ซ่องผู้ทรงเกียรติ/ซ้อเจ็ด

 

 

 

อยากจะกรี๊ดๆๆๆๆๆ ให้กับความสำเร็จของประชาชนที่สามารถฝ่าด่านของ “ไอ้ขี้เป้คนฝั่งทวย” เข้าไปตั้งมั่นที่หมายได้สำเร็จ ทำเอาไอ้หมูสำรากขี้ออกมาทำจมูกฟิตๆ ลักษณะเหมือนหมูไม่ได้กินหยวกกล้วยหรือไม่ก็หมากำลังดมอึ ออกมาสำรากขี้ (อีกแล้ว) ประกาศเจตนารมณ์ ไม่สน ไม่หนี ไม่ไป หน้าด้านยิ่งกว่าลานจอดเครื่องบินซะอีก
       
        ยังมีหน้าออกมาว่าประชาชนมีสิทธิ์อะไร ...... แหม! มันยังนึกว่าเราใช้รัฐธรรมนูญฉบับเมื่อ 50 ปีที่แล้วอยู่หรือเปล่าฟะเนี่ย อย่างว่าคนโง่ด้วย เลวด้วย โสโครกด้วยแบบนี้ พูดกันดีๆ ก็คงไม่รู้เรื่อง ถ้าเป็นหมาเราคงเอาตรีนไล่เตะมันกระเจิงไปนานแล้ว...บังเอิญว่าเป็นหมูสำรากขี้จมูกถ่อก เราคงจะต้องค่อยๆ ไล่มันออกไปหรือไม่ก็ช่วยทำให้มันเครียดจนเส้นโลหิตในสมองมันแตกตาย 555555555
       
        งานนี้ซ้อเสียสวยนิดหน่อย เพราะเล็บที่อุตส่าห์ไปทำมาดันเจือกฉีกตอนดันพี่ตำรวยทั้งหลาย...เนี่ย ดันด้วยมือก็เป็นซะแบบนี้แหล่ะ ถ้าดันด้วยเอวละก็อย่างมากก็ตะโพกเคล็ดไม่ปล่อยให้อะไรมันฉีกแบบนี้หรอก
       
        เห็นข่าวที่ไอ้พวกตำรวยตัวหญ่ายๆ มันว่า พวกเราไม่ควรจะหันลำโพงใส่รังของพวกมัน เพราะจะเป็นการละเมิดผู้ทรงเกียรติ... ซ้อก็อยากหัวร่อให้ความสวยน้อยลงกว่านี้นี๊สส์นึง เพราะ ความจริงไอ้พวกนี้ มันไม่ใช่คนที่มีเกียรติอะไรหรอก... คนที่นั่งบริหารอยู่ในนั้น มันก็สันดานกะหรี่ แมงดา และอาโกคุมซ่องทั้งนั้น
       
        หรือจะว่าไม่จริง เพราะที่สลอนอยู่นี่ก็ขายตัวเพื่อเงินทั้งนั้นไม่ใช่หรือคะ?
       
        ไอ้ที่รวมกันอยู่ได้นี่ก็เพราะเงิน...ที่ยอมขายตัวก็เพราะเงิน...ที่ยอมทำชั่วก็เพราะเงิน ถ้าไม่เรียกสันดานมันเป็นกะหรี่การเมืองแล้ว เราจะเรียกมันว่าอะไรดีคะ คุณตำรวยยยยย
       
        ตอนนี้ก็เลยต้องเอาโน้ตบุ๊กตัวเก่งมานั่งเคาะๆ จิ้มๆ ริมคลองเย็นๆ ยกตัวอย่างให้เห็นว่า มันเหล่านี้ขายตัวแลกกับเรื่องราวต่างๆ ยังไง
        ...
        ก็ดูอย่างไอ้ขี้เป้คนฝั่งทวยนั่นสิ..ซ้อก็นึกอยู่ในใจว่า นอกจากนั่งขี้โม้คอยสนับสนุนความชั่วของลูกๆ มันแล้วชีวิตนี้มันเก่งเรื่องอะไรบ้าง...นึกๆ ขึ้นมาได้ก็มีอยู่แค่คารมดีมีเมียน้อยเยอะๆ แยะๆ เท่านั้น
       
        ไอ้ที่บอกว่ารู้ข้อมูลเยอะ เป็นมิสเตอร์นินจาจอมสืบข่าวน่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะ “เมียน้อยคนนึง” มันเป็นพวก “สีเขียวๆ” ก็ชอบเอาข่าวระดับที่ได้ยินโต๊ะข้างๆ เขาคุยกันมาเล่าให้ควายฝั่งทวยฟังอยู่บ่อยๆ ผิดบ้างถูกบ้าง แหล่งข่าวอีกสายก็มีจาก “อีเมีย” อีกตัวของมัน ที่เป็น “คนเดินโพยหวย” เจ้าค่ะ...แถมชอบวิ่งไปเคลียร์ให้ไอ้พวก “กรมตาชั่ง” เลวๆ ก็เลยพอจะรู้เรื่องโน้นเรื่องนี้มาบ้าง ที่เหลือก็ได้ข่าวจากห้องอาหารจีนในโรงแรมแห่งหนึ่งที่มีหูฉลามน้ำใสอาหร่อยที่ซู้ด!!!
       
        ตัวไอ้ “คนฝั่งทวย” เองก็ไม่ได้รู้เรื่องการข่าวอะไร...ชอบโม้ว่าอยู่หน่วยเจ๋งๆ มานาน รู้กฏหมาย รู้ทุกเรื่อง รู้เรื่องการปราบปราม สืบเสาะต่างๆ นานา...ปัดโถ่คุณพี่ขา...เพื่อนๆ ซ้อที่เขาพอจะรู้จักคุณพี่มาบ้าง เขาหัวร่อน้ำหูทะเล็ดกันหมดแล้ว
       
        เพราะไอ้ด็อกกำมะลอเวรตะไลนี่ดังมาได้แถวฝั่งทวย ก็เพราะไปกราบ “เจ้าแม่บ่อนแถวบางแค” ยกให้เป็นแม่เลยไม่ใช่เหยอ ส่วนสมัยมันยังอยู่ในกรม มันก็อยู่กับงานเอกสารคะคุณขา
       
        ไอ้ที่ว่าเคยจับโน่นจับนี่ ก็มีแค่จับจู๋ตัวเอง กับจับนมนักร้องเท่านั้นแหล่ะ 5555555555555555
        ...
        “ติ๊งเหล่หัวโปก” นี่ก็กะหรี่การเมืองตัวเอ้เหมือนกัน (บอกตามตรงซ้อนึกไม่ออกว่าจะเรียกมันว่าอะไรดี เพราะ เห็นหน้า หัว และทรงผลมันทีไรก็จะนึกถึงไอ้นั่นของสามีเวลาที่มันไม่สู้นะ)
       
        ขายตัวรับใช้โจรไม่พอ ล่าสุด นี่ก็สวมบทบาทเป็นไอ้ขี้ข้าขายชาติ สะเออะไปยืนตาเหล่ทำเรื่องสำคัญจนทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียดินแดนครั้งยิ่งใหญ่ ซ้อเห็นแล้วน้ำตาตกใน ทำให้ประเทศชิบหายได้ขนาดนี้ ไม่เห็นฟ้าดินลงโทษมันเสียที
       
        เพี้ยง ...... ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ขอเริ่มต้นลงโทษให้มันกามตายด้านตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป!!!
       
        เพราะสันดานของติ๊งเหล่หัวโปกนี่สำส่อนไม่แพ้นายมันหรอกคะ เพราะฉะนั้นถ้าท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทำให้มันไม่สู้ ทำให้มันไม่แข็งตัวได้ น่าจะเป็นความเจ็บปวดอย่างสูง และเป็นการชดใช้หนี้ให้แก่สาวๆ ทั้งหลายที่โดนไอ้เหล่ฟันดะและแต๊ะอั๋งกันดะมาแล้ว
       
        ไอ้ฟันไม่ฟันเปล่า...สนุกร่วมกัน จบแล้วก็แล้วไป แต่นี่ฟันเสร็จเจือกมานั่งวิเคราะห์ให้สาวเขาได้อายอีก เรียกว่าถ้าใครเผลอให้ไอ้เหล่แทงเตรียมเอาปี๊บคลุมหัวไว้ได้เลย เพราะพี่แกจะเที่ยวเอาไปโพนทะนาซะทั่ว ใครนมยาน ใครตูดดำ เป็นได้รู้กันทั้งพรรค เล่นเอาพนักงานในกำกับของมันต้องเผ่นไปต่างประเทศเลย เพราะ ทนอายไม่ไหว
       
        ...ปากหมาอย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะซินาอ้าถึงจ้างมาเห่าประจำตัว...
       
        ก็มีแต่ “ด็อกเตอร์สาวปัญญานิ่ม” คนเดียวนั่นแหล่ะที่ไม่กล้าไปโพนทะนา เพราะ มันเป็นของนายเขา
       
        พฤติกรรมแบบนี้เป็นที่เลื่องลือตั้งแต่สมัยที่ไอ้เหล่หัวโปกอยู่พรรคเก่าแก่ และรับหน้าที่เลียขานักการเมืองตระกูลดีคนหนึ่ง ก็สร้างวีรกรรมโยกจนพรรคสะเทือนอยู่บ่อยๆ
       
        ตอนที่ลง ส.ส.เขตแห่งหนึ่งก็ต้องไปประสานงานกับ ส.ก.เขตนั้นของพรรค เหล่หัวโปกก็ไปทำตาเหล่ส่งสายตาปิ๊งๆ ให้กับ ส.ก.หญิงประจำเขต งานนี้ถึง ส.ก.สาวจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนและกำลังจะแต่งงานอยู่รอมร่อ แต่ไอ้เหล่หัวโปกก็อาศัยชั้นเชิงหัวหมอบวกกับคารมตอแหลเป็นเลิศ สามารถคว้า ส.ก.หญิงไปฟันได้ในที่สุด
       
        ความซวยก็เลยบังเกิดกับ ส.ก.หญิง นอนกับใครไม่นอนดันไปนอนกับไอ้เวรนี่ งานนี้ติ๊งเหล่ก็เลยเอาไปเมาท์กระจายว่า นอกจากจะอมไม่เป็น เอาไม่มันแล้ว ข้างในก็ยังเหม็นอีกต่างหาก !!!
       
        เล่นเอา ส.ก.หญิงหมดราคา ไอ้โดนฟันไม่เหลือความซิงยังไม่เท่าไหร่ แต่เล่นระบุหมายเหตุว่า JIM เหม็นแบบนี้ ว่าที่ผัวก็เลยกลัวเป็นลมตายคา JIM ประกาศล้มขันหมากในที่สุด
       
        แต่ที่เมาท์กันสนั่นวงการมากที่สุด เห็นจะเป็นเมื่อตอนที่เรือที่รวมเยาวชนของเมืองปลาดิบกะของเพื่อนบ้านเรามาเทียบฝั่งไทย ไอ้เหล่หัวโปกรับหน้าที่ประสานงานอำนวยความสะดวกให้กับน้องๆ เยาวชนต่างชาติ พาไปเที่ยวสถานที่สำคัญในบ้านเราเป็นว่าเล่น
       
        ด้วยความที่หน้าตาที่ประหลาดเหมือน “อุรังอุตัง” ที่บ้านน้องเขาหรือไงก็ไม่รู้ ทำให้น้องเยาวชนต่างชาติจาก ‘หมู่เกาะหนึ่ง’ สนใจไอ้เหล่หัวโปกเป็นพิเศษ ในวันท้ายๆ ของโครงการ “เหล่” ก็เลยปล่อยของแหกกฏ พาอีหนูเยาวชนคนดังกล่าวออกไปเที่ยวเป็นการส่วนตัว
       
        งานนี้ไอ้เหล่พาอีหนูเยาวชนไปเที่ยวอย่างเต็มคราบ ผลก็คือเยาวชนโดนมอมเละให้ไอ้เหล่หัวโปกหิ้วกลับบ้านไปพาดู “ตอแบงค็อก” กันทั้งคืน เล่นเอาอีหนูเยาวชนสลบเป็นตาย ตื่นไปรายงานตัวตอนเช้าไม่ทัน กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่เมาท์แตก ในความอุบาทว์ของเหล่
       
        จากวันนั้นจนถึงวันนี้ คาดว่า อีหนูเยาวชนคงจะโตเป็นสาวไปเรียบร้อยแล้ว และถ้าได้อ่านข่าวหรือดูทีวีเห็นหน้าไอ้เหล่หัวโปกกำลังออกซีเอ็นเอ็นประกาศขายชาติไทย ได้โปรดรู้ไว้เลยว่า ไอ้นี่แหละที่ลากหนูไปฟันเมื่อหลายปีก่อน มาแจ้งความจับมันด้วยนะจ๊ะ
       
        อย่าคิดว่าแค่ให้หมามันเลียเล่น ช่วยลากมันไปเข้าตะรางทีฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กหน่อยเหอะ คนไทยจะแต๊งกิ้วหลายๆ
       
        นอกจากไอ้เหล่หัวโปกจะชั่วขายชาติและหน้าหม้อไม่แพ้ซินาอ้านายรักแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เลวไม่แพ้กันก็คือพฤติกรรม “ไข่แล้วทิ้ง” อันนี้แฟนคลับทั้งหลายคงจะจำกันได้ว่าซ้อเคยขี้โม้เรื่องลูกนอกกฎหมายของซินาอ้าไปแล้ว
       
        ไอ้เหล่นี่ก็ถอดแบบนายมันมาเหมือนกัน สมัยที่อยู่อังกฤษไอ้เหล่หัวโปกก็ไปคั่วกับผู้หญิงไทยคนหนึ่ง จะผิดพลาดทางเทคนิคหรือถุงแตกก็ไม่ทราบ ยายผู้หญิงดันซวยเกิดป่องขึ้นมา เจ้าตัวก็เลยต้องบากหน้าไปบอกกับไอ้เหล่ ปรากฏว่า ไอ้เหล่สวนกลับมาทันที
       
        “โดนไปทีเดียวท้องได้ไงว้า ลูกผมหรือเปล่าเนี่ย” พร้อมทำตาเหล่ไม่สามัคคี
       
        จากนั้นก็ทำเฉยปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ และไม่ยอมตรวจดีเอ็นเอ เพราะกลัวว่าจะเป็นหลักฐานให้รับผิดชอบในภายหลัง
       
        สิ่งเดียวที่ไอ้เหล่หัวโปกยินดีที่จะทำคือ “จ่ายเงินให้ไปรีดเด็กออก”
       
        โอ้โห........พฤติกรรมหน้าตัวเมียเหมือนเจ้านายมันเป๊ะ!!!
       
        มิน่าล่ะถึงได้ร่วมกันทำชั่วได้อย่างไม่ละอายแกใจ คนเยี่ยงนี้นอกจากจะตอแหล ปากแข็ง ไม่ยอมรับความจริง ชอบออกมาเห่าทำปากหมาใส่คนที่รู้ทันแล้ว
       
        “ใจ” มันก็ยังต่ำกว่า “หมา” อีกต่างหาก
       
        เป็นทั้งกะหรี่ พฤติกรรมเหมือนแมงดา แถมใจยังต่ำกว่าหมาแบบนี้...คุณตำรวยยังจะว่ามันเป็นผู้มีเกียรติอยู่อีกหรือคะ ?
       
        เพราะฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย...ด่ามันเข้าไปๆๆๆๆๆๆ จนกว่ามันจะจมธรณี

ที่มา http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000073822

 {mosloadposition user26} {mosloadposition user27}
 {mosloadposition user28}