โคแก่กับหญ้าอ่อน

 

 

 

  “ถามทำหอกอะไร?”

     ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ยินถ้อยประโยคเยี่ยงนี้หลุดออกมาจากปากของคนผู้ที่เป็นถึงผู้นำประเทศที่ชื่อ

 

     “นายสมัคร สุนทรเวช”

 

     ถามว่า “หยาบคาย”มั้ย...ก็ไม่ถึงขั้นนั้น ถ้ามันออกมาจากปากชาวบ้านร้านตลาด

 

     แต่ไม่น่าจะเป็นคำพูดที่สมควรออกมาจากโอษฐ์ของคนระดับนายกรัฐมนตรีที่ตอบคำถามสื่อ ออกสู่ทีวีสามธารณะ
     นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “สื่อสารการเมือง” ต้องเผชิญกับอารมณ์รุนแรงและวาทะที่ระคายเคืองหูของ นายสมัคร

 

     เพราะว่า “เจ๊เขียว” ได้เห็นยินบ่อยๆในโทรทัศน์ช่วงข่าวประจำวัน

 

     ฟังแล้วกูรู้สึกอึดอัดมานาน ไม่เข้าใจว่า “นักข่าวการเมือง”ทนกันได้อย่างไร?

 

     ทนฟังคำขยะๆให้จิกัดแบบไร้ความเคารพในวิชาชีพสื่อได้อย่างไรกัน?

 

     นี้ถ้า นายสมัคร เป็นดารา-นักร้อง เป็นคนในวงการบันเทิงล่ะก็

 

     “นักข่าวสายบันเทิง” คงไม่เก็บท่านไว้ “ทำป่ะ” มาจนถึงวันนี้หรอก!

 

     รับรองว่า นายสมัคร โดน “แบน” ไปนานแล้ว!!

 

     การ “แบน” ของนักข่าวสายบันเทิงไม่ใช่เอะอะก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่ตามอำเภอใจ

 

     แต่เลือกใช้สำหรับดารา-นักร้อง บางคนที่ “ไม่ให้เกียรติในวิชาชีพสื่อ” เท่านั้น

 

     หรือดารา-นักร้องคนนั้นประพฤติตนเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย

 

     พูดได้เลยว่าน้อยมากที่นักข่าวจะพร้อมใจกันใช้มาตรการเด็ดขาดเช่นนี้

 

     ดังจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา มีดาราไม่กี่รายเท่านั้นที่ถูก “แบน”

 

     เพราะว่าอะไรที่ทนได้ก็ให้อภัยกัน ทำนอง “น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า”

 

     แต่สำหรับกรณีของ นายสมัคร เนี่ย ขอบอกเลยว่า “ไม่รอด”

 

     เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมาส่อชัดว่า “ไม่ให้ความเคารพในเกียรติของสื่อเลย”

 

     ทั้งทีนายสมัครเองก็เป็น “สื่อ” เช่นเดียวกัน

 

     ซึ่งในทีวีท่านจะชิมไปบ่นไป ก็คงไม่มีใครว่า

 

     แต่ถ้าออกทีวีท่านพูดไปกัดไปอย่างนี้ ก็คงไม่มีใครรับได้แน่นอน

 

     “ภาพลักษณ์” เป็นสิ่งสำคัญของ “ผู้นำคน”

 

     และถ้ายิ่งเป็นระดับ “ผู้นำประเทศ” ยิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด

 

     ก่อนหน้านี้ท่านเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ กทม. ก็กัดจิกนักข่าวเป็นประจำเช่นนี้อยู่แล้ว

 

     แต่จากวันนั้นถึงตอนนี้ อายุมากขึ้น วาทะของ นายสมัคร ก็ยิ่งแย่ตาม

 

     ก็ต้องกลับมาสู่คำถามเดิมว่า “นักข่าวการเมือง” ทนกันได้อย่างไร?

 

     จะดีกว่ามั้ย ถ้าเลิกทนกับคนที่ “มิได้นำพา”

 

     “แบน” นายสมัคร ซ่ะ !!

 

     แล้วหันไปสัมภาษณ์คนที่พูดจาหน้าฟังซึ่งมีตั้งเยอะแยะดีกว่า

 

     ถ้าคนไทยจะไม่ได้เห็นหน้า นายสมัคร ในหนังสือพิมพ์หรือในจอทีวี

 

     ก็คงไม่ตายหรอก

 

    

 

     อีกข่าวเป็นโศกนาฏกรรมที่ดังมากในประเทศออสเตรีย

 

     นายฟริตซล์ กักขังลูกสาวตัวเองไว้ในห้องใต้ดินและข่มขืนมาราธอนตั้งแต่อายุ 18 ปี จนเธออายุ 42 ปีรวมเวลาที่นายฟริตซล์ข่มขืนลูกตัวเองยาวนานถึง 24 ปี
     ในระยะเวลา 24 ปีที่ข่มขืนลูกสาวก็ได้ให้กำเนิดลูกออกมาอีกรวมด้วยกัน 7 คน

 

     ทุกคนต้องถูกกักขังอยู่แต่ในห้องใต้ดินจนโตโดยไม่เคยได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันเลย

 

     สำหรับในเมืองไทยอาจจะเคยมีข่าวพ่อข่มขืนลูกสาวมาบ้าง แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีคดีไหน “ระยำอัปรีย์” เท่านี้มาก่อน
    

 

     แต่สำหรับวงการบันเทิงถึงจะไม่มีเคสทำนองนี้ แต่ก็มีอะไรที่ไกล้เคียงประมาณว่า “เสี่ยแก่คราวพ่อ ล่อกับลูกสาวคราวลูก”
     กรณีนี้ยิ่งเป็น “คดีน่าศึกษา” เนื่องจากว่า อีสาวไม่ใช่สิ้นไร้ไม้ตอก แต่เธอสวยขั้น “นางเอก”

 

     แถมยังมีประสบการณ์ด้านความรักความใคร่มาแล้วโชกโชน

 

     จึงไม่น่าจะผลีผลามด้วยความโง่ !

 

     แต่เป็นเรื่องจริงที่ว่าผัว(แล้วมั้ง)ของหล่อน ตอนนี้แก่กว่ากัน20อัพ

 

     แล้วตาแก่นี่ก็ไม่ได้ข่มขืนหรือใช้กำลังหักโหมโทรมอะไรชีหรอกนะ

 

     หากแต่ว่าชีสมยอมนอนแบให้เขาอย่างเต็มใจ

 

     เขามีดีอะไรจึงทำให้ระดับ “นางเอก” จึงยอมทอดกายถวายตัวให้

 

     เซ็กซ์เหรอ?...ย่อมไม่ใช่เพราะชีผ่าน “อาวุธประจำกาย”ของผู้ชายมาแล้วแทบทุกขนาดและเรียนรู้มาแล้วทุกขบวนท่า
     ดังนั้นถึงแม้เสี่ยวัยดึกจะเก่งเรื่องบนเตียงระดับเทพขนาดไหน ก็ต้องแพ้สังขาร!

 

     เมื่อเซ็กซ์ไม่ใช่ หรือเป็นเรื่องความรัก อันนี้ไม่มีใครตอบได้นอกจากชีเอง

 

     แต่เหตุผลหนึ่งที่หลายคนเชื่อกันก็คือ เพราะ “เงิน”

 

     เนื่องจากเสี่ยวัยดึกคนนี้เป็นเศรษฐีระดับพันล้าน

 

     ถ้าหาก “นางเอก” คิดว่าอาศัยความสาวความสวยช่วย “มัด” เสี่ยคนนี้ให้ติดแหงกล่ะก็

 

     เจ๊ขอบอกว่า “คิดผิดพันเปอร์เซนต์”

 

     เสี่ยวัยดึกแกผ่านศึกนารีมานับสมรภูมิแล้ว

 

     เรื่องจะให้ใครมาจับง่ายๆไม่มีทาง

 

     และอีกประการวัย50เศษของเสี่ยคิดเหรอว่าแกจะโสดซิง

 

     ที่จริงถึงแม้เสี่ยแกจะไม่มีเมียเป็นตัวเป็นตน แต่ก็เคยมีแบบเป็นเรื่องเป็นราวมาบ้าง

 

     แม้กระทั้งตอนยี้ก็ตามเสี่ยแกก็ยังมีหมดเม็ดอยู่ !

 

     และขอบอกว่า “สาวและสวย” กว่า “นางเอก” ด้วยซ้ำ

 

     และหากถือดีว่าเซ็กซี่ เจ๊ก็ขอบอกอีกว่า “นางเอก” ก็ไม่ได้เซ็กซี่ไปกว่าชีคนนั้นเลย

 

     ที่มาบอกเนี่ยไม่ได่ตั้งใจจะมาเยาะเย้ย แต่แค่อยากจะช่วยให้ “ตาสว่าง” เท่านั้น !

 

     อยากรู้มั๊ยล่ะว่า “สาวนัมเบอร์วัน” ของเสี่ยวัยดึกเป็นใคร

 

     เจ๊ขอละไว้ไม่บอกชื่อก็แล้วกัน แต่ถ้าอยากทำความรู้จักกันไว้ก็ให้บึ่งรถไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งยนถนนวิภาวดีรังสิต
     และถามหาหมอสาวสวยแอนด์เซ็กซี่ที่สุดของโรงพยาบาล

 

     ถ้ามีหลายคน ก็ให้เจาะจงคุณหมอเสริมความงาม รับรองต้องตามตัวเจอแน่นอน

 

     แต่ถ้าไม่อยากเสียเซลฟ์ล่ะก็ เจ๊ว่า

 

     “น้องนางเอก” ที่โง่ๆให้เสี่ยแกเอ็นดูอย่างนี้ก็ดีแล้ว !
ที่มา http://www.tv-inside.net