ว่าที่ “คุณหญิง” โสมม/ซ้อ 7

 

 

 

HAPPY VALENTINE นะจ๊ะแฟนๆ จ๋า ไม่ทราบว่าไปเสียตัว เอ๊ย! ไปแฮปปี้กันที่ไหนมาบ้าง ส่วนซ้อปีนี้หนีบผัวฝรั่งไปจกปลาแดกที่อุดรฯ กลางวันกู้ซาด (ชาติ) ดึกๆ ไปอาละวาดหน้าเวที ม่วนซื่นหลายเด้อ
       
        กว่าจะกลับไปถึงโรงแรมก็เล่นเอาหมดแรงข้าวต้ม กะว่าจะนอนแผ่ให้สาแก่ใจ ผัวฝรั่งก็ดันตื่นปากก็บอกแฮปปี้วาเลนไทน์ แต่มือไม้นี่ท่าจะอยากแฮปปี้มันลูกเดียว เล่นเอาซ้อจะเป็นลมงานนี้ก็เลยต้องแถ นี่มันเลยวันวาเลนไทน์แล้วนะเบบี๋
       
        ด้านคุณผัวฝรั่งพอเจออีซ้อแถดันเอามั่ง บอก ไอเจ็ทเล็ทสับสนเรื่องเวลา เล่นเอาซ้อกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก สุดท้ายก็เลยต้องอม เอ๊ย! ยอม เอ้า...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วจัดไปอย่าให้เสียชื่อสาวไทย ว่าแล้วก็...อิส-สะ-อ้าๆๆๆๆ
       
        แหม....คุณผัวขา คิดถึงเมียก็ไม่บอก ทำเป็นบอกไอเจ็ทเล็ทๆ.... “เจ็ดจะย่อง” ล่ะสิไม่ว่า…คิคิ
       
        หัวเหลืองอย่างซ้อสมานฉันท์กับผัวไปเรียบร้อยวันวาเลนไทน์ แต่หัวแดงบางคนทำท่าจะไม่ปรองดองกับผัวซะแล้ว พึ่งจะแต่งกันแท้ๆ แต่ “อีหนูกระโดดได้” กับ “พระเอกซื่อบื้อ” ก็เกิดอาการระหองระแหงกันซะแล้ว
       
        งานนี้ไม่ใช่พิษของแม่ผัวตัวแสบ หรือมือที่สาม จิ๋มที่สองเข้ามายุ่มย่าม แต่เป็นเพราะความกระแดะแด๊ะแด๋ของอีหนูกระโดดได้นั่นแหละที่ทำเอาพระเอกซื่อบื้อถึงกับออกอาการหงุดหงิดตั้งแต่หม้อข้าวยังไม่ทันดำ
       
        เหตุเกิดตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นผัวเป็นเมียกันอย่างถูกกันหมายแล้ว สมัยก่อนพระเอกซื่อบื้อชอบเอานางเอกกระโดดได้ไปหาเสียงช่วย เพราะอยากจะได้คะแนนนิยมจากชาวบ้านบ้าดารา ด้านผู้ใหญ่ในสังกัดก็เห็นดีเห็นงามคิดว่าชาวบ้านโง่เป็นควาย เอาคนดังมาล่อคงจะช่วยโกยเรตติ้ง
       
        แต่พอมาเจอตัวเป็นๆ ของอีหนูกระโดดได้ผู้ใหญ่แทบจะหงายหลัง เพราะนอกจากจะพูดมากไม่มีสัมมาคาราวะแล้ว ก็ยังไม่รู้จักเด็กผู้ใหญ่ มีครั้งหนึ่งที่ต้นสังกัดของพระเอกซื่อบื้อไปจัดงานหาเสียงที่จังหวัดหนึ่ง อีหนูกระโดดได้ก็ติดสอยห้อยตูดผัวซื่อบื้อไปด้วย
       
        พอไปถึงแทนที่จะวางตัวให้เหมาะสม แต่กลับทำตัวปัญญาอ่อนหยอกล้อกับผัวซื่อบื้อกลางงาน หนูอย่างนั้น หนูอย่างนี้ ออดอ้อนผัวสารพัด เล่นเอาเมาท์กันทั้งงาน ไม่ทราบว่ามา “หาเสียง” หรือ “มาหาผัว” กันแน่
       
        แต่ชอตที่ทำเอาผู้หลักผู้ใหญ่อึ้งไปตามๆ กัน ก็คือ ความไม่มีมายาทของอีหนูกระโดดได้ เก้าอี้เขาจัดไว้ให้นั่งไม่นั่ง ดันสลอนไปนั่งเก้าอี้หน้าสุดซึ่งเป็นเก้าอี้ของคนใหญ่คนโต เท่านั้นไม่พอยังออกอาการปัญญาอ่อนนั่งฟังเอ็มพีสามโยกไปโยกมาเหมือนคนบ้า เป็นที่น่าสังเวชของคนในงาน
       
        จนสุดท้ายทีมงานคงทนความปัญญาอ่อนของนางเอกไม่ไหว ต้องรีบเดินเข้ามาบอกให้ลุกไปนั่งข้างหลัง งานนี้อีหนูกระโดดได้ถึงกลับแอ๊บแตก ชักสีหน้าหงุดหงิดไม่พอใจ ไอ้ครั้นจะโวยวายเหมือนที่ชอบทำในกองถ่ายก็ไม่ได้ สุดท้ายก็เลยได้แต่ทำตาเหลือกแล้วสะบัดบั้นท้ายใหญ่ๆ ไปนั่งรอผัวที่รถ
       
        พฤติกรรมแอ๊บแบ๊วปัญญาอ่อนไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ของอีหนูกระโดดได้ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นที่โจษจันในแวดวงนักข่าวสายการเมือง ที่ได้แต่สงสารเวทนาในชะตากรรมของพระเอกซื่อบื้อที่ต้องมีเมียแบบนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากเตือนพระเอกซื่อบื้อให้ไปสั่งสอนเมีย เพราะตอนนั้นยังเป็นแค่คู่ซ้อมไม่ได้อึ๊ดๆ กันอย่างถูกกฎหมายเหมือนทุกวันนี้
       
        กระทั่งล่าสุดอีหนูกระโดดได้ก็ได้ไปร่วมงานเลี้ยงของพวก “เพื่อทุย” โรคแอ๊บแบ๊วก็กำเริบอีกรอบ พอดนตรีขึ้นเท่านั้นแหละ อีหนูกระโดดได้ก็กรี๊ดๆ ยังกะชะนีโดนเชือด จากนั้นก็ออกสเต็ปแดนซ์ดิ้นไปดิ้นมายังกะกิ้งกือตายแดด เห็นลีลาของคุณเธอแล้วทุกคนในงานต่างพากันอึ้ง
       
        ขนาดผู้หลักผู้ใหญ่ในงานคนหนึ่งถึงกับทนไม่ไหว สะกิดถามนักข่าวว่า คุณนางเอกเธอเป็นอะไร อัปยามาหรือเปล่า จากนั้นก็พากันหัวเราะลั่น เล่นเอาผัวซื่อบื้อหน้าเหลือสองนิ้วต้องรีบจ้ำอ้าวไปเบรกอาการบ้าของอีหนูกระโดดได้เป็นการใหญ่
       
        เอาน่า....อย่าไปว่าอะไรอีหนูเขาเลย คนเราต้องคิดในแง่บวก ดีนะที่อีหนูกระโดดได้ไม่ได้ดิ้นอยู่ใกล้โต๊ะ ไม่งั้นแม่มคงเกาะโต๊ะเต้นเป็น “อีแร้งอาร์ซีเอ”
       
        นอกจากจะดิ้นยังกะกิ้งกือตายแดดแล้ว อีหนูกระโดดได้ก็ยังแผลงฤทธิ์ไร้มารยาทมันทุกงาน เหตุเกิดขณะที่พระเอกซื่อบื้อพาอีหนูกระโดดได้ไปแนะนำตัวกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อมพร้อมกับฝากเนื้อฝากตัวให้ผู้ใหญ่เอ็นดู
       
        แต่อีหนูกระโดดได้กลับทำคอตั้งยิ้มแบบเชิดๆ ไม่ยกมือไหว้อีกต่างหาก ก็ไม่รู้ว่าคิดไม่ได้ หรือเอามือไปเกาตูดหรือเปล่าก็ไม่ทราบถึงได้เสียมารยาทแบบนี้ นอกจากจะไม่สนใจผู้หลักผู้ใหญ่แล้วยังออกคำสั่งให้ผัวไปตักส้มตำมาให้อีกต่างหาก เท่านั้นแหละค่า...ผัวถึงกับโมโหสุดขีด สั่งให้อีหนูกระโดดได้ยกมือขึ้นไหว้ก่อนจะทำตลกสงสัยน้องเขาคงหิวจัดน่ะครับ
       
        นั่นน่ะดิ.....ช่างทำไปได้ สงสัยจะลงแดงปลาแดกว่ะ !
       
        เรื่องมารยาททรามของอีหนูกระโดดได้เป็นที่ร่ำรือกระฉ่อนไปทั่ว จนในที่สุดผู้ใหญ่ที่สนิทสนมกับพระเอกซื่อบื้อก็เลยเรียกเข้าไปคุย พร้อมกับเตือนให้พระเอกไปอบรมมารยาทสังคมให้อีหนูกระโดดได้เป็นการด่วน การที่จะทำงานในการเมือง แค่เก่งแค่ดีคนเดียวมันไม่ได้ คนที่ยืนข้างเราต้องดูดีจะได้ช่วยเสริมกันและกัน วันหนึ่งถ้าเราเป็นใหญ่เป็นโตจะได้มีคุณหญิงที่น่าเคารพ
       
        อันนี้ซ้อเห็นด้วย เพราะถ้าผัวกับเมียดีก็จะส่งเสริมกัน แต่ถ้าชั่วมันทั้งคู่ก็พากันชิบหายเหมือนคู่ของ “ไอ้อ้า” พ่อที่เคารพร้ากของเอ็งนั่นล่ะ..อิอิ
       
        ...
       
        ปิดท้ายด้วยเรื่องของ “น้องหยดย้อย” คนสวยหน้าคมซะหน่อย
       
        รายนี้ก็ผูกพันกับนักการเมืองไม่ใช่เล่น คราวก่อนไปเป็นเมีย “ลูกคนรวย” นอกจากจะได้เงินไปหลายล้านแล้ว ก็ยังเป็นการปั่นราคาตัวเองอัพเกรดค่าตัวได้อีกอื้อซ่าจนเป็นที่ต้องการของนักการเมือง
       
        สมัยที่ น้องหยดย้อย กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น มีนักการเมืองหลายคนยื่นข้อเสนอให้น้องหยดย้อยไปเป็นเมียน้อย แต่จนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ปฏิเสธเรียบ เมื่อไม่มีเจ้าข้าวเจ้าของน้องหยดย้อยก็ยิ่งเป็นที่ต้องการของนักการเมืองมากขึ้น บวกกับความดังความสดส่งผลให้ค่าตัวของน้องหยดย้อยทะยานไปแตะที่คืนละล้านบาทเลยทีเดียว
       
        แต่ไอ้ของอย่างนี้มันมีขึ้นมีลง พอชื่อเสียงดับราคาก็ตกไปด้วย ปัจจุบันน้องหยดย้อยก็เลยเลหลังแบบน่าตกใจ จากที่เคยขายให้นักการเมืองระดับบิ๊ก ตอนนี้น้องหยดย้อยลดสเปกมาเหลือแค่ผู้นำท้องถิ่นล่าสุดก็บึ่งรถไปให้ อบต.ฟันถึงจังหวัดชลบุรีในราคา 1 แสนบาท
       
        เห็นแล้วก็น่าใจหายอายุพึ่งจะไม่เท่าไหร่แต่ราคาตกไวซะจริงๆ แต่ยังไงซ้อก็เอาใจช่วยนะจ๊ะ หนักเอาเบาสู้เอาไม่เลือกแบบนี้น่าสรรเสริญในความมักง่ายซะจริงๆ ขอให้รักษาคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ให้ดี ไม่แน่นะวันข้างหน้าท่าน อบต.ได้เป็นใหญ่เป็นโตขึ้นมาคุณน้องก็อาจจะได้เป็นคุณหญิงกับเขาเหมือนกัน
       
        แต่ตอนนี้เป็น “คุณโสฯ” ไปก่อนก็แล้วกัน

ที่มา manager

 {mosloadposition user26} {mosloadposition user27}
 {mosloadposition user28}