มั่วสวาท พระ-นางต่างช่อง

 

 

 

มั่วสวาท พระ-นางต่างช่อง

เป็นธรรมชาติของโลกที่เพศชายย่อมพึงใจต่อเพศหญิง

       สามารถเกิดขึ้นในทุกๆ มุมโลก..ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ตรงไหน โดยเฉพาะใน “วงการบันเทิง” ที่เต็มไปด้วยคนหน้าตาดี ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่..พระเอกหล่อ นางเอกสวย เมื่ออยู่ใกล้กันย่อมเกิดอาการพึงใจ ใกล้ชิดสนิทสนม จนกระทั่งพัฒนาความสัมพันธ์เป็นแฟนกันในที่สุด

พระเอก-นางเอกหลายคู่ต่างลงหลักปักฐานในความรัก ถึงขั้นแต่งงานแต่งการใช้ชีวิตคู่ แต่ก็มีพระเอก-นางเอกหลายคนที่ตกอยู่ใน “บ่วงสวาท” ถึงกับลักลอบมี “ความสัมพันธ์” กัน

“นางเอกมาดนุ่มกุลสตรี” ได้เล่นละครซิทคอมกับพระเอกหน้าใส สนิทสนมแอบชอบพอกัน จนกระทั่งในวันหนึ่งสบโอกาสเหมาะ คอนโดฯ ของเพื่อนว่าง ทั้งคู่จึงชวนกันไปนั่งคุย ดูทีวี เพราะอารมณ์เปลี่ยวเหงา ทั้งคู่จึงได้มีความสัมพันธ์กัน

ไม่นับถึงกรณี “แม่ม่ายดาราสาว” เกิดอาการพึงใจกับ “พระรองหนุ่มเนื้อแน่นล่ำบึ้ก” ในกองถ่ายละครแบบกะทันหัน เมื่อความปรารถนาตรงกัน แต่เผอิญว่าช่วงเวลาและบรรยากาศไม่เหมาะสม ทั้งคู่จึงขอพึ่ง “ห้องน้ำ” เป็นที่ปลดเปลื้อง

นั่นเป็นเพียงตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นในวงการบันเทิง ที่ถือว่าเป็นเรื่องลับเอ็กซ์คลูซีฟที่ยากนักจะมีใครรู้ นอกจากคนเพียงไมกี่คนเท่านั้น

แต่ที่ชวนให้ตะลึงพรึงเพริศ กับข่าวคราวที่ “ดาราเดลี่” ได้รับรายงานล่าสุด

เมื่อนางเอกสาวที่มีแฟนหนุ่มไฮโซได้เกิดอาการปันใจไปกับพระเอกหนุ่มที่อยู่กันคนละช่อง ทั้งๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะโคจรมาเจอกันได้ แต่ได้เจอกันแล้วในปาร์ตี้ อัพยาเสพติดที่จัดกันดาษดื่นตามคอนโดมิเนียมหรูหรือตามบ้านเพื่อน

ดาราสาวและแฟนหนุ่มไฮโซได้ไปร่วมปาร์ตี้นี้ด้วย ดาราสาวไม่นิยมเสพยาเสพติด แต่แฟนหนุ่มเป็น “สิงห์นักเสพ” จะทําอย่างไรได้..ก็ต้องตามใจแฟน

แฟนหนุ่มกําลังอัพยาอย่างสุขสันต์ ในขณะที่พระเอกหนุ่มที่เสพยาได้ที่ นั่งพักอยู่อีกด้านหนึ่งของมุมห้อง

พลันสายตาของนางเอกสาวประสานกับสายตาเยิ้ม ชวนฝันพระเอกหนุ่มที่อยู่ต่างช่อง การเชื้อเชิญแบบท้าทายจึงเกิดขึ้น ผลที่ตามมา ทั้งคู่ค่อยๆ เดินไปยังอีกห้องเพื่อ “ปลดปล่อย”

เรื่องทั้งหมดคงจะเป็นเรื่องความลับที่อยู่ในใจของพระเอก-นางเอก ถ้าไม่เพียงแต่มีคนในปาร์ตี้เห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้แล้วเมาธ์ต่อๆ กันไป

จนกลายเป็นเรื่องของ “วันไนท์สแตนด์” ที่กลายเป็น “ทอล์ค ออฟเดอะ ทาวน์” ในหมู่นักปาร์ตี้ ยามนี้ ♦

ที่มา http://www.daradaily.co.th/th/news/newsdetail.php?newsid=6815