เบื้องหลัง “มงกุฎ” ... ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

 

 

 

เพราะอาภัสรา หงส์สกุล แท้ๆที่ทำให้เราได้ “มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี2551” ชื่อ น.ส.กวินตรา โพธิจักร
    เนื่องจากตั้งแต่ น.ส.กวินตรา หรือ “น้องแก้ม” ตอนเด็ก แม่ได้พูดว่า อยากให้น้องแก้ม เมื่อโตเป็นสาวเข้าประกวดนางงาม ตามรอย อาภัสรา หงส์สกุล
ทำให้พอโตขึ้น น้องแก้ม ก็ขึ้นเวทีประกวดที่ จ.หนองคาย อันเป็นจังหวัดบ้านเกิด จากนั้นตระเวนเดินสายอีกหลายต่อหลายเวที         ก่อนจะก้าวขึ้นสู่เวทีใหญ่ระดับประเทศของช่อง 7
การคว้ามงกุฎ “มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส” มาประดับศีรษะได้ครั้งนี้ไม่ใช่เป็นย่างก้าวแรก
แต่ก็ถือเป็น “ก้าวสำคัญ”
โดยย่างก้าวต่อไป คือสู่เวทีอินเตอร์ “มิสยูนิเวิร์ส” หรือ “นางงามจักรวาล” นั้น
น้องแก้ม จะคว้ามงกุฎมาให้คนไทยได้ชื่นใจ เหมือนอย่าง อาภัสรา หงษ์สกุล ซึ่งเป็นความฝันอันสูงสุดหรือไม่นั้น ก็ต้องติดตามลุ้นกันต่อไป
    แต่อย่างไรก็ตามการคว้ามงกุฎของสาวงามจากหนองคายคนนี้นั้น มีน้อยคนที่จะรู้ว่า
น้องแก้ม เป็น “นางงามจอมพลิกล็อก” !!
    โดยชื่อผู้ชนะการประกวด “มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2551” ที่คุณดู๋-สัญญา คุณากร พิธีกรผู้ดำเนินรายการบนเวทีประกาศนั้น...
เกือบไม่ใช่เป็นชื่อของ น.ส.กวินตรา โพธิจักร ซะแล้ว !!

     “เจ๊เขียว” มีแหล่งข่าวอินไซด์เลย กระซิบบอกว่า...
มีวีนหนึ่งเหล่านางงามทุกคนต้องแก้ผ้า นุ่งแต่ “ทูพีซ” ไปยืนในรอบ 60 คน ให้คณะกรรมการได้สำรวจดูนอกรอบ
สาวงามทุกคนถูกสั่งห้ามใช้เครื่องสำอางค์โบ๊ะปกปิดร่องรอยแตกลายงาใดทั้งสิ้น
ดังนั้นกรรมการได้เห็น “เนื้อใน” ว่าของใคร คนไหน “สวยจริง” หรือ “สวยปลอม”
ซึ่งรอบนั้นต่างหากที่ตัดสินกันแล้วว่าสาวใดคือ “มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส”
ส่วนการขึ้นเวทีมาเดินประชันขาอ่อนกันนั้น แค่ “ปาหี่”
ซึ่งในรอบนั้นหมายเลข 13 “น้องแก้ม” นั้นยังอยู่นอกสายตา
การเลือกครั้งนั้น ได้สาวสวยที่สุดมาคนหนึ่ง “หมายเลข.....” นำหน้า คะแนนนำโด่งมาเลย นั้นคือคำตอบของ “มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส” คนต่อไป
แต่ปรากฏว่าเมื่อช่อง 7 นำชื่อของน้องคนนั้นมาเช็กแล้ว
พบ “ประวัติเน่า” ยาวเหยียด !
จัดอยู่ในประเภท “สวยแต่รูป จูบไม่หอม”

ซึ่งถ้าให้เธอสวมมงกุฎล่ะก็ คงได้ชื่อว่าเป็น “มิสไทยแลนด์ยูเวิร์ส” ที่ฉาวโฉ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ !
อย่างไรก็ตาม เธอคนนี้ก็ยังอุตส่าห์ผ่านเข้าไปในรอบ 12 คนสุดท้าย
ก่อนจะมาถูกสกัดดาวรุ่งให้ร่วงตกเวทีในรอบ 5 คนสุดท้าย “แบบค้านสายตาคนดู” อย่างแรง !
เพราะถ้าหากกรรมการปล่อยให้หล่อนหลุดเข้ามาได้ล่ะก็
“ความสวย” ของเธอจะบดบังรัศมีคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด
ทำให้นางงามคนอื่น “หมอง” ไปเลย !
เมื่อถึงเวลานั้นการจะเขี่ยเธอกระเด็นจากเวทีไปจะเป็นเรื่องยากกว่าเดิม
ซึ่งรอบ 5 คนสุดท้ายนี้ก้ได้มี “ตัววาง” ที่กรรมการได้ลงคะแนน “ล็อก” เอาไว้แล้วอีกเช่นกัน
เป็นหมายเลข 3 นำหน้าเหมือนกันด้วย
น้องนางงามคนนี้ถูกกรรมการ “ล็อก” ไว้เป็นตัวแทนองคนก่อน เพราะนอกจากคนแรกนั้นแล้ว เธอคนนี้ก็มีราศีดีที่สุด
ตั้งแต่ขึ้นเวทีในวันแรกเธอเปล่งประกาย จนกรรมการทุกคนเชื่อว่า “ตัดสินไม่ผิด” !
ซึ่งในการประกวดรอบ 5 คนสุดท้าย ... เธอคนนี้นี่แหละถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะได้สวมมงกุฎ
แต่ว่าในวันสุดท้ายนี้นี่แหละที่เกิด “พลิกล็อก” !!??
ตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นเวทีประกวดในวันสุดท้าย น้องแก้ม เบอร์ 13 “ลักกี้นัมเบอร์” ซึ่งเป็น “ม้านอกสายตา” เธอเกิดมีความรู้สึกประหลาด !
ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ไหงจัว “กินรี” เหลือบมองเธอตลอดเวลา
ตอนแรกก็นึกว่า “เครียดจนเพี้ยน”
แต่ไม่ว่าจะเดินไปทางซ้าย หรือทางขวา ดวงตาของ “กินรี” เหลือบมองเธอตลอด...เธอเชื่ออย่างนั้นจริงๆ !
น้องแก้มนึกถึงก่อนมา แม่บอกว่า “แม่ไม่ได้กล่าวบนบาน “เสด็จเตี่ย” “เสด็จพ่อ ร.5” และจะสวดมนต์ขอพรเทวดาประจำตัวลูก เทวดาที่ปกปักรักษาโรงละครอักษรา คิง พาวเวอร์ สถานที่จัดประกวด ขอพรให้ลูกแม่ประสบความสำเร็จ !”
พอน้องแกมนึกถึงคำของแม่ขึ้นมาถึงกับ “ลนลุกซู่” !!
หรือว่าคำสวดมนต์ของแม่กำลังสำแดงฤทธิ์แล้ว !
น้องแก้มเลยหลับตาลงแล้วขอพรจาก “กินรี” ว่าขอให้เธอชนะเลิศในเวทีแห่งนี้
ซึ่งก็เกิดเรื่องอัศจรรย์ขึ้นมา
เริ่มจากน้องนางงาม “ตัวเต็ง” หมายเลข 3 ขึ้นหน้านั้น จู่ๆก็หม่นหมองไร้ประกายซะงั้น !
ขณะที่ “ม้านอกสายตา” ที่ไม่เคยมีใครจับตามองมาก่อน ในวันนั้นปรากฎว่า น้องแก้ม เปล่งรัศมีขึ้นมา เข้าตากรรมการอย่างเหลือเชื่อ !
เล่นเอากรรการทั้ง 10 ท่านด้านหน้าเวทีเกิดอาการลังเล
แต่ถึงอย่างไรทุกอย่างก็ถูก “ล็อก” ลงตัวไว้หมดแล้ว
แต่สำหรับในวันนี้อย่างที่บอกว่ามัน “พลิกล็อก”
เริ่มจากการประกวดในครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ถูกสั่งให้บันทึกเทปก่อนเวลาออนแอร์นานถึง 4-5 ชั่วโมง ทำให้มีเวลาเหลือเฟือที่อะไรก็เกิดขึ้นได้
ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเรื่องเหลือเชื่ออีกประการหนึ่งนั้นคือ ระหว่างการบันทึกเทปรายการ
จู่ๆไฟฟ้าขัดข้อง ทำให้ไมค์โครโฟนเสียอย่างไม่ทราบสาเหตุ !
ฝ่ายเทคนิกระดมสมองกันแก้ไขยังมึนตึ้บ จึงต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ
ด้วยองค์ประกอบหลายๆอย่างที่ไม่น่าเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นเป็นลำดับๆเหมือนถูกโชคชะตาที่มองไม่เห็นเขียนบทไว้นี้เอง
ที่ทำให้คณะกรรการทั้ง 10 เกิดสภาวะสูญญากาศ ว่างเกินจนไม่รู้จะทำอะไรดี มองหน้ากันไปมองหน้ากันมา
เลยลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า “แก้คะแนนใหม่” กันดีกว่า !
ด้วยเหตุนี้ “หวยล็อก” จึงถูกแก้ไขแทบจะอึดใจสุดท้าย
จนนาทีที่ คุณดู๋-สัญญา ประกาศผล...
“มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สปี 2551 ได้แก่ หมายเลข 13 น.ส.กวินตรา โพธิจักร”
ทันใดนั้นเสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั้งฮอลล์...

    สำหรับ “มิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส” ในปีนี้ “เจ๊เขียว”     ก็ไม่แน่ใจนะว่าจะเรียกว่าได้มาจากกรรมการเลือกดี..หรือควรใช้คำว่า
“เทวดาจัดให้” กันแน่ ?!

ที่มา www.tv-inside.com