“แม่นางเอก” เสี่ยมให้ลูกเนรคุณ

 

 

 

“แม่นางเอก” เสี่ยมให้ลูกเนรคุณ

“ลูกฉันดังเป็นถึงนางเอก จะให้ใครเข้าถึงตัวได้ง่ายๆ อย่าหวัง

       ไม่ว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น บอกได้คําเดียว...ยากสส์”....ดู๊ดู..มันหลงตัวเองซิเจ๊..หนูฟังแล้วขนลู้ก..ขนลุก...

ยังไม่ทันที่จะปีนขึ้นเตียงสระผม หูอันเริ่มจะตึงๆ ของป้าจอยก็เกือบชา ขี้หูงี้เต้นระบําร่ะส่ำทั้งซ้าย-ขวา เพราะช่างเสริมสวยเจ้าประจําที่คุ้นเคยกับการทึ้งหนังหัวกันมานานปี เริ่มทําหน้าที่ “เหยี่ยวข่าว” สาย “ส.ใส่เกือก” เรื่องของชาวบ้านทันที

หลังชะโลมยาสระผมทั่วหัว ปากช่างจอมแส่ ก็สาธยายร่ายข่าวล่าให้ฟังเสียงดังลั่น ประเด็นหลักเกิดจาก “แม่นางเอกดัง” ที่พํานักอาศัยอยู่ละแวกบ้านย่านใจกลางเมืองกรุง มาร้องแรกแหกกระเชอ ประกาศปาวๆ ที่ร้านว่าลูกข้าดังใหญ่ใครก็ห้ามแตะ!!

จริงๆ แล้ว “นางเอกสาว” คนที่ว่า ก็วิ่งกระเซอะกระเซิง อยู่แถวนั้นมานมนาน คนละแวกบ้านเห็นกันมาตั้งแต่ ตัวกะเปี๊ยก นมยังไม่แตกพาน ด้วยความบ้องแบ๊วของหน้าตา ใครเห็นใครก็เอ็นดู คิดว่าเป็นลูกเป็นหลาน

ประกอบกับสงสารที่บางที “แม่” ไปทํามาหากิน ไหว้วานฝากฝังให้เลี้ยง ก็ไม่มีใครเลี่ยงสักคน วันที่ “ดัง” เลยไม่มีใครทันคิดว่าจะ “ลืมตัว”

ไอ้แค่ “ความดัง” ทําให้มองไม่เห็นหัวคนเคยมีพระคุณยังไม่เท่าไหร่ แต่ “ตัวแม่” ที่คอยโพนทะนาความมีหน้ามีตาของลูก และคอยกันท่า พี่, ป้า, น้า, อา คนหัว  หงอกหัวดําแถวนั้น ไม่ได้โอภาปราศรัยด้วยนี่ซิ ทําเอาทุกคนถึงกับออกอาการเหวอ!!..

ทุกวันหางตาเหลือบไปเห็นเงา “แม่-ลูก” คู่นี้ ย่างกรายเข้าหมู่บ้านเมื่อไหร่ ชาวบ้านร้านช่อง แทบจะปิดประตูบ้านหนี ด้วยเหตุผลไม่อยากจะมีภาพจําคน “เนรคุณ” ให้เคืองลูกตา

ไม่เท่านั้น ในกองถ่ายบางครั้งทีมงาน ก็เบือนหน้าหนีเป็นแถว เมื่อรู้วันไหนต้องรับรอง “แม่นางเอก” จอมโวยวาย เพราะคอยจุ้นจ้านไอ้นั้นลูกชั้นก็ต้องได้ ไอ้นี่ไม่ดีพออยู่ร่ำไป จนทีมงานหน่ายจิตคิดอยากจะลาออกให้รู้แล้วรู้รอด

เฮ้ออ...นี่ขนาดลูกเพิ่งเลื่อนขั้นมาเป็นลูกรักผู้จัดได้ไม่กี่ปี พอได้ดีเข้าหน่อย “แม่” ยังพลอย “พองขน” ขนาดนี้ ถ้าลูกไม่ถูกกรรมบัง ได้เป็นดาวค้างฟ้า ดูท่า “ตัวแม่” จะยิ่ง “เรื่องเยอะ” บานเบอะล่ะค่าพี่น้อง..ป้าจอย ฟันธง!!...♦

ที่มา http://www.daradaily.com/th/news/newsdetail.php?newsid=7066

 {mosloadposition user26} {mosloadposition user27}
 {mosloadposition user28}