่งไปเข้าห้องเรียนกับเพื่อน ผมจินตนาการออกเลยว่าความกดดันที่จากการเข้าห้องสายเป็นยังไง สายตาทุกคู่
จะจับมาที่เรา อาจารย์จะเริ่มบ่น และเราจะกลายเป็นคนเด่นโดยที่เราไม่ต้องการ ผมวิ่งมาถึงห้องแล้วกลั้นใจก้าวเข้าไป ทว่า.....

ว่างเปล่าครับ ในห้องว่างเปล่า ไม่มีอาจารย์สอน ผมกับเพื่อนตกใจมาก หันไปหันมาเห็นเพื่อนผู้หญิงในห้อง เลยถามว่าเกิด
อะไรขึ้น เธอบอกว่า อาจารย์ไม่สอน นั่งร้องไห้อยู่ในห้องพักครู ไวเท่าความคิด ผมรีบไปที่ห้องพักครูทันที ก็เห็นอาจารย์นั่งร้องไห้ โดยมีเพื่อน
ผมอีก4-5 คนนั่งล้อมรอบ ผมเข้าไปถามอาจารย์ว่า 'เกิดอะไรขึ้นครับ' แต่ไม่ทันจะถามอะไร ผมก็กลืนคำถามลงกระเพาะทันที เพราะ
อาจารย์ได้แต่บ่นว่า

'สอนหนังสือมา20 กว่าปี เพิ่งจะมาเจอแบบนี้ ฉันจะไม่ถือว่ายัยเด็กคนนั้นเป็นลูกศิษย์อีก' ผมหันไปถามเพื่อนว่าที่อาจารย์
พูดหมายถึงอะไร ก็ได้รับคำตอบที่ทำให้ใจผมเย็นยะเยือก เค้าบอกว่า อาจารย์ไปทวงการบ้านจาก "น้องนางฟ้า" แต่กลับโดนตอกกลับว่า 'เดี๋ยว
จะส่งให้เอง เก็บปากไว้กินข้าวเหอะ' ผมกำมือแน่น ใจเต็มไปด้วยความเคียดแค้น แค้นที่มันกล้ามาว่าคนที่ผมเคารพ แค้นที่มัน
กล้าพูดจาหยามเยียดครูบาอาจารย์ และยิ่งแค้นกว่าเก่า เมื่อมันมาขอโทษอาจารย์ ในลักษณะ ฉันมาขอโทษโดยความจำใจนะ มันยิ่งทำให้ผม
แค้นจนไม่รู้จะหาคำได้มาเปรียบได้อีกแล้วนอกจาก ชั่ว

แต่ทว่าเรื่องเหล่านี้ก็เงียบหายลง ภายใน2วัน ไม่มีอาจารย์ท่านอื่นมากล่าวถึง ไม่มีมาตรการอะไรกับเหตุการณ์นี้เลย ผมยังคง
ติดอยู่กับน้ำตาของอาจารย์ที่ยังค้างในความรู้สึก "น้องนางฟ้า" ก็ยังผุดๆโผล่ๆที่ห้อง 3วัน มาที จนกระทั่ง 2 อาทิตย์ถึงจะโผล่มาให้เห็นทีนึง จนผม
สงสัยว่านี่มันดารา หรือตัวเหี้_ ที่อยู่หน้ารัฐสภาวะ และแล้ว ความอดทนของผมก็ถึงขีดสุด เมื่อวันนึงมีการทำรายงานเกี่ยวกับการบำเพ็ญประโยชน์
(ขออภัยที่ผมจำรายละเอียดไม่ได้) ก็มีการแบ่งกลุ่มตามปกติ เหมือนผีซ้ำซาตานกระทืบ ยัยดาราดันมาอยู่กลุ่มเดียวกับผม!!!

พ่อผมสอนเสมอว่า การทำงานเราต้องละทิ้งอคติต่อผู้ร่วมงาน เพื่อที่ภารกิจจะได้ลุล่วง ผมจึงต้องทิ้งอคติชั่วคราว เพื่องานกลุ่ม วันที่เรา
เริ่มประชุมหารือกัน ไม่มี "น้องนางฟ้า" ในกลุ่ม แต่ละวันที่ผ่านไป "น้องนางฟ้า" มีความหมายแค่ชื่อที่แปะในหน้าผู้จัดทำรายงาน ผมคิดว่ามันไม่ยุติธรรมต่อคนในกลุ่ม
เลยไปขออาจารย์ให้ตัดชื่อออกซะ อาจารย์ประจำวิชานั้น(ขอสงวนนาม) ได้แต่บอกว่า ช่วยเพื่อนเค้าหน่อยเถอะ น่าสงสารนะที่ไม่มีเวลาเรียน ผมจึงได้แต่
รับคำอาจารย์ จวบจนวันก่อนวันสุดท้าย1วัน เราเหลือแค่การบำเพ็ญประโยชน์ นั่นคือไปเลี้ยงขนมให้บ้านเด็กพิการซ้ำซ้อน แถวๆ สน.โคกคราม
เราเตรียมของกันเรียบร้อย จู่ๆยัยนี่ก็โผล่ แล้วมาพูดใหญ่เลยว่า 'กูอยู่กลุ่มนี้ใช่ไหม อย่าลืมเอาชื่อกูลงนะ ตอนถ่ายรูปถ่ายให้ติดเฟรมด้วยล่ะ' เพื่อน
ผมก็เลยแซวว่า 'โห เนียนเลยนะ' รู้มั้ยเค้าตอบรับมุขเพื่อนผมยังไง ดาราเธอตอบกลับว่า 'มึงยุ่งเหี้ยไรด้วย ไอ้สัด'.............

เพื่อนผมอึ้ง ตัวผมอึ้ง หลายยๆคนอึ้ง ยกเว้นตัวเธอกับเพื่อนในกรุ๊ปอีก4-5คน นี่ผมหูฝาดใช่มั้ย ดาราที่มีชื่อเสียงด่าเพื่อนผมด้วยวาจา
เยี่ยงนี้เหรอ พวกเพื่อนๆเธอออกเดินนำหน้า เพื่อที่จะไปบ้านเด็กพิการซ้ำซ้อน ผมเดินอยู่ห่างๆพร้อมเพื่อนผมและเพื่อนผม พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เกิด
ขึ้น แต่เราก็ลืมเหตุการณ์นั้นเพราะเราต้องเอาขนมให้เด็กพิการซ้ำซ้อน และถ่ายรูปเพื่อทำรายงาน วันนั้นก็จบลงด้วยความรู้สึกที่อิ่มอกอิ่มใจ เรากำลังเดินออกจาก
บ้านพักเด็กพิการซ้ำซ้อนด้วยความร่าเริง ผมยิ้มและเฮฮากับเพื่อนๆอยู่

แต่จู่ๆโลกรอบตัวของผมกลับนิ่งไปทันใด เมื่อเพื่อนผู้หญิงร้องออกมาว่า 'เฮ้ย !!!"น้องนางฟ้า"ลบรูป
ทำไม'
พวกเราหันไปพร้อมกับเหมือนนัดหมายไว้ก่อน ความโกรธผมพุ่งถึงขีดสุด ถามกลับไปว่า 'นี่มันเกิดห่าอะไรวะ' "น้องนางฟ้า" สารเลวพูดทั้งๆที่ทำหน้าอย่าง
เฉยเมย 'ก็เห็นปุ่มมันเขียนว่า delete ก็เลยลองกดดูไม่รู้ว่า มันจะลบหมดเลย'

ขอประทานโทษนะครับ ไอ้เหี้_ ........ เอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!

ผมปรี๊ดแตก กำมือแน่น เตรียมที่จะเข้าไปต่อยหน้างามๆของเจ้าหล่อนแล้ว พร้อมกับที่ เธอก็เอาแต่บอกว่า 'ก็คนมันไม่รู้นี่นา'

ไม่รู้ห่_ อะไรล่ะ หน้าโคตรฝรั่ง อย่าว่าแต่ delete เพราะปกติถึงมือจะไปโดน โปรแกรมก็ต้องขึ้น yes หรือ no ให้เลือก แล้วเมิงไม่รู้ไอ้สองคำนี้เหรอวะ "น้องนางฟ้า" เอ้ย!


ผมเดินรี่เข้าไป พร้อมทั้งคิดอยู่อย่างเดียวว่า กรูทนไม่ไหวแล้ว รูปที่ถ่ายมาทั้งหมดอันตธานหายไป และวันพรุ่งนี้ก็ต้องส่งงานเพราะมันเป็นวันสุดท้าย นั้นหมายความว่า
เราจะต้องเสียคะแนนเก็บ เกือบ20คะแนน (คุณที่อ่านถึงบรรทัดนี้ คงรู้สึกแบบเดียวกันว่า ตอนที่เรียน คะแนนเก็บมีค่าขนาดไหน) ทุกๆอย่างประเดประดังมา
พร้อมๆกับขาที่ก้าวไป แต่เพื่อนผมก็คว้าแขนผมไว้ พร้อมทั้งห้ามปรามว่า อย่าเอาตัวมึงไปแลกกับไอ้คนพรรค์นี้เลย สุดท้ายพวกเราเลยต้องมานั่งอยู่ในรถแท๊กซี่
เพื่อกลับบ้าน และสาบานว่าผมจะไม่ลืมความเฮงซวยของผู้หญิงคนนี้ และผมจะต้องแก้แค้นแน่

หลังจากที่ผมต้องไปอ้อนวอนอาจารย์ประจำวิชา เราเลยได้ส่งงานและได้คะแนน แต่เราก็ยังไม่ลืมเหตุการณ์ในวันนั้น ผมมองเธอคนนั้นเปลี่ยนไป
เธอกลายเป็นปีศาจร้ายในคราบคิวปิด สำหรับผมไปเลย ส่วนเธอน่ะเหรอ ก็กลับมาสู่ชีวิตปกติของเธอ มาโรงเรียนสัปดาห์ละครั้ง และก็คล้ายกับเหตุการณ์ที่ผมกล่าว
ไว้ข้างต้น เข้ามาโรงเรียนปุ๊บ เหมือนเข้ามาแล้วมันร้อนตัวมั้งครับ ก็เลยกระโดดออกไปหาทอมปั๊บ จนผมคิดว่าถ้าเธอเรียนเต็มวัน วันนั้นเกาะภูเก็ตคงจมอยู่ใต้ทะเล

จนกระทั่งเข้าใกล้ช่วงสุดท้ายของภาคเรียนของ ม.4 เทอมสอง เราเริ่มเตรียมตัวสอบกัน และช่วงนี้"น้องนางฟ้า"ก็เข้ามาเรียนบ่อยเป็นพิเศษ (แต่เกาะภูเก็ต
ไม่ยักกะจมแหะ) แล้ววันนึง ไม่มีอะไรบ่งบอกล่วงหน้า ขณะที่เรากำลังนั่งเรียนอยู่ตอนเช้า จู่ๆก็มีผู้หญิง2คน คนนึงหน้าแก่มาก อีกคนก็ดูประมาณ อายุ25 มายืน
จังก้าอยู่หน้าห้อง แล้วคนแก่ก็ตวาดเสียงดังลั่นอาคาร '"น้องนางฟ้า" เก็บข้าวของเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องไปอยู่แล้วโรงเรียนนี้ อยู่แล้วก็สร้างปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน' พร้อมกันนั้น คุณแม่
"น้องนางฟ้า" (ที่ผมเดาเอาเองจากสามัญสำนึก และเดาถูกด้วย) ก็สั่งให้พี่สาวของ"น้องนางฟ้า" (ซึ่งผมก็เดาถูกอีกแหละ) เข้าไปล้มโต๊ะนักเรียนกลางห้อง เสียงดังสนั่นอาคาร


"น้องนางฟ้า" ก็เข้ามายื้อแย่ง หนังสือพร้อมตะโกนเสียงดัง 'อย่ามายุ่งกะหนูนะ แม่มีสิทธิอะไรมาทำแบบนี้' คุณแม่ก็ตอบกลับว่า'นี่ฉันเป็นแม่เธอนะ พูดอย่างงี้กะฉันได้ยังไง'
พี่สาวก็ทำหน้าที่เหมือนคอรัส 'ดูมันสิแม่ กล้าหือกับแม่อย่างงี้' สุดท้ายแล้วทั้งแม่และพี่สาว ก็ลากยัยดารานั้นออกไปจากห้อง เหมือนหมูเหมือนหมา เราได้แต่ยืนมองตาปริบๆ
เหมือนพึ่งดูละครภาคค่ำจบ และวันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายที่ผมได้เจอ "น้องนางฟ้า"

นับจากวันนั้นจนวันนี้ ผมก็ใช้ชีวิตอย่างปกติ พร้อมๆทั้งเห็นยัยดาราคนนี้เริ่มมีชื่อเสียง เป็นดาราชื่อดัง เริ่มเป็นไอดอลของหลายๆคน ส่วนผมมันก็แค่คนๆนึง
ที่อาจจะพูดได้เต็มปากว่า เป็น Looser

แต่ผมก็ต้องการถามกับสังคมว่า คนเราเนี่ย การจะเป็นไอดอลมันขึ้นอยู่กะอะไร ความโด่งดัง หรือ นิสัย ? ถ้าเป็นอย่างแรก
เราก็คงไม่ต้องมาพูดอะไรอีกแล้ว ผมคงไม่ต้องมานั่งพิมพ์เหตุการณ์ที่เลวร้ายนี้ บนโต๊ะเล็กๆ ในห้องแคบๆ พร้อมทั้งอาการปวดเมื่อยตามตัว และก็เอาแต่บ่นว่า นี่เราทำอะไร
อยู่เนี่ย แต่ถ้าเป็นอย่างหลังนั้น การที่เรามีไอดอลเป็นผู้หญิงพรรค์อย่างงี้ ผมสงสารประเทศไทย สงสารเด็กๆที่กำลังจ้องหน้าเธอผ่านจอทีวี และคิดจะเลียนแบบเธอคนนี้

ผมจึง
อยากแค่จะเห็นคนที่เค้าดีจริงๆจะเนื้อใน ได้มาเป็นไอดอล เป็นคนต้นแบบของสังคมจริงๆ
สุดท้าย ผมคงต้องจบเรื่องราวทั้งหมดนี้ ว่าทุกๆอย่างที่ผมเล่ามา ผมไม่ต้องการให้พวกคุณ
เชื่อ ไม่ต้องการซักนิดเดียว
สิ่งที่ผมต้องการคือ การคิด วิเคราะห์ และแยกแยะ ตามวิจารณญาน แล้วก็จะเก็บเรื่องนี้ไว้เพื่อเล่าสู่กันฟัง

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ

เอ้า... พ่อหนุ่ม คนนี้ เค้าแค่อยากฝากไว้ให้คิด จะเชื่อ หรือไม่เชื่อ คงไม่ใช่ประเด็น แต่จากพฤติกรรมของ "น้องนางฟ้า" ที่ผ่านมา ก็ใช่ย่อยนะจ๊ะ ถ้าชีวิตในวัยเรียนเปรี้ยว ซ่า ได้ขนาดนี้ ...เจ๊ คงต้องขอไว้อาลัยมา ณ ทีนี้ (ครั้งนี้ไม่ สมน้ำหน้า ได้ไหม แต่ขอสมเพศแทน)

อย่างไรก็ตาม ข่าววงในแว่วๆ มาว่า ทางต้นสังกัด ก็ไม่ได้ปลาบปลื้มกับพฤติกรรมที่ผ่านมา แถมด้วยข่าวฉาวคั่วทั้งชายแท้ ชายเทียม ของ "น้องนางฟ้า" สักเท่าไหร่ เพราะเค้าก็เตรียมๆ หาเด็กใหม่ สาวสวยสดๆ มาปั้นเป็นนางเอกแทน แล้ว

กลับตัวกลับใจก็ยังไม่สายนะจ๊ะ...ตัวเองงงง


 เจ๊สะตอ(เบอรี่) ณ หรรษา ดอท คอม

ที่มา http://dara.hunsa.com/detail.php?id=11563 

 {mosloadposition user26} {mosloadposition user27}
 {mosloadposition user28}