ตามล่า “อีตอแหล”/ซ้อ 7

 

 

 

เห็นพ่อแม่พี่น้องไปร่วมเป็นร่วมตายแล้วน้ำตาแทบไหล น่าปลื้มใจที่ประชาชนมีจิตสำนึกที่ดี และไม่ย่อท้อกับการต่อต้านคนชั่ว ถึงแม้จะโดนตีหัวเลือดอาบ เอาตีนเหยียบหน้า หรือแม้กระทั่งเอาปืนจ่อหัว ชาติชั่วจนไม่รู้จะเปรียบกับอะไร
       
        สัตว์เดรัจฉานอย่างหมา ให้ข้าวให้น้ำให้ที่พักมันยังมีจิตสำนึกไม่ทำร้ายเจ้าของผู้มีบุญคุณ แต่คนพวกนี้ให้ข้าว ให้น้ำ ให้ที่พักอาศัย แถมยังให้เงิน มันยังไม่มีจิตสำนึก
       
        แน่จริงก็มาตัวต่อตัว อย่าเอาอาวุธมาสิว้า แล้วก็กรุณาปักชื่อปักนามสกุลติดเสื้อมาด้วย ใครตีใครจะได้ลากเข้าคุกให้ถูก
       
        ท่านผู้บริหารทั้งหลายทราบแล้วเปลี่ยน คราวหน้าก็กรุณาควรติดป้ายชื่อไว้ด้วย อย่าทำพฤติกรรมขี้ขลาด หรือถ้าผลิตไม่ทัน ก็เอา “ปลอกคอ” มาใส่ก็ได้นะยะ
       
        หลังจากที่ไปร่วมอุดมการณ์กับพี่น้องมาหลายวัน สลับกับการติดตามข่าวสารการแหลมาโดยตลอด ทำให้ซ้ออดไม่ได้ที่จะออกมาแฉความจริงเช่นกัน ถ้าคนชั่วมันสามารถใช้เครือข่ายเพื่อนำเสนอความตอแหลได้ แล้วทำไมซ้อจะใช้พื้นที่อันน้อยนิดตามลากไส้คนที่ชอบแหลไม่ได้
       
        กัดกับหมาก็ต้องใช้วิธีหมาๆ แบบนี้แหละวะ ...
       
        งั้นวันนี้ก็ขออนุญาตแฟนคลับทั้งหลายงด “ตลกแดก” 1 วัน และขอเชิญผู้มีอุดมการณ์ มาร่วมด้วยช่วยกันด่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
        ...
        หลังจากที่ถูกพี่น้องร่วมอุดมการณ์สั่งสอนจนต้องเร่ร่อนไปตอแหลที่อื่นอยู่พักใหญ่ “ป้าอกตัน” ที่ถูกหิ้วออกมาก็ทำเป็นอวดเก่งออกไปหาที่แหล พอสบโอกาสก็ปากหมาใส่ไฟสำรอกความตอแหลออกมาไม่มีหยุด
       
        เบื้องหน้าทำเป็นปากเก่ง แต่เบื้องหลังกว่าจะแหลได้เป็นชุดแบบนี้ เล่นเอาทีมงานลุ้นกันแทบตาย เพราะอีป้าอกตันถึงกับอ้วกแตกอ้วกแตน ออกอาการตาขวางเหมือน “ไอ้หมูสำรอกขี้” ที่จ้องคนอื่นก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เพราะติดเชื้อบ้าหน้าด้านเหมือนไอ้หมูสำรอกขี้ เพราะป้าอกตันอีด้านมาตั้งแต่สมัยที่อยู่สังกัดเดิมแล้ว ไม่งั้นจะหน้าหนายื้อยุดสังกัดเดิมอยู่กินเงินเดือนมาเป็นปีเหรอ
       
        เหตุที่ป้าอกตันอ้วกพุ่งไม่ได้เกิดจากการท้องอ่อนๆ หรือแพ้ท้องแต่อย่างใด เพราะดูหนังหน้าแล้ว คาดว่า มดลูกคงใกล้จะฝ่อ เมนส์คงใกล้จะหมด ไม่มีปัญญามีลูกอย่างแน่นอน แต่ไอ้ที่อ้วกแตกนั้นเป็นเพราะว่า ป้าอกตัน แกเครียดจัด เวลาที่เครียดป้าอกตันก็จะจิตตก อ้วกแตก ตาขวาง มีอาการประสาทแดกแบบนี้เป็นประจำ ใครที่เคยร่วมงานกับป้าอกตันจะรู้ดีว่า นี่เป็นอาการธรรมด๊าธรรมดาของป้าอกตันที่เกิดได้ทุกเมื่อ ตามประสาคนที่เป็นโรค “ฮิสทีเรีย”
       
        เรื่องนี้เขาปิดกันแซดตั้งแต่อยู่สังกัดเก่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา ไม่ต้องรุนแรงหรอก เอาแค่ทำอะไรไม่ถูกใจป้าอกตันก็จะของขึ้นกรี๊ดๆ แล้วก็ชี้หน้าด่า ผิดนิดผิดหน่อยแต่ด่าเป็นวรรคเป็นเวร ประสาทแดกจนทีมงานชักสงสัยว่านังนี่มันโรคจิตหรือเปล่า สืบไปสืบมาถึงได้รู้ว่า ป้าอกตันดอดเข้าพบหมอโรคจิตบ่อยมาก ไปทีก็หอบยาแก้บ้ามาเป็นกำๆ
       
        แรกๆ ก็นึกว่าเป็นแค่โรคประสาทอ่อนๆ เกิดจากอาการเครียด ที่ไหนได้นับวันยิ่งรุนแรง ยิ่งช่วงที่สังกัดเก่ากำลังจะตาย ป้าอกตันยิ่งมีอาการประสาทแดกมากขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวก็กรี๊ดๆ ลุกขึ้นมาด่าลูกน้อง หนักเข้าถึงกับนั่งบ้าพล่ามอยู่คนเดียว ซักพักก็อ้วกแตก อาละวาดจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ นี่ถ้าไม่เห็นว่าพ่ออีหญ่าย คงได้มีใครเรียกเทศบาลมาจับบ้างล่ะวะ
       
        จะมีก็แต่ “พี่อ้วนหัวขาว” แห่งวงการที่ชอบแข่งขันคนเดียวเท่านั้นที่เอาใจป้าอกตันอยู่ไม่ห่าง คู่นี้คบหากันเป็นแฟนมานานพอสมควร ตลอดระยะเวลาที่คบหากันป้าอกตันก็แสดงอาการวี้ดแตกตามประสาคนประสาทแดกออกมาเป็นประจำ แต่พี่หัวขาวก็ไม่ได้เอะใจ เพราะป้าอกตันก็จะขอโทษขอโพยอ้างงานหนักเครียดจากงานมันลูกเดียว
       
        แต่ “คนเครียดกับงาน” กับ “คนบ้า” มันต่างกัน นับวันป้าอกตันก็ยิ่งขาดอีคิวคุมอารมณ์ไม่ได้ แค่พี่หัวขาวไม่รับโทรศัพท์อีป้าก็จะตามไปกรี๊ดๆ ถึงห้องทำงาน มารับช้าก็โดนด่า คุยกับผู้หญิงก็โดนด่า เรียกว่าถ้าทำอะไรไม่ถูกใจป้าอกตันก็จะเกิดอาการคลั่งเหมือนคนไร้สติ
       
        อาการประสาทแดกของป้าอกตันเป็นที่รู้กันทั้งตึก จนใครๆ ก็เมาท์กันว่าป้าอกตันเป็นโรคจิต แรกๆ พี่หัวขาวก็ไม่เชื่อจนไปพบยาเกี่ยวกับโรคประสาทบรรจุอยู่เต็มกระเป๋าของป้าอกตัน พร้อมกับใบนัดพบแพทย์โรคจิต เล่นเอาพี่หัวขาวถึงกับอึ้งใบ้กินอยู่พักใหญ่
       
        มันก็น่าอยู่หลอก คบกับใครไม่คบดันไปคบ “คนบ้า” ไม่โดนเอามีดสับหัวก็บุญตายห่าแล้ว
       
        พอรู้ความจริงพี่หัวขาวก็อาศัยความดังเข้าไปคุยกับหมอคน จึงทำให้รู้ป้าอกตันเป็นโรค “ฮิสทีเรีย” ฟังแค่ชื่อพี่ขาวถึงกับหูตั้ง เพราะเข้าใจว่าโรคนี้มันคือโรคขาดผู้ชายไม่ได้ เออ...ถ้าได้อีฮิสฯไปเป็นเมียก็ดีเหมือนกันนี่หว่า ไม่ต้องเสียวายเล้าโลม พอแก้ผ้าเสร็จจะได้ต้าบๆ กันซะเลย
       
        แต่แล้วฝันก็สลายเมื่อได้รู้ความจริงว่า โรคนี้นอกจากจะไม่บ้าผู้ชายแล้วยังอาจบกพร่องเรื่องเพศ เพราะเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งที่มีภาวะความบกพร่องทางอารมณ์ เวลาเครียดหรือโกรธก็จะเกิดการแสดงออกแบบสุดโต่ง พูดง่ายๆ ว่าบ้าสติหลุดคุมตัวเองไม่อยู่
       
        งานนี้พี่หัวขาวตัดสินใจถอยดีก่า ไม่เอาคนบ้าทำเมียดีก่า จัดการนัดป้าอกตันมาเคลียร์และก็บอกยุติความสัมพันธ์ สั่งยกเลิกงานแต่งงานที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เท่านั้นแหละค่า อีป้าอกตันถึงกับของขึ้นออกมากรี๊ดๆ แล้วก็เห่า เอ้ย! ด่าใส่พี่หัวขาวไม่รู้กี่ชุด ตบท้ายด้วยการอาละวาดทุบตีพี่หัวขาว พร้อมกับทำลายข้าวของในบ้านพังยับ
       
        พอตอนเช้าไปเจอหน้ากันที่ออฟฟิศป้าอกตันก็ยังอาละวาดไม่เลิก จนพี่หัวขาวทนอายไม่ไหวตัดสินใจลาออกไปอยู่ที่อื่น เล่นเอาป้าอกตันถึงกับคลั่งที่ไม่มีคนให้ด่า ออกอาการเกรี้ยวกราดใส่ลูกน้องหนักกว่าเก่า จนในที่สุดลมปานบ้าหมูมันคงแตกซ่าน อีป้าอกตันเลยต้องระเห็จไปรักษาอาการคลั่งอยู่ 3 เดือน
       
        หายไปตั้งนานก็นึกว่าจะบ้าคาโรงพยาบาลซะแล้ว ที่ไหนได้ป้าอกตันกลับใช้เส้นพ่อกลับเข้าทำงานได้เหมือนเดิม จนกระทั่งต้นสังกัดเก่าเจ๊ง ก็เลยย้ายไปผสมพันธุ์กับพวกขายชาติ ช่วยกันตอแหลมาจนถึงทุกวันนี้
       
        น่าเสียดายที่มีคุณพ่อเป็นคนตงฉิน มีเกียรติประวัติเป็นที่น่าเคารพทำชื่อเสียงให้กับวงศ์ตระกูล แต่น่าเสียดายที่รุ่นลูกกลับทำตัวเป็นสมุนรับใช้คนเลว ออกมาตอแหลประชาชน
       
        แต่จะว่าไปแล้วไอ้ความตอแหลเหล่านี้ มันก็คงจะติดมาจากสังกัดเดิม หนอย...ทำมาเป็นออกมาประท้วงเรียกร้อง เราจะทำตัวเป็นกลาง ขอทำหน้าที่เพื่อประชาชน จากนั้นก็สวมบทนางเอกร้องห่มร้องไห้กันออกทีวี รักงาน อยากทำเพื่อประชาชน อยากอยู่เคียงข้างประชาชน อย่าทำเราเลย อย่ากลั่นแกล้งเราเลย
       
        ทีเขาจ่ายเงินค่าชดเชยได้ไปคนละเป็นแสนเป็นล้าน ไม่เห็นออกมาพูด ใครเค้าแกล้ง ใครเขารังแก ก็แค่ละครน้ำเน่าบีบน้ำตาเรียกร้องความสนใจ อ้างประชาชนที่แท้ก็ทำ “เพื่อตัวเอง”
       
        แหลไม่มีที่สิ้นสุด...
       
        ทั้ง “แหล” ทั้งเป็น โรค “ประสาทแดก” แบบนี้ ใครมันจะเชื่อถือ
       
        ย้ายตูดออกมาอยู่ที่ใหม่ก็ยังแหลซ้ำซาก ซ้อเองไปร่วมอุดมการณ์กับพี่น้องก็ยังพยายามหาอยู่ว่า ป้าอกตันส่งคนไปรายงานความแหลอยู่แถวไหน คนอะไรหลบเก่งเป็นบ้าไม่รู้แอบไปอยู่แถวไหน หายังไงก็หาไม่เจอ
       
        เอ....หรือว่าจะพากันไปแหลอยู่ในรูส้วมวะ
       
        พ่นออกมาแต่ละอย่าง ถึงมีแต่ความ “สกปรก” อี๋...!!

ที่มา http://www.manager.co.th/entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000103409

 {mosloadposition user26} {mosloadposition user27}
 {mosloadposition user28}