ดวงแรง!!! (วิจารย์ดวงดารา)

 

 

 

บทถ้า “ดวงตก” ก็ตกซะเหลือเกิ๊น!
ทำอะไรก็ซวยไปหมด
    ตัวอย่างชัดๆ ก็นางเอกสาวสวยแต่รูปจูบไม่หอมอย่าง “ขวัญ” อุษามณี ไวทยานนท์ เป็นตัวอย่าง
พูดอะไร ทำอะไร “งานเข้า” ไปโม้ด!
เข้าทำนอง “ผีซ้ำด้ามพลอย”
    ล่าสุดนี่ “ความซวย” เหมือนโรคติดต่อที่ลามปามไปถึง “คุณแม่” ด้วย
ลำพังแค่ “ลูกขวัญ” เป็นข่าว “เกาเหลา” กับดาราทั่ววงการก็จะแย่อยู่แล้ว
แต่นี่พ่วงเอาแม่เข้าไปด้วย กลายเป็น “ซวยยกกำลังสอง”
อาการหนักหนาสาหัสเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2 เท่า
แม้แต่ดาราที่ไม่มีเรื่องไม่มีราวกับใครเค้าอย่าง “แพนเค้ก” เขมนิจ จามิกรณ์ ก็ยังไปสร้างเรื่องไว้กับเค้า
    หรือแม้แต่ “ชมพู่” อารยา เอ ฮาร์เก็ต ซึ่งก็ไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่จู่ๆ ก็ “งานเข้า” เพราะคุณแม่น้องขวัญ ไปใส่ ชมพู่ ไว้กับ แม่พลอย-เฌอมาลย์ ก่อนที่เรื่องจะแดงออกมา
พอคู่กรณีเค้าเคลียร์กัน อ้าว กลายเป็นว่า แม่น้องขวัญ ปั้นเรื่องหวังให้เค้าแกตคอกันซะงั้น!
เดี๊ยวนี่โลกมันหมุนเร็วขึ้น โลกของวงการบันเทิงมันก็เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนเยอะแล้วนะคะ คุณแม่น้องขวัญ
มันหมดยุคแล้วที่ เที่ยวยุทางโน้นที ยุทางนี้ทีให้เค้าตีกัน
เมื่อก่อนเคยทำได้สำเร็จ ก็ไม่ใช่หมายความว่าจะยังใช้ได้ผลในวันนี้
เพราะ “สื่อ” สมัยนี้เค้าเล่นกันแรง ไอ้พวก “ดาราสตรอเบอร์แหล” ทั้งหลายแหล่ ซี้แหงแก๋มาหลายรายแล้ว
ถ้าคุณแม่ยังไม่เลิกกระทำเยี่ยงนี้ จะกระทบไปถึง “อนาคตลูกสาว”
    “เจ๊เขียว” ที่หยิบยกเอาเรื่องนี้มาเขียนก็เพราะหวังดี เนื่องจากมีสัญญาณไม่ดีที่ออกมาจากผู้ใหญ่วิกหมอชิตแล้ว
กลับตัวตอนนี้ “เจ๊เขียว” การันตีว่า “ยังทันการณ์”
แต่ถ้ายังวิ่งพล่านหาผู้หลักผู้ใหญ่ให้ช่วยเคลียร์ปัญหา อย่างกับหนูติจั่นอย่างทุกวันนี้ล่ะก็
ระวังวิ่งมากจน “ขาพันกัน” สะดุดล้มจนลุกไม่ขึ้นซะเอง!
วิธีแก้ไขง่ายๆ คือ “ไม่ต้องทำอะไร”
หยุดคิด หยุดทำ เป็นวิธีการณ์ที่ง่ายและดีที่สุด
เพราะน้องขวัญ มีความสวยเป็น “อาภรณ์ประดับกาย” อยู่แล้ว
คนสวยไม่ต้องแต่งก็ยังสวย
น้องขวัญ ไม่ต้องไปชิงดีชิงเด่นกับใคร แค่อยู่เฉยๆ ก็สวยล้ำหน้านางเอกวิก 7 สีทุกคนอยู่แล้ว
ขอเพียงแค่อยู่นิ่งๆ นางเอกคนอื่นต่างหากที่ต้องเป็ฯฝ่ายมองด้วยความริษยา
แต่นี่คุณน้องกลับลุกขึ้นมา “ทำร้ายตัวเอง” นางเอกคนอื่นเลยสบายไป
เปรียบเหมือนในการแข่งขันวิ่งแข่ง ตัวเราวิ่งนำหน้าคู่แข่งคนอื่นเค้าอยู่แล้ว ขอ
เพียงแค่วิ่งประคองตัวไปธรรมดา เราก็เข้าเส้นชัยได้เหรียญแน่นอน
แต่เรากลับมีความคิดกลัวคนอื่นเขาจะวิ่งตามเราทัน เลยลดความเร็วของตัวเอง
เพื่อมาแกล้ง “ซัดขาคู่แข่ง”
แต่สุดท้ายขาที่เรายื่นไปเพื่อขัดขาคู่แข่งนั้น กลับถูกเขาเตะจนตัวเราเองเป็นฝ่ายเสีย
หลักล้มหน้าคะมำ
นอกจากเราไม่ได้เหรียญรางวัลแล้ว
ตัวเราเองยัง “ขาหัก” จนพิการซะเองอีก!
จบเรื่องของ “คนดวงตก” แล้ว ในทางกลับกันอยากจะขอพูดถึง “คนดวงเฮง”
บ้าง ณ เวลานี้ไม่มีใคร “ดวงดี” เกินหน้า “น้องมิ้ม” อัมราภัสร์ จุลกะเศียน ไปได้
เธอเป็นใคร? หลายคนรู้บ้างแล้ว แต่อีกหลายคนอาจยังไม่คุ้นหู
ถ้าอย่างนั้นต้องเกริ่นอีกนิดว่า ผู้หญิงคนนี้คือคนที่เข้ามาแทนที่นักร้องสาว
ซุปเปอร์สตาร์ อมิตา ทาทา ยัง ใน4 ห้องหัวใจของหนุ่มเมโทรคนดังอย่าง คุณเปรม
บุษราคัมวงศ์ นะเอง
เธอไฉนเบียดเข้ามาแทนที่ซุปเปอร์สตาร์สาวอวบอึ๋มอย่าง ทาทา ยัง ได้ ลองตามไป
ดูกัน!
เนื่องจากในปีนี้มีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้า
ฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ เวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ ของวิก 3 พระราม 4 จึงงดการประกวด
แต่เนื่องจากเรามีพันธะสัญญากับเวที “มิสเวิลด์” อยู่ทางผู้จัดประกวดจึงต้องส่ง
นางงามเข้าร่วมประชันขาอ่อนเฉกเช่นทุกปี
ด้วยเหตุนี้จึงต้องเลือกเอา “รองอันดับหนึ่ง” ของเมื่อปีที่แล้วส่งไป
ซึ่งก็คือ น้องมิ้ม-อัมราภัสร์ จุลกะเศียน คนนี้แหละค่ะ
ไงล่ะ “เฮง” มั๊ยล่ะคะ?!!
ไม่ต้องเดินประกวดให้น่องโป่ง ไม่ต้องโบกมือให้กล้ามโต เรียกว่าไม่ต้องเสีย
เหงื่อยซักแหมะ
แต่ได้เดินทางไปในฐานะ “สาวงามตัวแทนไทยแลนด์” เหมือนกับคนที่เค้าได้มิส
ไทยแลนด์เวิล์ดคนก่อนๆทุกประการ
นี่ถ้าฟลุคๆน้องมิ้ม เกิดไปคว้ามงกุฏ “มิสเวิลด์2008” กลับมาได้ล่ะก็
จะยิ่งเป็น “อภิมหาเฮง” เลยทีเดียว
อย่าลืม “แข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งกันได้ แต่แข่งบุญวาสนามันแข่งกันไม่ได้”
ซึ่งอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ ถ้าคนดวงมันเฮงซะอย่าง
และไม่ต้องไปหวังอะไรไกล เอาแค่ใกล้แค่เอื้อมตอนนี้ น้องมิ้ม ก็กำลังจะถูก
“บุญหล่นทับ”อยู่ แล้ว !
เมื่อจู่ๆน้องมิ้ม เกิดไป “เข้าตา” ทายาทมหาเศรษฐีพันล้านอย่าง เสี่ยเปรม บุษรคัม
วงศ์ เข้าให้อย่างจัง
แถมไม่ใช่แบบว่าสนใจแบบไก่กาอีกด้วย เพราะเสี่ยเปรม พยายามเทียวไล้เทียวขื่อ
จีบอย่างเอาจริงเอาจัง
เดี๋ยวโทร.ไปคุยเล่น เดี๋ยวโทร.ชวนไปกินข้าว ชวนไปดูหนัง
ล่าสุดนี่ น้องมิ้ม จะบินไปประกวดที่แอฟริกาใต้ เสี่ยเปรม ยังหาเรื่องโทร.ไปเจา
แจ๊ะ
และที่สำคัญพูดให้กำลังใจ และอวยพรให้ น้องมิ้ม ประสบความสำเร็จ
ทำเอา น้องมิ้ม เก็บอาการชื่นหัวใจไม่อยู่ ตอนให้สัมภาษณ์งี้ หน้าบานแฉ่ง
คิดดีๆแล้วก็อดใจเต้นตึ๊กตั๊กแทน น้องมิ้ม ไม่ได้ค่ะ
นี้ถ้าความสัมพันธ์ของคู่นี้งกงามผลิตดอกออกผล จน น้องมิ้ม เข้าไปแทนที่ ทาทา ใน 4
ห้องหัวใจของ พี่เปรม ได้สำมะเร็จล่ะก็
“คิดเงินได้เงิน คิดทองได้เพชร” เชียวแหละ แม่คุณเอ๊ย!!
คิดดูเดะ ตอนทาทา เฉพาะเงินหมั้นได้ไป 100 ล้าน (แต่ตอนนี้เอาคืนไปล่ะ)
ซึงถ้ารักใครชอบใคร เสี่ยเปรม ทุ่มไม่อั้นอยู่แล้ว
ดังนั้นถ้า น้องมิ้ม ได้ตกล่องปล่องชิ้นกับ เสี่ยเปรม ล่ะก็ ไม่น่าจะให้น้องไปกว่า 100 ล้าน
แต่ถ้าน้องมิ้นดวง โคตรเฮง ไปคว้ามงกุฎ “มิสเวิลด์ 2008” มาได้ล่ะก็
จะกลายเป็น “มูลค่าเพิ่ม” ที่เสริมราคาให้ น้องมิ้ม อีกไม่รู้อีกกี่เท่า
เอาเบาะๆ 200 ล้านก็ไม่น่าจะจะต่ำกว่านั้น
    เห็นมั้ยค่ะ ดวงคนมันจะเฮงซ่ะอย่าง!

ที่มา tv-inside