“พระเอกหน้าขาวทำตัววัวลืมตีน”

 

 

 

“พระเอกหน้าขาวทำตัววัวลืมตีน”

ถ้ามองกันให้ดี ในสังคมไทย การมีสัมมาคารวะ ระหว่าง “ผู้ใหญ่” กับ “เด็ก” เป็นสิ่งที่คู่ควรกันมาตลอด

       ♦แต่เดี๋ยวนี้นิสัยของคนทั่วไป ยามจะเด่นดังคับฟ้าเมื่อไร เป็นต้องมีนิสัยใจคอเปลี่ยนแปลงไปได้ พลิกจากหน้ามือ เป็นหลังแหวนโดยเฉียบพลัน

เหมือนเฉกเช่นกรณีของ “พระเอกตี๋หน้าขาว” ที่สังกัดวิกหลายสี เขาเป็นที่รู้จักในแนวหนุ่มมาดเซอร์จากมิวสิควิดีโอ ต่อจากนั้น มีผู้จัดค่ายละครเมตตา เห็นผลงานจากการไปถ่ายแฟชั่นให้นิตยสารชื่อดัง เท่านั้นแหละ เหมือนฟ้าประทานสวรรค์มาโปรดก็อาจจะเป็นไปได้ ที่ทําให้จากเด็กหนุ่มบ้านนอกคอกนา จากพื้นที่ราบสูง ที่เข้ามาเรียนต่อในเมืองกรุง ได้เป็นผู้เป็นคน

ถูกทั้งผลักทั้งดันจากค่ายละคร และชุบเลี้ยงจากช่องได้บทที่ “เด่นโดด” จากนั้นไม่นานในที่สุด “พระ เอกตี๋หน้าขาว” ก็โด่งดังเป็นพลุแตกในชั่วพริบตา

แต่ที่แย่และร้ายกว่านั้น เขาเป็นที่รู้จักของนักดูละครมากขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ใช่จากละครที่เขาเล่นหรือค่ายที่สังกัดหรอกนะ (จะบอกให้) แต่มาจากที่มีข่าวไปพัวพันกับ “เสี่ยใหญ่ใจดี”  จนถึงมีการสาดโคลนกันไปมา พร้อมกับเปิดศึกสงครามน้ำลาย เรียกได้ว่าแลกลิ้นกันแทบจะดูดดื่มดมและจูบปากกันก็ไม่ปาน ไม่ว่าจะคดีเรื่องรถ, เรื่องบ้าน, นาฬิกาเรือนเพชร พร้อมกับเงินๆ ทองๆ ที่เป็นของนอกกายและไม่เข้าใครออกใคร ก็ยังมีคดีติดตัวไม่จบไม่สิ้น เท่านั้นยังไม่พอชื่อเสียงของเขาก็ยังหอมฟุ้งขึ้นมาเรื่อยๆ เพียงข้ามคืน ก็จากการเป็นแฟนกับนางเอกสังกัดผู้จัดการเดียวกัน และสังกัดวิกเดียวกัน จนมีงานอีเว้นท์และมีชื่อตามมาเรื่อยๆ จนเป็นที่รู้จักมากกว่าเดิม

แต่อนิจจา! เรื่องแบบนี้เป็นสัจธรรมของคน “ลืม บุญคุณ” จริงๆ เพราะจากในอดีตจนถึงปัจจุบัน “พระ เอกตี๋หน้าขาว” ที่เข้าวงการมาได้พักใหญ่นั้น ก็ไม่มีละครเรื่องไหนติดใจคนดูและเป็นที่รู้จักเลย กลับกลายเป็นว่า มีแต่ข่าวเสียๆ หายๆ ที่ทําให้เขาดังข้ามวันซะอีก

ล่าสุดมีแมงเมาธ์เล่าให้ “ป้าจอย” ฟังว่า พี่ๆ นักข่าวที่สนิท หลายคน ที่รู้จักตั้งแต่ยังไม่โด่งดังแบบปัจจุบัน ได้เจอหน้าเจอตา “พระเอกตี๋หน้าขาว” แล้วกลับได้รับการเมินหน้าหนีเหมือนตัวอะไรสักอย่าง เท่านั้นยังไม่พอ ยังไม่มีการยกมือไหว้ลา ยามจากกันอีกด้วย จะว่าไปรู้จักหรือไม่คุ้นเคย ก็น่าจะทําตัวให้ดีกว่านี้หน่อย อย่าลืมนะ ที่โด่งดังกันมาได้เนี่ย ทุกวันนี้เพราะว่า “สื่อมวลชน” ที่เขียนข่าวถึงนะ

จะเป็น “วัวลืมตีน” ให้เป็นขี้ปากชาวบ้านก็เชิญ หรือจะมองว่าผู้ใหญ่ไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วแต่ไว้คอยดูนะ ยามที่ตกเมื่อไหร่เจ็บตัวแล้วจะหาว่าไม่เตือนละกัน♦

ที่มา http://www.daradaily.co.th/th/news/newsdetail.php?newsid=6676