ภาพงานหมั้น "แบม-โบ๊ท" อุบสินสอด-ลั่นหันหลังให้การเมือง

 

 

 


  แบม-โบ๊ท




     หลังคบหาดูใจกันมาเกือบ 2 ปี ในที่สุดความรักของอดีตนักการเมืองสาว จากอดีตพรรคชาติไทยอย่าง "แบม จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์" วัย 36 ปี ก็สุกงอม จนตัดสินใจหมั้นหมายกับนักธุรกิจหนุ่มด้านเว็บไซต์การเงิน "โบ๊ท บุตรรัตย์ จรูญสมิทธิ์" วัย 39 ปี

     ทั้งคู่ได้จัดงานแถลงข่าวแต่งงานที่ห้องออเธอร์ เลาน์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา ท่ามกลางสื่อมวลชนหลายแขนงเข้าร่วมงาน เมื่อถึงเวลาแถลงข่าวแบมควงคู่แฟนหนุ่มออกมาด้วยสีหน้าสดใส ฝ่ายหญิงอยู่ในชุดไทยจักรี ห่มผ้าสไบปักทั้งผืน นุ่งผ้ายกสีทองทั้งชุด ส่วนฝ่ายชายสวมเสื้อชุดพระราชทานสีครีมทอง กางเกงสีดำ

     จากนั้นทางด้านเจ้าบ่าวได้ความประทับใจแรกที่ได้เห็นแบมว่า "ครั้งแรกที่เห็นแบม ผมมีเจตนาที่อยากจะให้เขามาเป็นคู่ชีวิตของผม ประทับใจที่เขาเป็นคนจิตใจงามมีน้ำใจ เสียสละ เจอกันครั้งแรกก็ปิ๊งเขาเลย เพราะแบมเป็นคนมีเสน่ห์ ทำให้ผมสะดุดตาเลย พอคบกันมาได้พักใหญ่ก็อยากจะขอแต่งงาน จำได้ว่าวันนั้นผมพาแบมไปดูคอนโดย่านทองหล่อ ก็ตั้งใจจะซื้อไว้เป็นเรือนหอ ถามแบมว่าจะมาอยู่ด้วยกันหรือเปล่า แบมเขาก็ตอบตกลง ผมก็โอเคเลย เพราะถึงเราจะไม่ได้ใช้เวลาในการคบหาดูใจกันนาน แต่ส่วนตัวผมก็มีเจตนาเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า จะคบกันแบบไหน"

      ทั้งนี้ฝ่ายชายยังยืนยันว่า หลังจากแต่งงานแล้วอยากจะให้แบมเป็นแม่บ้าน ถ้าอยากจะทำธุรกิจก็ให้ทำได้ จะได้ไม่เหงาจนเกินไป ส่วนเรื่องการเมืองตอนนี้ แบมก็พักงานการเมืองเอาไว้ก่อนอยู่แล้ว แต่ถ้าจะมีการนิรโทษกรรมค่อยว่ากันอีกครั้ง

      ด้านแบมกล่าวถึงความประทับใจในตัวแฟนหนุ่มว่า "พี่โบ๊ทเป็นคนทำงานเก่งและมีวินัยในชีวิตมาก สิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาสามารถเป็นผู้นำแบมและลูกในอนาคตได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากแบมจะมีคู่ชีวิตแล้ว แบมก็อยากจะมองหาคนที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ที่จะสามารถเดินก้าวไปพร้อมๆ กันได้ด้วย"

      ส่วนกำหนดการจัดงานฉลองมงคลสมรสของทั้งคู่นั้น แบม กล่าวว่า ทีแรกตั้งใจเอาไว้ว่าจะจัดงานเดือนพฤษภาคม 2552 แต่เนื่องจากมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น และได้ปรึกษากับผู้ใหญ่แล้ว จึงจำเป็นต้องเลื่อนกำหนดการจัดงานแต่งงานไปก่อน แต่คาดว่าจะไม่เกิน 2- 3 เดือนนี้อย่างแน่นอน

      ส่วนสินสอดและของหมั้นนั้น แบมกล่าวว่า เราทั้งคู่ไม่ได้เน้นเรื่องเหล่านี้เท่าไรนัก เพราะการคบหาเป็นความเข้าใจของทั้งสองฝ่าย และคิดว่าแหวนที่ฝ่ายชายให้นั้น เป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่เจ้าบ่าวให้ นอกจากนี้ยังมีต่างหู และสร้อยข้อมือทองฝังเพชรร่วมด้วย ในส่วนของชำร่วยที่แจกในงานหมั้น คือ ครีมทามือขนาดพกพา สื่อความหมายถึง ความรักที่ชุ่มชื่นและหอมหวาน เป็นสิ่งที่สามารถนำติดตัวและเป็นของที่มีประโยชน์สำหรับทุกคนด้วย

      ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงเช้าเมื่อเวลา 09.29 น. วันเดียวกัน ทั้งคู่ได้จัดพิธีหมั้นแบบเรียบง่ายตามประเพณีไทย ที่ห้องออเธอร์ เลาน์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล โดยมี ดร.สุบิน ปิ่นขยัน อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานฝ่ายชาย และนายเชาวน์ สายเชื้อ อดีตประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานฝ่ายหญิง พร้อมได้รับเกียรติจาก นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานรัฐสภา มาเป็นประธานในพิธีหมั้นด้วย

      ทั้งนี้ งานหมั้นยังมีธีมในการจัดงานคือ ฟ้า ชมพู เนื่องจากสีฟ้าเป็นสีประจำวันเกิดของแบม และสีชมพูเป็นสีประจำวันเกิดของโบ๊ท ดังนั้นจึงกำหนดให้ญาติฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวใส่เสื้อผ้าสลับโทนสีกัน โดยญาติฝ่ายเจ้าบ่าวจะใส่โทนสีฟ้า และญาติของฝ่ายเจ้าสาวใส่โทนสีชมพู เพื่อเป็นการสร้างสีสันให้แก่งานหมั้นของทั้งคู่นั่นเอง




 



 



 

 



 



 



 




รายงานโดย : ปฏิพร วาปีทะ

ที่มา rakdara.com