ฝากรัก..ด้วยลำแข้ง

 

 

 

ฝากรัก..ด้วยลำแข้ง?

นึกว่าไปได้ดี “ป้าจอย” อุตส่าห์ใส่ชุดราตรีเปิดไหล่สีงาช้างไปร่วมงาน “แห่เสาลงหลุม” ของเมียนางเอก VS ผัวไฮโซ ชื่อดัง

แต่ที่ไหนได้ แค่เวลาผ่านไปไม่ถึงปี นอกจากฝ่ายหญิงจะ “หลุมช้ำ” แล้วยังต้องซดใบบัวบกโฮกๆ

แต่จะให้ “ป้าจอย” อยู่เฉยคงไม่ไหวกับ พฤติกรรมของไอ้หนุ่มนักเรียนนอก ลอยหน้าลอยตาในสังคมได้สํามะเหร็จ เลยต้องกะซวกไส้ให้ไหลออกมา

หลังจากฝ่าฟันมรสุม เคลียร์ตัว และเคลียร์ใจ กับ “เมียเก่า” อดีตดาราหนังเรื่องเดียวจอด ที่ร่วมเตียงกันมาเกือบ 10 ปี เป็นผลสําเร็จ

ด้วยการประกาศเจตนารมณ์ว่ากําลังมีใหม่ น้ำพริกถ้วยเก่าจะช้ำชอกก็ช่างมัน เพราะจกมานาน จนได้เวลาปลดระวาง แล้วเล็งศรรักปักอกไปที่ “นางเอก”

จะว่าไปที่เมียเก่าออกมาฟูมฟายก็แค่ระยะเวลาสั้นๆ เพราะที่ “ศรีทนได้” น่ะ ทนมานานแล้ว เลยถึงเวลา “แฉ” ซะบ้าง ระบายความช้ำใจ

คือพฤติกรรมออกแนวเลือดสีเขียวเข้มข้น ประมาณว่า ข้าใหญ่คนเดียว เมียอย่าหือ ถ้าหืออือมี “บ้องหู” กับ “ลูกเตะสกายคิกส์”

เรื่องจะมา “เผยอหน้า” ไม่มีทาง เพราะเป็นระบบ ระบอบต่อเนื่องกันมา ตั้งแต่ต้นตระกูล แต่ที่ไม่เคยปูด  ออกมาเลย คือ อาการ “ของขึ้น”  แล้ว หน้าเขียว

ที่ว่าของขึ้น คือเลือดขึ้นหน้า พูดผิดหู เป็นไม่ได้ใครคิดจะมาเป็นเมีย ต้องไปเอาเทปเก่าๆ ละครเรื่อง นางทาส มาศึกษา จะดีกว่าหน่อย ก็ตรงที่สมัยนี้โลกมันเปลี่ยนไป ไม่ต้องหมอบ คลานให้เข่าด้าน   ที่บรรยายมาเป็นฉากๆ ยังข้ามบทสําคัญ อย่าง ช็อตยอดนิยม ด้วยการบรรเลง ลูกเตะสกายคิกส์ กับ ฝ่ามือพิฆาต เป็นครั้งคราว

ดังนั้น สาวคนไหนที่ทนได้นานที่สุด ย่อมเป็นคนที่โชคร้ายที่สุด สําหรับเกมรักครั้งนี้ สาเหตุที่คนเป็นเมียยอมมาหลายปี

ก็เพราะแอบหวังอยู่ในใจลึกๆ ว่า น้ำอดน้ำทนที่มีมา จะทําให้ชีวิตคู่ไปถึงประตูวิวาห์ เลยไม่ยอมปริปาก บอกเรื่องงานอดิเรกที่สามีคนมีสี

เคยคิดเหมือนกันว่าจะเล่นบทเมียหลวงใจบุญ ยอมบอกทางไปสวรรค์ให้กับคู่ขาคนใหม่ใจถึง ที่นึกว่าบุญหล่นทับ เมื่อครั้งโคจรมาเจอกับหนุ่มใหญ่ในเครื่องแบบ

รูปหล่อ พ่อรวย แถมต้นตระกูลก็ไม่ขี้เหร่ อย่างนี้ สาวที่ไหนก็ใฝ่ฝันอยากจะงาบกันทั้งนั้น แล้วแต่ว่าโชคชะตาจะนําพาให้สวรรค์ปิดหรือสวรรค์เปิด

ถึงยามนี้เมียหลวงทําใจ ยอมส่งมอบตําแหน่งให้ แต่โดยดีคนที่รับกรรมปัจจุบัน คือนางเอกสาวที่กําลังช้ำใน รักษาอาการบอบช้ำทั้งใจและกาย

ทั้งหมดบอกได้แค่นี้ เพราะป้าจอยไม่อยากโดนอุ้ม แค่สอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน ชีวิตก็ไม่คุ้มแล้ว!

ที่มา http://www.daradaily.co.th/th/news/newsdetail.php?newsid=6630