เรื่องใจหมา กายหมา และปากหมา ของคนสอนไม่จำ/ซ้อเจ็ด

 

 

 

ประหลาดดีแท้ที่บ้านนี้เมืองนี้คนดังๆ จำนวนมาก แสดงอาการสัญชาตญาณของสัตว์อย่าง “หมา” มากกว่าจะใช้สติปัญญาและจริยธรรมที่จะทำให้กลายเป็น “คน” ขึ้นมา
       
        เหมือนวันนี้นั่งดูหน้าจอ ก็เห็นคนหมาหมาออกมาเห่าจนเท้าของซ้อเนี่ยขยับแล้วขยับอีก หวิดจะถีบทีวีอยู่รอมมะร่อ...อาศัยว่ายังเป็นผู้ดี แม้นมิใช่เชื้อสายพระยา แต่ก็สืบสกุลดีๆ ปราศจากสันดานไพร่ที่เคยโกงเงินหลวงแบบพี่สาวใครบางคนที่ชอบอ้างเหลือเกินว่าเลือดสีน้ำเงิน
       
        อีกตัวก็แสดงสันดานหมาออกมาได้อย่างน่าประทับใจ...ซ้ออยากจะบอกว่าเกิดมาเป็นคนมาตั้งนานจนหัวนมชักจะยานเกินสะดือแล้ว...ซ้อยังไม่เคยเจอใครที่สำแดงอาการหมาได้ทั้ง กาย วาจา และใจ ได้อย่างพ่อหนุ่มคนนี้
       
        ถามน้องๆ นักข่าวบันเทิง เขาก็บอกว่า สมญานามของชายหนุ่มคนนี้ คือ อดีตพระเอกปากหมา...แต่เท่าที่เห็นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นี่มันไม่ใช่หมาธรรมดาเสียแล้วนะซิวุ้ย
       
        พระเอกคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องปากหมา เพราะไอ้เรื่องตอบคำถามกวนส้นเดื่องสื่อเป็นประจำชนิดที่พอเห็นไมค์เห็นเทปยื่นทีไร พระเอกปากหมาเป็นต้องแยกเขี้ยวขู่แฮ่ๆ น้ำลายแตกฟองมันทู้กที
       
        ยิ่งเวลาที่พระเอกปากหมาอยู่ในกองจะกร่างเป็นพิเศษ ถ้าไปกองถ่ายของพระเอกปากหมานักข่าวจะต้องเจียมเนื้อเจียมตัว จะไปถ่ายภาพสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ต้องรอให้พระเอกปากหมายืนเต๊ะท่าหล่อซะก่อน ถึงจะรัวชัตเตอร์ได้
       
        มีครั้งหนึ่งนักข่าวไปแชะภาพตอนพระเอกปากหมานั่งกินก๋วยเตี๋ยว เพ่ท่านถึงกับโกรธหูตั้งหันมามองตาขวาง (หางตกหรือเปล่าไม่รู้ เพราะไม่ได้ไปคลำ) จากนั้นก็ทำปากจู๋ดูดเส้นก๋วยเตี๋ยวพร้อมกับบ่นงึมงัมๆ ไม่หยุด
       
        พอจัดการเส้นก๋วยเตี๋ยวเสร็จ พระเอกปากหมาก็ลุกมาจัดการกับนักข่าวตะคอกซะลั่นกอง “จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าจะตามไปถ่ายไหม เดี๋ยวจะถอดกางเกงให้ดู” พูดเสร็จก็เดินหน้าเป็นตูดเข้าไปในกองถ่าย
       
        อาการอย่างงี้เขาเรียกว่าติดเชื้อ “หมาบ้า” มาแน่ะค่ะ
       
        แต่หมาบ้าพันธุ์นี้ ออกจะเฮี้ยนกว่าเชื้อหมาบ้าทั่วไป ถึงขนาดว่าถ้าจุดธูปเชิญปู่ “หลุยส์ ปาสเตอร์” มาให้ช่วยรักษาก็อาจจะไม่สำเร็จ เพราะปู่แกบอกเอาไว้ว่าโรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำเนี่ย ไอ้คนติดเชื้อมันต้องเกิดอาการคอเกร็ง แถมยังกลัวน้ำยังกะกลัวผี แต่ไอ้หมอนี้ไม่ยักกลัวน้ำ แต่กลับชอบเม้มเงินค่าแสดงที่จะส่งให้พ่อกะมามี๊เอาไปลงอ่างเป็นประจำ
       
        ที่สำคัญ ไอ้หมาน้อยตัวนี้ไม่ค่อยเก็บอาการ เวลาไปยืนเกาะหน้าตู้ก็ชอบไปทำท่าน้ำลายสอ ทำหน้าทำตาเหมือนหมาติดเก้ง แต่กระนั้นชีวิตการลงอ่างของไอ้หมาบ้าตัวนี้จะไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ เพราะหลังจบด้วยท่าหมาแล้ว เป็นต้องออกมาเมาซ้ำแก้เซ็งทุกทีไป
       
        วิเคราะห์นอกหลักของปู่ หลุยส์ ปาสเตอร์ วินิจฉัยได้ว่า เรื่องบนเตียงมันคงทำไม่เก่งเหมือนหน้ากล้อง หรือไม่ก็มีปมด้อยบางอย่าง ที่ทำให้ไปทำชูคอแข็งเหมือนเพื่อนดาราชั่วๆ ไม่ได้
       
        แต่ความสงสัยมีอยู่ไม่นาน ข้อวินิจฉัยโรคก็ถูกเฉลย เพราะว่า ช่วงเวลาสั้นๆ ที่พระเอกหมาบ้าแอบไปกิ๊กกับ “อดีตนักร้องตาแบ๊ว” ม่ายป้ายแดง ซึ่งรายนั้นเป็นขาฟันเกลี้ยงมารอบค่าย โดยเฉพาะถ้าเป็นดารานักร้องในค่ายเนี่ย แม่นี่ขอเก็บสแปร์มาให้หมด คนไหนท่าดี ลีลาดีก็จะเก็บเอาไว้นานแถมจดใส่บันทึกไว้เป็นหลักฐาน
       
        เปรียบเทียบกันในสมัยนี้ก็เหมือน “น้องสาว” ของ “ลูกบุญธรรม” ของเศรษฐีขี้โกง ที่ชอบเก็บสแปร์หนุ่มๆ ในตึกเหลือเกิน จนตอนนี้คุณพ่อจะจับใส่ตะกร้าล้างน้ำล้างคาวจรวดจำนวนมากเพื่อจะใส่ “พานเหลี่ยมๆ” เอาไปเป็นเครื่องเซ่น หลังจากที่รวยมาโขอยู่จากพี่สาวที่ปฏิบัติการเป็น “อีตัว หนามกอล์ฟ” ได้สมบูรณ์แบบ
       
        นักร้องตาแบ๊ว กับไอ้หมาบ้า ขย่มกันได้แป๊ปเดียว เจ้าหล่อนก็สลัดทิ้งไปคว้าตอนักร้องคนอื่นมาขย่มต่อ เหตุเพราะพระเอกปากหมานอกจากจะเล็กจนน่าอนาถแล้ว ก็ยังเหม็นเหมือนแหนมค้างปี เล่นเอาสาวเจ้าต้องมาบ่นว่าจะโขยกกันทีเปลืองแลคตาซิดชิบเป๋ง!!!
       
        แต่ไอ้เปลืองน้ำยายังไม่เท่ากับพฤติกรรมเสมือนควาย ไม่ว่าจะเป็นสมองหรือเรื่องบนเตียง ก็เชื่องช้าถากๆ มันอยู่นั่นแหละไม่เสร็จซ้ากที 55555555555555
       
        ไอ้ความห่วยแตกแบบนี้เอง ทำเอานักร้องตาแบ๊วเจ้าของ JIM ผู้ทรงอิทธิพลในค่ายตอนนั้น เอาไปเมาท์แตกกับพีอาร์ ว่า เบื่อพระเอกปากหมาที่มีตอทั้งจิ๋วทั้งเหม็น จนต้องจดไว้ในบันทึกว่าของพี่เขาเนี่ยควรเรียกว่า “แหนมตุ้มจิ๋ว” ถึงจะถูกต้อง
       
        สมญานามนี้เล่นเอาวงพีอาร์ฮาแตกกันทั้งนั้น แถมยังไปแรงกว่าที่คิด เพราะแค่ 10 นาที โทรศัพท์ 2 วัตต์ ของนักร้องตาแบ๊วก็สั่นตู๊ดๆ เปิดดูก็พบข้อความสั้นๆ ว่า “E-DOKKKKK”
       
        ฮั่นแน่!?! แม้ปกติภาษาอังกฤษของพระเอกหมาบ้าจะดีกว่าควายนิดหน่อย แต่ถ้าเรื่องด่าผู้หญิงละก็มันก็ยังแฉลบมาป็นภาษาคาราโอเกะแบบนี้ได้อีก
       
        ที่สำคัญ อีกอย่างที่นักร้องตาแบ๊วเกลียดนักหนา ก็คือ การสวมวิญญาณเป็นทั้งคนใจหมา เป็นทั้งแมงดา คอยแต่ไถเงินมาซื้อยาอยู่เรื่อยๆ แรกๆ ก็เมาด้วยกันดี แต่ตอนหลังๆ ชักไม่ไหวเพราะไอ้หนูนี่ไม่เคยควักเลย ที่ยืมไปก็เสียงแข็งกลับมาเวลาทวง เล่นเอาสาวออกอาการเซ็งอย่างที่ว่า
       
        สาวบอกว่า ถ้าเสียงแข็งๆ นั้นเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแข็งหนูจะไม่ว่าเลยนะพี่...
       
        เพราะปมแหนมตุ้มจิ๋วนี้หรือเปล่า ก็ไม่ทราบเลยทำให้ ไอ้หมาบ้าต้องแสดงอาการหน้าลู่ หูตก น้ำลายฟูมปากแบบนี้อยู่ตลอดเวลา ชนิดที่ผู้ใหญ่ที่ดูแลออกอาการเอือม เพราะสอนเท่าไหร่ก็ “สอนไม่จำ” ราวกับมันฝังเชื้อชั่วอยู่ในกระดูกเสียเรียบร้อยแล้ว
       
        แต่ชีวิตเส็งเคร็งของไอ้หนุ่มน้อยพันธุ์หมาบ้ายังไม่ยุติแค่นั้น ประมาณว่า ชีวิตนี้กูเอาดีเรื่องหญิงไม่ได้ ก็ขอให้เป็นเต้ยในเรื่องยาเสพติดและความเมาก็แล้วกัน...ซ้อเองก็ไม่เข้าใจอยู่เหมือนกันว่า ทำมั้ยทำไม เด็กพวกนี้มันต้องแข่งกันเลว ถ้าจะให้วิเคราะห์แนวปู่หลุยส์ ปาสเตอร์ อีกก็คงต้องบอกว่า น่าจะเป็นเพราะเชื้อพันธุ์ หรือสปีชีส์ มันไม่ดีมากกว่า
       
        เพราะอย่างที่รู้ๆ กันว่าป๊ะป๋าของหมาบ้าก็โชกโชนในเรื่องของความชั่วเหมือนกัน (ถึงขนาดฆ่าคนตายน่ะเพ่) ส่วนคุณแม่ก็มาจากบาร์ราคาไม่ถูกนัก แต่จะมาจากไหนก็ไม่ใช่ประเด็นว่า สอนลูกกันยังไงให้กลายเป็นแบบนี้ได้ ชนิดลูกเมาไปทำคนตาย ก็ยังจะโอ๋กันเป็นเทวดาอยู่แบบนี้อีก...
       
        หรือเพราะ “การฆ่า” มันอยู่ในสายเลือดกันค่ะ ????
       
        แต่ซ้อเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพ่อชั่วแล้วลูกจะชั่วตาม วิเคราะห์เอาแบบซ้อก็ต้องบอกว่า เพราะฤทธิ์ยาที่พระเอกปากหมาเทคเข้าไปเรื่อยๆ ตั้งแต่หนุ่มน้อยยันแก่ตัวแล้วก็ยังเล่นไม่เลิกมันสะสมกันจนออกอาการแบบนี้ไงเล่า
       
        เพราะสมัยก่อนก็เคยเล่นยากับ “นักร้องหน้าหนู” จนหวิดจะโดนจับ แต่ก็อาศัยความฟลุคปีนรั้วหลบตำรวจออกมาได้ เท่านั้นแหล่ะถือว่าตัวเองคงมีของดี หรือเทพคงพิทักษ์รักษา ไอ้หนูนี่ก็ยังดาหน้าเล่นยาไม่หยุด จนเป็นเหตุให้เมาสติหลุดทำเอาคนตายไปหนึ่งศพ เล่นเอาแฟนสาวนางงามตาส่อนถึงกับออกอาการบอกเลิก เพราะรำคาญเต็มทีกับไอ้เรื่องติดยา แต่กระนั้นก็ยังไม่ได้ตัดขาดเป็นเรื่องเป็นราว เพราะไอ้หมาบ้าจะออกอาการเป็นหมาป่วยเรียกคะแนนสงสารอยู่ตลอด
       
        แหะๆๆๆ เป็นซ้อก็ใจอ่อนคะ คนอะไรทำหน้าเศร้าเหมือนส้นตีงหมาได้น่าสงสารซะขนาดนั้น...5555555
       
        ปัจจุบันถึงแม้พระเอกปากหมาจะแก่หงำเหงือกเข้าไปทุกวัน แต่ก็ยังทำตัวเป็นวัยรุ่นปัญญาอ่อนอัพยาอยู่ไม่เลิก ทั้งนี้ เพราะมันมีดารามาร่วมด้วยกันเมาอยู่หลายคน นำทีมโดย “ไอ้อ้วนเลว” จอมเจ้าชู้เป็นหัวหน้าแก๊ง “ไอ้เตี้ยหน้าแบน” ตัวประกอบที่เสียงเพราะก็มา “ตาละลา” รวมไปถึง “พระเอกปากดำ” ที่เพิ่งจะเลิกกับแฟน “อดีตพริตตี้ขายตัว” ก็ข้ามช่องมาทำเลวกับเขาด้วย
       
        4 คนนี้ จัดว่าเป็นขี้ยาระดับเทพ เพราะถ้ามีอะไรใหม่ๆ เป็นต้องขอลองก่อน อย่างล่าสุดกล้าลงทุนล่อยาที่มีส่วนผสมของทองคำเข้าให้ในสนนราคาแพงหูฉี่ แต่ 4 เทพขี้ยาก็ไม่สนใจหรอก
       
        ก็แหม..คนเหล่านี้เขามีคนดูโง่ๆ ยอมซื้อสินค้าและยังชื่นชมอยู่ตามฟรีทีวีทั้งช่องสีน้อย กับช่องหลายสี อยู่นี่ไง...เงินมันก็เลยไม่ขาดสายใช่ไหมละคะ!!
       
        วันดีคืนดีสามหนุ่มจอมซ่าจะพากันมาจัดปาร์ตียาที่คอนโดของพระเอกปากหมา โดยไอ้อ้วนหน้าตัวเมียหัวหน้าแก๊งรับหน้าที่หาสาวๆ มาบำบัดชะโดเพื่อนๆ งานนี้ไม่ต้องเสียเงินซื้อกินให้เสียเวลา เพราะไอ้อ้วนเลวมันเป็นสิงห์แคมปิ๊เอ๊ย ! แคมฟรอก ชอบเข้าไปแชตกับสาวๆ แล้วก็ชักชวนน้องๆ หนูๆ ให้มาเทคยาเล่นพร้อมของแถมคือ...ได้ผัวเป็นคนบันเทิง
       
        ไอ้หมาบ้านี่เรื่องเซ็กส์อาจจะไม่เจ๋งแต่ถ้าเรื่องยาถึงไหนถึงกัน งานนี้ก็เลยขอมีเอี่ยว
       
        พอนัดแนะเสร็จก็มามั่วที่คอนโดของพระเอกปากหมา ทั้งเล่นยาทั้งเล่นเซ็กซ์มั่วกันจน “น้องคนสวย” แฟนของพระเอกปากหมาออกอาการงอนอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะบางครั้งอาการเมายาสติแตกของนักแสดงปากหมา ทำเอาเพี้ยนหนักถึงกับคว้ากะเทยมาปั่มป๊ามก็มี!?!
       
        ข่าวมันก็ไปถึงหูของนางงาม จนเกิดอาการเซ็งรักๆ เลิกๆ ก็เพราะเหตุนี้แหละ ปัดโถ่...ไปใช้แหนมจิ๋วๆ ร่วมกับกะเทย มันไม่ยิ่งกว่า “เสียหมา” อีกเหรอ …
       
        แต่กระนั้นนางงามตาส่อนก็ยังให้อภัยพร้อมยื่นคำขาดให้อีกครั้งเดียว ไม่งั้นจะไม่ยอมทำพันธุ์ด้วยแล้ว พระเอกหมาบ้าก็ได้แต่รับปากไปอย่างงั้น
       
        ที่ไหนได้ผ่านไปได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ พระเอกปากหมากับไอ้อ้วนเลว และเพื่อนดาราก็ร่วมจัดปาร์ตี้ยาอีก แต่คราวนี้ซวยเพราะน้องคนสวยดันตามมาเช็ก ก็เลยได้เห็นสภาพพระเอกปากหมา ทั้งเมาทั้งเอาอยู่กับสาวแคมฟรอกหุ่นอวบคาตา ผลก็คือ น้องคนสวยยั๊วะจัดประกาศเลิกกับพระเอกปากหมาโดยเด็ดขาด
       
        บอกแล้วไม่ฟัง “สอนแล้วไม่จำ” ก็เลิกกันไปเลยแหละถูกแล้ว ทั้งสวยทั้งเก่งอย่างหนู ผู้ชายเข้าคิวรอทำผัวยาวไปถึงปอยเปตแล้ว
       
        ส่วนพระเอกปากหมาจะอกหักจนสติแตก หรือเมายาจนเพี้ยน จนเป็นเหตุให้ออกมาสวมวิญญาณหมาลอบกัดคนอื่นๆ จนโดนด่าไปทั่วประเทศหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน
       
        แต่ที่แน่ๆ อาการวิ่งหนีตัวสั่นตอนขึ้นรถ ซ้อว่าเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกเลยนะคะ

ที่มา http://www.manager.co.th/entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000079867

 {mosloadposition user26} {mosloadposition user27}
 {mosloadposition user28}