“กำปั้น” ลืมโกน ถ่ายปฏิทินขนกระจาย ! เผยโค้งสุดท้ายแก้ผ้าเพราะอยากดัง

 

 

 

ฮือฮา “กำปั้น บาซู” สลัดผ้าถ่ายปฏิทิน เผยของจริงล้วนๆ ไม่มีงัดเป้ง เจ้าตัวหวั่นถูกด่าสาหร่ายเข้มไปหน่อย ยอมรับทำไปเพราะหวังสร้างกระแสให้มีงานทำ
       
       หลังจากที่ตกเป็นข่าวเรื่องติดพนันเมื่อหลายปีก่อน “กำปั้น บาซู” คริชณะ พาณิชย์พงส์ (เอกประพันธ์ พาณิชย์พงส์) ก็ห่างหายไปจากวงการหลายปี โผ่ลมาอีกทีเจ้าตัวก็ตัดสินใจถ่ายปฏิทินสุดสยิว งานนี้เจ้าตัวยอมรับตรงๆ ว่า อยากสร้างกระแสให้ตัวเองมีงานทำ
       
       “ก็เขินเหมือนกันเพราะว่ามันถอดน้อยชิ้น ที่จริงแล้วตอนถ่ายจะมีผู้ชายสองคนแก้ผ้าด้วย(หัวเราะ) เพราะว่าเขาต้องการมีฉากหลังเป็นก้นผู้ชาย ก็แก้ผ้าถ่ายเลยผมก็โอ้โห.... แต่ว่าในปฏิทินไม่มีตัดออก ส่วนผมไม่ได้ถ่ายถึงขนาดนั้น เราคุยๆ กันก่อนแล้วว่ามีลิมิตได้เท่านี้”
       
       “ซึ่งตอนแรกๆ ทางทีมงานเขาอยากได้เป็นกางเกงใน แต่ผมมีลิมิตแค่บ็อกเซอร์ ฉะนั้นกางเกงในก็ต้องขอไว้ก่อนแล้วกัน เพราะว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้หวังที่จะเอาดีทางด้านนี้เราต้องการที่จะสร้างกระแสเพื่อที่จะได้มีงานละครงานอื่นๆ ต่อๆไป งานเดินแบบถ่ายแบบหวังอย่างนั้นมากกว่าไม่ได้หวังแบบเป็นนิ๊กกี้ 2(สุระ ธีรกล).... ไม่คิดอย่างนั้นไม่คิดที่จะต้องมานั่งงัดเป้งขนาดนั้น(หัวเราะ)
       
       ถึงแม้จะไม่ได้ใส่กางเกงในโชว์ของดีแบบเต็มๆ แต่เจ้าบ็อกเซอร์ฟิตเปรี๊ยะก็ถูกดึงลงมาต่ำเผยให้เห็น “ขน” แพลมออกมาจนเจ้าตัวบ่นว่า “น่าเกลียด”
       “ผมไม่รู้ว่าเขาจะดึงลงขนาดนี้ รู้ว่าแค่เขาต้องการให้เห็นนิดนึง นิดนึงก็คือว่าเราดูตามหนังสือแฟชั่นมันจะมีนิดเดียว แต่นี่มันเยอะมากเพิ่งเห็นในรูปวันนี้ ก็งงว่าทำไมมันเยอะจัง ก็ไปถามช่างพวกฝ่ายรีทัชว่าเพิ่มหรือเปล่า เขาก็บอกไม่ได้เพิ่ม คือของเราเองก็เยอะ (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าโผล่มาเยอะ จุดขายของหนังสือพวกนี้มันก็ต้องมีจุดขายแบบนี้เราไม่ได้ขายงัดเป้งเราก็ต้องขายตรงนี้นิดนึง เขาก็ดึงลงมานิดหน่อย เราก็เข้าใจ แต่ไม่คิดว่ามันจะออกมาขนาดนี้”
       
       “แต่จะไปโทษเขาก็ไม่ได้หรอก แต่ว่ามันก็ออกมาก็เยอะไปหน่อย ถ้ารู้แบบนี้น่าจะโกนมาเราไม่ได้เตรียมพร้อมเอง”
       
       ยอมรับว่าพลาดที่ไม่ได้ไปเลือกรูปเอง เนื่องจากไว้ใจทีมงาน
       “ผมค่อนข้างไว้ใจเพราะทีมที่ทำอาร์ตก็รู้จักกัน และทีมนี้ก็ทำหนังสือให้นิกกี้ ผมก็สนิทกับนิกกี้ก็ไว้ใจกัน จริงๆ ผมก็ชอบนะไม่ได้โกรธอะไรที่ออกมาเป็นแบบนั้น แค่ว่ามันจะดูอนาจารหรือเปล่า คนจะด่าหรือเปล่า กลัวโดนด่าว่าสกปรก”(หัวเราะ)
       
       เผย “ของจริง” ล้วนๆ งานนี้ไม่มียัด !
       “ไม่มียัดแน่นอนถ้ายัดมันต้องเป็นลำกว่านี้(หัวเราะ) ไอ้ภาพที่สองผมยังงงเลยมันก้อนอะไร ผมถ่ายครั้งแรกผมไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร พอถ่ายเสร็จแล้วถึงมีคนมาบอกว่า จริงๆ แล้วถ่ายพวกนี้เค้าต้องมียัดนะ ต้องมีงัด แต่เราก็ไม่รู้แต๊บเอาไว้เลย ซ่อนเอาไว้แต๊บเอาไว้”
       
       “แต่บางคนเค้าถ่ายเขาจะหงายเพื่อให้ภาพออกมาดูนูน แต่เราแต๊บเอาไว้ คือทีมงานเขาก็ค่อนข้างเกรงใจเหมือนกัน เขาก็มือใหม่เราก็มือใหม่กันหมดไม่ใช่มืออาชีพ ถ้าเป็นมืออาชีพก็คงจะโดนมากกว่านี้ แต่ถ้าเขาบอกให้ผมงัดผมก็ต้องงัด เพราะถ้าคิดจะทำงานตรงนี้มันก็ต้องชัดเจน แต่พอเขาไม่บอกเราก็ไม่กล้า เราก็เขิน”
       
       “ผมคงไม่ขนาดนิกกี้หรอก อันนั้นเขาเต็มที่มาก เขา 9X9 เขาเป็นเจ้าพ่อ ก่อนหน้านี้ก็คุยกับนิกกี้ เขาก็บอกว่าจริงเหรอ เราก็เออแต่คงไม่แรงเท่ามึงหรอก เขาก็ไม่ได้บอกเทคนิคอะไรหรอกมีแต่แซวๆ ว่ามึงจะเป็นพวกกูเหรอ”(หัวเราะ)
       
       ไม่อาย ถ้าใครจะมองว่าเป็นเจ้าพ่อนู้ดเหมือน “นิกกี้”
       “ผมยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอก อะไรก็ได้ถ้าทำให้เรามีกระแส มันเป็นข่าวก็ยังดีกว่าข่าวผมไปติดการพนันบอล หรือว่าผมไปขายตัว ซึ่งที่ผ่านมาผมก็เจอข่าวมาเยอะแล้วเรื่องแค่นี้ผมไม่ซีเรียส และมันก็เป็นงานๆ หนึ่ง ซึ่งเราก็ตั้งใจทำให้มันเกิดขึ้นอยู่แล้วก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ และถ้าใครจะติดต่อให้ถ่ายอีกก็ทำครับ แต่ว่าจะโกนให้มันเหลือน้อยลง(หัวเราะ) อันนี้มันดูเข้มมาก ดูแล้วมันดูสกปรกไป ก็รับได้ครับถ้าจะต้องทำงานแบบนี้อีก”
       
       
รับได้กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่กลัวโดนด่าเรื่องสาหร่ายซะมากกว่า
       “ตอนที่นิกกี้ถ่ายมันยังใหม่อยู่ เขาถ่ายเป็นคนแรกๆ เลย และเขาก็แรงกว่าผมนะ แต่ถ้าผมจะโดนด่าก็คงจะโดนด่าเพราะสาหร่ายนั่นแหละ แต่ถ้าใครจะด่าก็ด่าไปเพราะถ้าไม่ด่าก็ไม่ดังนะ ก็ปล่อยๆ ไปตามสบาย”
       
       ยอมรับว่าถ่ายเพราะอยากสร้างกระแสให้มีงานทำ
       “สำหรับค่าตัวก็ไม่เยอะครับเหมือนถ่ายอิมเมจถ่ายแฟชั่นทั่วไป แต่เราก็ไม่ได้หวังว่าจะเป็นกอบเป็นกำกับหนังสือเล่มนี้ แต่หวังเรื่องกระแสตามมาที่จะทำให้เรามีงานมากกว่า ตรงนี้ทำให้เราเต็มที่เลย ต่างคนก็ต่างมือใหม่ ก็มาคุยกันมาร่วมมือกัน ทางเขาเองเครื่องมือเครื่องไม้เขาก็ต้องจ้างต้องลงทุนเยอะ เราก็อยากจะทำงานให้ดีให้เต็มที่เพื่อที่จะทำให้ภาพออกมาดูดี ทำให้เรามีงานมีกระแสต่อ”
       
       “แต่ที่ผ่านมาก็มีติดต่อให้ถ่ายแบบนี้ค่อนข้างเยอะ บางคนก็บอกให้ทำเอง แต่อย่างที่บอกว่าไม่อยากให้ชัดเจนกับภาพตรงนี้ ใจเราก็อยากร้องเพลง อยากมีอัลบั้ม อยากมีละคร แต่ว่าทีผ่านมาไม่มีโอกาส เราไปขายเพลงผู้ใหญ่ก็ไม่เอาบอกว่าเราตกกระแส เล่นละครก็ได้แต่บทที่แบบว่า เล่นเท่าไหร่ก็ไม่เวิร์คเพราะเราก็ไม่มีกระแสไม่มีผลงานเหมือนเราเอาท์ออกไปแล้ว ก็เลยลองตรงนี้ก็หวังว่าจะให้เราได้สร้างกระแส ก็ใจกล้านิดนึง ก็อาจจะทำให้มีกระแสและมีงานต่อๆ ไป”
       
       การสลัดผ้าถ่ายภาพปฏิทินครั้งนี้ของ “กำปั้น” อาจจะได้รับความสนใจในแง่ของความสด ถ้าวัดดีกรีจากความแรงยังนับว่าน้อยกว่า “นิกกี้” เยอะ ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า ถ้าคิดจะเกิดทำไมไม่ใจกล้าแบบนิกกี้ไป
       “ใจอยากทำนะพี่ แต่ว่าผมห่วงภาพ เพราะยังอยากเล่นละครร้องเพลง ถ้าเราถ่ายแรงไปเล่นละครมันไม่ได้ ก็ปรึกษากับพี่ๆ ที่รู้จักกันเขาก็บอกว่า ถ้าแรงไปผู้ใหญ่ช่อง 3 ก็ไม่เอานะ ช่อง 7 ก็ไม่เอานะ เราก็เลยทำแค่นี้พอให้เป็นกระแสจะได้มีงาน”
       
       “ตอนนี้ไม่มีงานติดต่อมาเลยครับ แต่ว่าช่วง 4 – 5 ปีที่ผ่านมาผมค่อนข้างโชคดีที่มีทัวร์ต่างประเทศบ่อย ผมไปก็จะแบบไม่ค่อยถือตัวก็จะเต้นสนุกสนานเขาก็เลยจ้างเราบ่อย ทุกวันนี้อยู่ได้ก็เพราะคอนเสิร์ตต่างประเทศ นอกจากนั้นก็มีธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าพึ่งเริ่มทำกับพี่สาวก็ค่อนข้างจะดี”
       
       “รายได้ก็พอมีพอใช้เราไม่ใช่ดาราดังค่าตัวเวลาไปโชว์ก็ไม่ได้มากอยู่แล้ว ก็โอเคสนุกสนานพอใช้ได้ แต่ว่าสิ่งที่ทำตรงนี้คืออยากทำงานในวงการบันเทิง เพราะผมเป็นคนที่รักการร้องเพลงและก็อยากเล่นละคร ก็คิดอยู่ว่าทำไงเราถึงจะได้ทำเพราะเราก็อายุมากแล้วนะ โค้งสุดท้าย(หัวเราะ) อนาคตอยากจะเป็นโปรดิวเซอร์ก็อยากจะสร้างเครดิตให้กับตัวเองด้วย เพราะที่ผ่านมาเครดิตของตัวเองมันเสียไปแล้ว”
       
       เผยที่ผ่านมาถึงจะมีรายได้ลดลงแต่ก็ไม่คิดจะขายตัวเหมือนที่ตกเป็นข่าว
       “จริงๆ แล้วก็มีติดต่อเข้ามาตลอดแหละครับ ยิ่งเราอยู่วงการแบบนี้ก็ยิ่งมีคนเข้ามา แต่ว่าเราก็ต้องทำตัวเราให้ชัดเจนว่าเราคุยกับเขายังไง เราไม่ต้องการเรื่องชู้สาวก็ต้องบอกให้เขาชัดเจน ก็มีทุ่มเงินมาเยอะพอสมควรแต่พอเราไม่เล่นด้วยเขาก็ไป คือจะหลักแสนหลักล้านก็ไม่เอา”
       
       “ยิ่งช่วงที่มีข่าวเรื่องการพนันบอลช่วงนั้นจะเข้ามาเยอะมาก ผมไปทัวร์คอนเสิร์ตต่างประเทศก็จะมีแต่คนมาถามว่าออฟไหมออฟไหม ซึ่งตอนนั้นผมรู้สึกเจ็บมากเลยนะ จนแบบว่าเอาวะ จะเอาแ-งเลยดีไหมประชดแ-งเลยดีไหม คือคนเรามันมีฉุกคิดนะเวลาที่กดดันมากๆ แต่ผมคิดว่าคนเราศักดิ์ศรีมันสำคัญนะ เราไม่จำเป็นต้องเอาเงินพวกนั้น เราไมได้ต้องการสบายมากมายเอาแค่พอกินพอใช้ ไม่ได้คิดว่าจะต้องมีรถขับมีบ้านหรือสร้างฐานะอะไรมากมาย ผมเป็นคนที่ค่อนข้างติดดินขึ้นรถแท็กซี่กินข้าวข้างทาง มีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น”

ที่มา manager