เปิดเส้นทางรัก ''ฮิวโก้-ฮาน่า'' สินสอดเพียงแค่ 125 บาท!!! (ข่าว+คลิป)

 

 

 

>>> ชมคลิปคลิกที่นี่ <<<

หลังจากที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 4 ปี ในที่สุดนักร้องสุดเซอร์ & ไฮโซ ''ฮิวโก้'' จุลจักร จักรพงษ์ ก็ได้ตกลงปลงใจ...สละโสดจูงมือแฟนสาว ''ฮาน่า'' ทัศนาวลัย องอาจสิทธิชัย เข้าพิธีวิวาห์อย่างเป็นทางการในพิธีการตามแบบฉบับของชาว ''มุสลิม'' พร้อมกับมีการเลี้ยงฉลองงานแต่งงานในวันที่ 21 มี.ค. 52 ณ วังจักรพงษ์ อีกต่างหาก

 

สำหรับความรักของนักร้องหนุ่มมาดเซอร์ ''ฮิวโก้-จุลจักร'' โดยก่อนหน้านี้ได้เคยคบหาดูใจกับนางแบบสาวอินเตอร์ ซาร่า มาลากุล เลน อยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นก็มีกระแสข่าวว่า ''หนุ่มฮิวโก้'' เคยขายขนมจีบให้กับนางเอกสาว ''น้ำฝน'' กุลณัฐ ปรียะวัฒน์ อีกต่างหาก แต่สุดท้ายก็มาลงเอยกับสาว ''ฮาน่า'' เพียงคนเดียวมาโดยตลอด

 

 

ซึ่งก็เช่นเดียวกับ ''สาวฮาน่า'' ที่ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวลือถึงเรื่องความสัมพันธ์กับ ''โอ๊ค'' พานทองแท้ ชินวัตร แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ เพราะทั้งคู่เป็นเพียงเพื่อนสนิทร่วมก๊วนเดียวกันเท่านั้นเอง

 

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 52 เวลาประมาณ 11.00 น. ทั้งคู่ ''ฮาน่า-ฮิวโก้'' ได้จูงมือกันออกมาแถลงข่าวเปิดใจถึงการแต่งงานในครั้งนี้ ณ วังจักรพงษ์ ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอทำข่าวจำนวนมาก โดยทั้ง ''ฮาน่า-ฮิวโก้'' ก็ได้เปิดใจถึงพิธีวิวาห์อย่างหมดเปลือก

 

 

วินาทีที่ตัดสินใจขอ ''ฮาน่า'' แต่งงาน?
ฮิวโก้ : ''คงไม่ใช่แค่วินาทีเดียวหรอกนะครับ คือเราก็คุยๆ กันมานานพอสมควรแล้วนะครับ ตั้งแต่รู้จักกันมาประมาณ 1-2 ปี ได้แล้วนะครับ คือเราสนุกกับการที่ได้อยู่ด้วยกัน แล้วผมก็เพิ่งไปได้งานที่เมืองนอกมา มันก็ต้องเริ่มชัดเจนขึ้นเพราะพอไม่อยู่ด้วยกันมันก็ลำบากพอสมควร แต่เราก็ติดต่อและอยู่ด้วยกันได้ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในวงการนี้เราก็ได้เจอคนเยอะแยะ ยังไงเจอใครก็แล้วแต่มันก็ไม่รู้สึกว่าอะไร แต่เจอเค้าเราก็รู้สึกว่าคนนี้ต้องใช่ เราก็เห็นว่าเดี๋ยวนี้คนก็รอกัน 30-40 ค่อยแต่งงานกัน เดี๋ยวนี้คนในวงการบันเทิงจะไม่ค่อยกล้าแต่งงานกัน แต่เรารู้สึกว่าอยากใช้ชีวิตร่วมกันตลอดไป เราก็คุยกันไปกันมาหาเวลาลงตัวให้ได้''

 

 

คุยกันมาตั้งแต่คบกันเลยหรือเปล่า?
ฮิวโก้ : ''ไม่ๆๆ คุยกันมาประมาณปีที่ 2-3 ครับ เพิ่งเริ่มคุยกันแบบจริงๆ จังๆ คือเราก็จะเริ่มคุยเล่นๆ บ้าง ประมาณว่าทำไมเราไม่ค่อยได้เจอกันเลย แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวแต่งงานแล้วเราได้เจอกันแน่ๆ อะไรประมาณนี้ ไปๆ มาๆ เราเริ่มไม่พูดเล่นล่ะ เราพูดจริงแล้วว่าเราจะได้อยู่ประเทศเดียวกันหรือเปล่า หรือว่าทางครอบครัวของฮาน่า หรือครอบครัวผมก็ต้องทำความสนิทในการที่จะเป็นครอบครัวแล้ว หรือรู้สึกว่าเรามีส่วนร่วมในชีวิตกันแล้วเราก็ต้องมีขั้นตอนต่อไป เราผู้ใหญ่แล้วก็ไม่รู้จะรออะไรก็เลยตัดสินใจ เจตนาคือตัดสินใจประมาณกลางๆ ปีที่แล้วว่าชัวร์ล่ะ แล้วเรา 2 คน ก็รู้สึกว่าปีที่กำลังจะถึงเนี่ยเป็นปีที่เรา 2 คน คงจะมีงานเยอะและเราก็จะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต เรารู้แต่ว่าเราต้องแต่งงานกันก่อน เพราะเราอาจจะต้องย้ายไปย้ายมา และต้องไปไหนด้วยกันอย่างเปิดเผย ไม่ต้องหลบ...ไม่ต้องแอบอะไร''

 

 

ตอนขอแต่งงาน ''ฮิวโก้'' เป็นคนโรแมนติกไหม?
ฮิวโก้ : ''ก็...พอคุยกันเยอะแล้วมันก็ได้รู้ว่า ถ้าแต่งงานแล้วผมก็คงจะต้องเข้าศาสนาซึ่งผมก็เต็มใจ เพราะผมก็รู้ว่าครอบครัวฮาน่าเค้าก็ค่อนข้างเรียบร้อยตรงนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะฮาน่าก็เป็นคนเรียบร้อย ซึ่งบางทีเราดูเซอร์ๆ เละๆ มาด้วยซ้ำ แต่นั่นเป็นภาพภายนอกในการทำตัว ซึ่งถ้าดูจากข่าวนะ แต่จริงๆ แล้วผมก็เป็นคนค่อนข้างเรียบร้อยพอสมควรในเรื่องการทำตัว โดยเฉพาะในเรื่องความรักนะครับ คือผมเพิ่งได้เจอนะครับ และรู้สึกว่าพอเจอแล้วเราต้องไม่ปล่อยมันไป เราก็ไม่ได้อะไร...คืออิสระในการใช้ชีวิต โสดมันก็ไม่ได้มีอิสระเท่าไร''

 

 

ในเรื่องของศาสนาล่ะ...ต้องทำยังไง?
ฮาน่า : ''เข้าเรียบร้อยแล้วค่ะ''
ฮิวโก้ : ''ผมเข้าแล้ว แล้วถ้าเรียกว่า ''ต้อง'' มันก็คงจะผิดคำนะครับ เพราะศาสนาเท่าที่ผมไปศึกษามาเนี่ยมันต้องเต็มใจนะครับ เพราะเรากำลังทำสัญญา...ไม่ได้เรียกว่าทำสัญญาสิ ต้องเรียกว่าอะไรดี...?''

 

 

''ฮิวโก้'' เข้าศาสนาตั้งแต่เมื่อไร?
ฮิวโก้ : ''เข้ามาประมาณอาทิตย์กว่าๆ 2 อาทิตย์แล้วครับ คือเราต้องศึกษาก่อน และนี่ก็คือเหตุผลที่เราต้องตัดสินใจและคิดดีๆ ก่อนที่จะเปิดข่าว เพราะมันไม่ใช่แค่การแต่งงานกัน แต่มันมีเรื่องอื่นๆ ด้วยที่เราต้องเตรียมพร้อม, ต้องนิ่งพอที่จะยอมรับตรงนี้ด้วย เราต้องศึกษาและใช้เวลา มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่อยู่ๆ จะเข้าศาสนาใดศาสนาหนึ่ง และมันไม่ใช่ที่ใครจะยอมรับเราเข้าไปง่ายๆ เราต้องปฏิญาณตน''

 

 

การเปลี่ยนศาสนา ''ฮิวโก้'' ตัดสินใจเอง?
ฮิวโก้ : ''ครับ เป็นการตัดสินใจของผมเอง''

 

 

ที่บ้าน ''ฮิวโก้'' ว่าอย่างไรบ้าง?
ฮิวโก้ : ''ทางครอบครัวผม...พอผมแนะนำให้รู้จักกับฮาน่าตอนไปกินข้าวกันประมาณ 1-2 ปีที่แล้วเค้าก็ยุให้แต่งอยู่แล้ว (หัวเราะ) ไม่ว่าด้วยวิธีอะไรก็ตาม''

 

 

ในเรื่องของการเปลี่ยนศาสนา...ครอบครัว ''ฮิวโก้'' เห็นด้วยไหม?
ฮิวโก้ : ''ครับ...ก็ยังไงมันก็เป็นเรื่องที่ดี เค้าคงดีใจด้วยซ้ำว่าเราพร้อมที่จะศึกษาและมีศาสนาเข้ามาในชีวิต แต่มันก็แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็สนับสนุนนะ'' 

 

 

ก่อนหน้านี้ ''ฮิวโก้'' นับถือศาสนาอะไร?
ฮิวโก้ : ''จริงๆ เราก็เป็นพุทธ แต่เราเติบโตมาในเมืองนอกนะครับ มัน...วิธีการศึกษาที่นู่นกับสังคมที่นู่นมันต่างกัน พอกลับมาเมืองไทยไปงานแต่ง, งานศพต่างๆ ก็ถือว่าเป็นพุทธนะครับ...โดยตอนนี้ผมก็ยังเป็นคนไทยอยู่ แล้วก็จริงๆ ศาสนาทุกศาสนามันต่างกันแค่ตรงพฤติกรรมกับการแต่งกายบางอย่าง ซึ่งจริงๆ แล้วการปฏิบัติตัวมันก็คล้ายๆ กันนะครับ พอศึกษาไปแล้วผมก็ได้รู้ว่าการเป็นมุสลิมที่ดี หรือเป็นพุทธที่ดีเนี่ยมันไม่ได้แตกต่างกันมาก แล้วก็ไม่ได้ยากด้วย''

 

 

  ถามถึง ''ฮาน่า'' ถึงวินาทีที่ตัดสินใจแต่งงาน?
ฮิวโก้ : ''จริงๆ ต้องดูว่าเค้าทำอะไรให้เราเยอะมาก ตั้งแต่เรื่องของการเปลี่ยนศาสนา ซึ่งเราก็ไม่ได้บังคับหรืออะไร เราอยากให้เค้าสมัครใจมากกว่า เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของความสมัครใจ และต้องใช้เวลาศึกษานานพอสมควร และเค้าก็ได้ไปศึกษามาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะเค้ารู้ว่าคบกับสาวมุสลิมถ้าจะแต่งงานก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว เค้าคงทำใจมาก่อนแล้วค่ะ แล้วก็...อย่างที่บอกว่าเค้าทำอะไรหลายอย่างให้กับเรา และเสียสละอะไรหลายๆ อย่าง แล้วก็ทุ่มเท เราก็รู้สึกว่าเราจะอยู่กับคนๆ นี้ไปตลอดชีวิตค่ะ''

 

 

รู้สึกอย่างไรบ้างที่ผู้ชายคนนึงทำให้เราขนาดนี้?
ฮิวโก้ : ''ก็ต้องดีใจอยู่แล้วค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดว่าคนแบบเค้าจะไม่ทำให้เราได้ เพราะเค้าจะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง และมีความคิดเป็นของตัวเองไม่มีใครเปลี่ยนได้ แต่นี่เค้าเปลี่ยนด้วยตัวของเค้าเอง โดยที่เราไม่ได้บังคับหรือพูดว่าต้องเปลี่ยนนะ คือเราไม่เคยพูดเลย เค้าตั้งใจทำด้วยตัวเค้าเองหมด''

 

 

ความประทับใจของ ''ฮิวโก้'' กับว่าที่เจ้าสาว?
ฮิวโก้ : ''ก็...ในยุคสมัยนี้โดยเฉพาะในวงการนี้ ใครๆ ก็รู้กันอยู่ว่ามันยากที่จะรักษาความรักที่แท้ ที่บริสุทธิ์ไว้ ในการที่ต้องไปใช้เวลาในกองถ่ายหรือใช้เวลาในการทำงานกับหนุ่มสาวอื่นๆ ตั้งเยอะ แล้วพูดตรงๆ ว่ามันก็เห็นว่าเป็นเรื่องยาก แต่เรา 2 คนไม่เคยเห็นว่าเป็นเรื่องยากเลย เพราะว่าเค้าน่ารัก เรารักเค้า มันเป็นเรื่องที่ผมไม่สามารถอธิบายได้นะครับ แต่ผมรู้สึกว่า ยังไงเราก็ต้องเป็นห่วง ยังไงก็ต้องคุยทุกวัน ยังไงก็ต้องหาวิธีติดต่อหรือคุยกันให้ได้ บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ที่เราได้ห่างกันมา ทำให้ต่างคนก็มีเวลาคิดว่าใช่หรือไม่ใช่ ซึ่งมันก็ทำให้เรารู้แล้วหละว่าห่างกันไปเราก็ต้องกลับมา แล้วผมก็กลับไปทำงานต่อ แล้วผมก็ยังเหมือนเดิม แล้วเราก็อยู่ด้วยกันได้ เพราะฉะนั้นมันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่พอสมควร''

 

 

  ''ฮิวโก้'' ประทับใจอะไรในตัว ''ฮาน่า''?
ฮิวโก้ : ''คงจะเป็นในเรื่องของเวลาที่เราไปเที่ยวด้วยกันแล้วเหมือนมีคู่หูร่วมวีรกรรมที่สนุกพอสมควรในการลุย พอเราได้ไปไหนด้วยกัน 2 คนแล้วมันสนุก เพราะเราชอบการกิน ชอบแวะดูนู่นดูนี่ ชอบเดินไปไหน...ไม่รู้สิ เวลาไปด้วยกันแล้วมันสนุกนะครับ แล้วเราจะรู้สึกว่าเราพร้อมจะลำบากไปพร้อมๆ กัน คือถ้าอยากหรูเราก็หรู ถ้าอยากเที่ยวลุยๆ เมืองลาวเราก็ไป ก็สนุกดี''

 

 

อะไรที่ทำให้ทั้ง ''ฮาน่า'' และ ''ฮิวโก้'' มีวันนี้ได้?
ฮิวโก้ : ''ก็...มันหลายๆ อย่างนะครับ ความเข้ากันได้...ความรักมันมีอยู่แล้ว แต่นอกเหนือจากความรักมันต้องเข้ากันได้ด้วยในเรื่องวิถีชีวิต และการจัดลำดับความสำคัญ ซึ่งตอนนี้เรา 2 คน อยู่ในวัยกำลังทำงาน เราก็รู้ว่ามันสำคัญ แต่บางคนทำงานแล้วอาจจะไม่เห็นหน้าแฟนเลย หรือสนใจแฟนจนลืมงาน แล้ววันๆ ก็นั่งรอแฟน แต่เรา 2 คน คล้ายกันตรงนี้คือ ค่อนข้างใส่ใจกับงานและรู้ว่ามันสำคัญที่ต้องใช้เวลาด้วยกัน และต้องหล่อเลี้ยงรดน้ำต้นไม้เรื่อยๆ''

 

 

ฮาน่า : ''ก็อย่างที่เล็กพูดค่ะ...ความห่างไกลกัน ความซื่อสัตย์และความเชื่อใจสำคัญที่สุด ซึ่งเรา 2 คนมีให้กัน เราไม่เคยระแวงซึ่งกันและกัน และไม่เคยไม่เชื่อใจซึ่งกันและกัน เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยเล็กจะให้เกียรติฮาน่ามาก และเราก็ต้องให้เกียรติเค้ากลับไป แล้วเราไม่ใช่เจ้าชีวิตซึ่งกันและกันแต่เราต้องอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้ ถึงแม้จะแต่งงานไปแล้วแต่เราก็ไม่ใช่เจ้าชีวิตกันและกัน แต่ละคนก็จะมีสิทธิ์ที่จะเดินตามทางที่แต่ละคนอยากเดิน''

 

 

เห็นว่าทั้งคู่แลกแหวนกันแล้ว?
ฮิวโก้ : ''แหวนหมั้นครับ...เป็นทองคำขาว''
ฮาน่า : ''แลกตั้งแต่เล็กขอแต่งงาน ใช้แหวนขอ ก็ช่วงเดือน ม.ค. ประมาณหลังปีใหม่ค่ะ''
ฮิวโก้ : ''คิดว่าคงจะไม่ผิดหวัง จริงๆ เราหามานานแล้วนะครับแหวนเนี่ย เดินหา...เดินไปเดินมาหลายร้านเลยนะ จนกระทั่งเดินไปเดินมาแล้วเห็นร้านหนึ่งมีรูปบรรพบุรุษเราอยู่ในนั้น แล้วก็มี จ.ม.จากเลขาฯ ของท่าน เรายังไม่ทันอ่าน คือเราเห็นในร้านก็เลยเข้าไป ทีแรกก็เดินเข้าไปดูๆ แล้วก็เดินออก ผมไปหาคนเดียวครับ แต่สุดท้ายก็ได้มาจากร้านนั้น เราไม่อยากโฆษณา เดี๋ยวเค้าจะขายดี อยู่ในกทม. เนี่ยแหละ ไม่บอกดีกว่าครับ เพราะเราไม่อยากพูดโปรโมตร้านให้ใครฟรีๆ ไม่อยากให้ใครได้เปรียบเสียเปรียบตรงนี้ มันไม่สำคัญหรอกครับ''
ฮาน่า : ''จริงๆ ถ้าพูดไป เราไม่ควรที่จะเสียตังค์ซื้อด้วยนะ ต้องให้เราฟรีๆ (หัวเราะ)''

 

 

แหวนที่นิ้วของ ''ฮิวโก้'' ล่ะ... ''ฮาน่า'' ซื้อให้เหรอ?
ฮาน่า : ''ใช่ค่ะ...ก็ไปตามหาร้านเดิม คือเค้าให้ก่อน แล้วเราก็รู้สึกว่าเราต้องมีให้เค้าบ้าง เราไม่มีอะไรเลย ก็เลยไปตามหาร้านที่เค้าซื้อให้มาให้เค้าใส่ ก็ถามเค้าว่าร้านไหนจะได้เหมือนกัน ของฮาน่าจะมีเพชรหน่อยๆ ไม่มีกะรัตหรอกค่ะ ไม่ทราบ...ไม่ได้สนใจเรื่องกะรัต แต่ของเค้าจะเป็นแบบเกลี้ยงๆ''

 

 

แพลนอนาคตหลังจากแต่งงานไว้อย่างไร?
ฮิวโก้ : ''พอหลังแต่งงานแล้วมันจะต้องเดินทางยังไง เพราะเราแต่งงานแล้วเราเดินทางด้วยกันมันจะสะดวกกว่า ต้องเข้าประเทศนู้น ประเทศนี้ ถ้าจำเป็นต้องเข้านะ เพราะไม่อยากให้เค้าห่างเรา จริงๆ ปีนี้เราทั้งคู่ต่างก็มีงานเยอะด้วยกันนะครับ ฮาน่าก็ต้องมีงานรายการทีวี ผมก็กำลังใกล้ที่จะเสร็จอัลบั้มสากลที่กำลังทำอยู่ ซึ่งผมก็ต้องเดินทางไปที่นิวยอร์ก แล้วเดี๋ยวผมจะกลับมาสำหรับงานแต่ง แล้วเดี๋ยวก็ต้องดูงานฮาน่าว่าเราจะยังไง อาจจะต้องมีไปอยู่นู่นพักหนึ่ง หรือจะต้องกลับมาเดี๋ยวเราก็ต้องดูก่อน แต่พออัลบั้มเสร็จแล้วเราก็น่าจะรู้ว่าเราจะอยู่ที่ไหน''

 

 

เตรียมตัวฮันนีมูนกันที่ไหน?
ฮิวโก้ :  ''ก็มีนะครับ...แต่ผมต้องไปดูงานก่อนว่าจะช่วงไหน ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากจะเที่ยวในเมืองไทย แต่ว่ามันก็คงไม่ส่วนตัวขนาดนั้นหรอกนะถ้าว่ากันตรงๆ แต่ก็คงละแวกทวีปเอเชียเนี่ยแหละครับ เดี๋ยวถ้ารู้เมื่อไรจะบอก''

 

 

วางแพลนไว้ว่าจะมี ''ทายาท'' เลยไหม?
ฮิวโก้ : ''อันนี้ก็ไม่รู้นะครับ แต่ถ้าเรื่องนั้นมันก็เรื่องในห้องนอนนะฮะ (หัวเราะ) ผมคงไม่มาคุยหรอกครับ ไม่หรอก...ในการแต่งงานเนี่ย เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ดีและควรจะตามมานะครับ เพราะถ้าเรายังไม่แน่ใจว่าเราจะมีลูกกับคนนี้ หรือคิดจะมีลูกกับคนนี้เราก็คงไม่แต่ง แต่นอกเหนือจากนี้ด้วยความเคารพผมคงไม่คุยเรื่องตรงนี้ มันเป็นเรื่องส่วนตัวและผมก็ต้องเคารพในครอบครัวผมด้วย ผมเองยังไม่เอาเรื่องพวกนี้ไปพูดกับเค้าเลย ผมคงไม่มาพูดวันนี้''

 

 

  ''คือผมเองรู้สึกว่าผมยังไม่อยากรีบประกาศว่าผมชัวร์แบบไม่มีถอยนะ (หัวเราะ) ซึ่งถ้าสมมติว่าผมประกาศเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แล้วเรายังไม่รู้ว่าเราอยากจะใช้ชีวิตแบบไหน เราก็ยังไม่รู้ เราต้องใช้เวลา ต้องนั่งคิด แล้วถ้าผมมาบอกพวกพี่เนี่ย แล้วสมมติว่าอีก 6 เดือน 9 เดือน เราถอนหมั้นหรืออะไรกัน มันดูไม่จำเป็นสำหรับชีวิตผม ผมเองก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น ผมรู้แต่เพียงว่าเค้าตกลงแต่งงานกับเราแล้วเราก็ต้องรีบรับไว้ (หัวเราะ)''

 

 

ขอถามรายละเอียดเรื่องสินสอดว่าเท่าไร?
ฮิวโก้ :  ''อันนี้ก็ต้องเป็นเรื่องส่วนตัวครับ ก็ต้องขออภัยด้วย แต่ว่าผมไม่พูด''

 

 

เตรียมงานไปถึงไหนแล้ว?
ฮิวโก้ : ''ก็เกือบครบแล้ว''

 

 

พิธีการจะเป็นแบบไหน?
ฮิวโก้ :  ''ศาสนายังไม่ได้ทำนะครับ แต่อันนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัวอีก เค้าเรียกว่ามิก๊ะ แต่ก็กำหนดวันไว้ต้นๆ มี.ค. แหละครับ ฉลองวันที่ 21 มี.ค. ช่วงเย็นที่นี่''
ฮาน่า : ''มุสลิมไม่มีรดน้ำ ไม่มีแห่ขันหมาก ไม่มีอะไรเลย เป็นพิธีมิก๊ะ จะมีแต่พิธีการที่ทำกันในครอบครัวเท่านั้น แล้ววันที่ 21 มี.ค. ก็จะเป็นงานเลี้ยงฉลองแต่งงานกันเท่านั้น''

 

 

แต่ศาสนาอิสลามมีสินสอดหรือเปล่า?
ฮาน่า : ''สินสอดมีค่ะ 125 บาท ค่าตัวมีเท่านั้น (หัวเราะ)''

 

 

125 บาท นี่หมายถึง ''ทอง'' หรือ ''เงิน''?
ฮิวโก้ :  ''บาทไทยนี่แหละครับ (หัวเราะ)''
ฮาน่า : ''ขอเป็นเหรียญนะจะได้ดูเยอะๆ คือเป็นธรรมเนียมตามศาสนาค่ะ''
ฮิวโก้ : ''อันนี้เท่านี้ไปถามนะครับ ตามธรรมเนียมหรือตามประเพณีศาสนาอิสลามจะเป็นศาสนาที่จะไม่รับเงินใคร''

 

 

เตรียมเรือนหอไว้ที่ไหน?
ฮิวโก้ :  ''3 ประเทศ ครับ...แต่อย่างไรก็ตาม ต้องกลับมาอยู่แล้ว ไม่รู้นะครับก็ต้องแล้วแต่งานเพราะผมทำงานอยู่นิวยอร์กแล้วก็อังกฤษ เพราะครอบครัวผมอยู่ที่นั่น มีพ่อแม่ด้วย เพราะฝั่งพ่อก็อยู่ที่นั่นหมด แล้วที่เมืองไทยก็ที่นี่แหละครับ เพราะรู้สึกว่าเราเป็นผู้ใหญ่พอแล้วนะครับ แต่เมื่อตอนวัยรุ่นเราเป็นร็อก แอนด์ โรล อยู่ไงครับก็เลยรู้สึกว่ากลัวบ้านพัง (หัวเราะ) แต่ตอนนี้เราผู้ใหญ่แล้ว''

 

 

เรื่องงานของ ''ฮาน่า'' ว่าอย่างไรเพราะว่าต้องบินไป-บินมา?
ฮาน่า : ''งานของฮาน่าจะมีคนช่วยอยู่แล้ว เป็นมือขวาของฮาน่าเลย ชื่อพี่มิคนะค่ะ เค้าจะช่วยดูแลทุกอย่าง แล้วก็่จะมีพี่ ''โก้-ธีรศักดิ์'' มาช่วยบ้าง ก็คงไปๆ กลับๆ แหละค่ะ เพราะเราก็ห่วงงานด้วย อาจจะเดือน 2 เดือนกลับมาที ส่วนถ้าเป็นเรื่องงานแสดงก็คงปีละเรื่องแหละค่ะ เดี๋ยวปลายๆ ปี ก็คงรับ เดี๋ยวขอพาเล็กเค้าไปทำงาน ดูที่อยู่อะไรก่อนแหละค่ะ (หัวเราะ)''
ฮิวโก้ : ''เค้าเป็นผู้ปกครองครับ (หัวเราะ)''
ฮาน่า :  ''พาลูกเข้าโรงเรียนก่อนแล้วค่อยกลับมาทำงานค่ะ (หัวเราะ) คือเราก็จะยึดเวลาครอบครัวเป็นหลักก่อนค่ะ ถ้าว่างจากเวลาครอบครัวแล้วค่อยรับงานมากกว่าค่ะ''

 

 

วันงานจะมีแหวนแต่งงานอีกวงหรือเปล่า?
ฮาน่า : ''อันนี้ต้องถามฝ่ายชาย เค้าต้องให้หนูนะค่ะ จะหยิบของตัวเองมาใส่มันก็แปลกๆ นะ''
ฮิวโก้ : ''เดี๋ยวผมขอขึ้นไปค้นๆ หาดูก่อนนะครับ (หัวเราะ) อันนี้เดี๋ยวขอปรึกษากันก่อนดีกว่าเพราะอยากให้เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ครับ''

 

 

ชุดวันงานเลี้ยงจะเป็นชุดตามศาสนาหรือยังไง?
ฮาน่า : ''ก็คงเป็นชุดราตรีทั่วไปแหละค่ะ ถ้าเป็นชุดมุสลิมต้องใส่อยู่แล้วที่เป็นชุดมุสลิมค่ะ คือจะมี 2 วัน คือพิธีนิก๊ะจะเป็นพิธีในครอบครัว ไม่มีเพื่อน ไม่มีนักข่าว ไม่มีอะไร เป็นแค่ญาติจริงๆ ยังไม่ได้ระบุที่ไหน และวันด้วยค่ะ''

 

 

ฮิวโก้ : (สวนขึ้นมา) ''เราไม่บอกครับ...เพราะเกรงใจคุณแม่ด้วย ขอปิดดีกว่า''
ฮาน่า : ''คือมันเป็นเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์นะคะ เป็นเรื่องของศาสนา เราไม่อยากให้อะไรมารบกวนและทำให้เรารู้สึกว่าเป็นห่วง ส่วนใหญ่จะทำที่บ้านหรือที่มัสยิดก็ได้นะ''
ฮิวโก้ : ''ไม่บอกครับ...ไม่บอก''

 

 

อย่างนี้ ''ฮิวโก้'' ต้องโกนหนวด-เคราก่อนเข้าพิธีไหม?
ฮาน่า : ''จริงๆ แขกๆ ก็ต้องมีหนวดมีเครานะ (หัวเราะ)''
ฮิวโก้ : ''ผมจะไว้จนถึงวันนั้นเลยครับ''

 

 

  ความรู้สึกของ ''ฮาน่า'' ที่ต้องเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว?
ฮาน่า : ''ก็ตื่นเต้นแล้วก็กลัว หนึ่งคือกลัวชีวิตโสดหายไป แล้วก็ตื่นเต้นด้วย แล้วก็ดีใจด้วย เพราะฮาน่าเป็นคนที่ชอบทำงานแล้วก็ติดเพื่อนมาก และเหมือนรู้แล้วว่าพอแต่งงานแล้วเราต้องอยู่เมืองไทยน้อยลงซึ่งเราก็รักเมืองไทยมาก และชอบใช้ชีวิตในเมืองไทย แล้วก็ต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ซึ่งที่นั่นอาจจะเพื่อนน้อย ไม่มีครอบครัวเราอยู่ที่นั่นเราก็ต้องใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่งที่เราไม่เคยใช้ เหมือนเรียนรู้แล้วก็ต้องคอยดูแลเค้า ก็เลยอาจจะมีความตื่นเต้นนิดนึงว่า เราจะทำหน้าที่ภรรยาที่ดีได้เต็มที่ไหม''

 

 

ตัดสินใจยากไหมว่าจะแต่งงานกับ ''ฮิวโก้''?
ฮาน่า : ''ยากนะ...เพราะไม่อย่างนั้นก็คงตัดสินใจไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว (หัวเราะ) เพราะเราคุยกันมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เริ่มต้นจากคุณแม่เล็กด้วย เค้าก็คุยๆ กับเรามา เราก็ผัดเค้ามาเรื่อยๆ บอกว่าให้ถึง 30 ก่อนแล้วกัน แล้วตอนนี้มันก็ไม่มีข้ออ้างแล้วเพราะ 30 แล้ว แล้วก็คิดว่าเราดูแลซึ่งกันและกันมา 4 ปีแล้ว เราก็ยังซื่อสัตย์กันเหมือนเดิม และศรัทธาในความรักเหมือนกันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็เลยคิดว่ามันเป็นเวลาที่สมควรแล้วค่ะ''

 

 

''ฮิวโก้-ฮาน่า'' ต่างจากผู้ชาย/ผู้หญิงคนอื่นอย่างไร?
ฮาน่า : ''มันไม่มีเหตุการณ์หรอกค่ะ 4 ปี เค้าต้องเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ใช่วันนึงดี พรุ่งนี้ธรรมดา คือทุกวันที่เค้าให้ความรู้สึกกับเรามันเหมือนกันตลอด เค้าห่วงเราทุกวัน เค้าดีกับเราทุกวัน ไม่มีวันไหนที่เค้าเปลี่ยนไป แล้วเค้าก็ไม่ได้มาเปลี่ยนเพื่อเรา เค้าค่อยๆ ปรับซึ่งกันและกันมากกว่า มีบางอย่างที่เราไม่ชอบในตัวเค้า เค้าก็อาจจะไม่ชอบในตัวเรา แต่เค้าก็พยายามปรับให้เรา นั่นก็แสดงออกแล้วว่าเค้ารักเราและตั้งใจทำอะไรให้เรา สุดท้ายแล้วที่สำคัญที่สุด เค้ายอมเปลี่ยนศาสนามาทางเรา ก็ถือว่าเค้าให้เรามากที่สุดแล้ว''

 

 

ฮิวโก้ : ''ก็...จริงๆ แล้วคงจะเป็นเหตุการณ์ที่เราไปเที่ยวแล้วรู้สึกว่าอยากจะแนะนำว่าไปคนละทางแล้วโมโหกัน แล้วคือผมเป็นคนที่ถ้าโมโหกับใครขนาดนั้นคือไม่ต้องมาเห็นหัวกันอีกแล้ว แต่นี่เรา 2 คนห่างกันได้แป๊บเดียวก็ทนไม่ไหว ยังไงก็ต้องง้อกัน แล้วก็มันอะไรแบบนี้แหละครับ มันคือเวลารวมนะ เราจะมาเอาเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งก็ไม่ได้ แต่เรามีความทรงจำที่สวยงามต่อกัน แต่ทุกวันที่เราใช้ชีวิตด้วยกันมันต้องมีภาพเหมือนกัน ทุกครั้งเราต้องรู้สึกว่าเรากำลังใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ให้เกียรติเรา และพร้อมที่จะรับสภาพของเรา และวันที่เราเฟลจากงาน เราก็รู้สึกว่าเราเซ็ง ซึมเศร้า เราต้องแยกวงไปต่างประเทศ แต่พอเรากลับมาแล้วเราเจอเค้า เห็นหน้าเค้า อยู่กับเค้าก็รู้ว่างานมันก็สำคัญนะ แต่การที่เราได้อยู่กับเค้าเราสบายใจกว่า''

 

 

''ฮิวโก้'' หวงชีวิตโสดเหมือน ''ฮาน่า'' ไหม?
ฮิวโก้ : ''ผมเป็นคนที่ไม่เคยหวงชีวิตโสดอยู่แล้ว เพราะว่าชีวิตโสดเนี่ย ที่คนเค้าบอกว่าสนุกเหลือเกินน่ะ...มันเว่อร์! มันสนุกกันเฉพาะตอนเจอหน้าเพื่อน ยอมรับว่าสนุก แต่ไอ้วันที่ไม่อยู่กับเพื่อนเนี่ย มันไม่ได้สนุกอะไรสำหรับผม ถ้าเพื่อนไม่ร่วมมือโสดกับเราด้วยเนี่ยมันไม่สนุก แต่ถ้ามีแก๊งน่ะแน่นอน มันคงเป็นอะไรที่สนุกมาก แต่ทว่าเราโตแล้ว เราจะมานั่งรอแก๊งมันไม่ใช่ โดยเฉพาะวิถีชีวิตอย่างผมเนี่ย ย้ายไปย้ายมามันไม่สามารถอยู่กับวงเพื่อนแก๊งเดิมตลอด สำหรับผมชีวิตโสดมันคือความเหงา...มันไม่ใช่อะไรที่ผมโหยหาเลย''

 

 

วันงานเลี้ยง 21 มี.ค. 52 จะเชิญสื่อไหม?
ฮิวโก้ : ''เดี๋ยวจะมีซุ้มให้ด้านหน้านะครับ จะได้ถ่ายรูปแขก แต่ว่าในงานเราอยากจะให้แสงหรี่ๆ บรรยากาศดีๆ ไม่อยากมีแฟลชอะไรทั้งนั้น แต่เดี๋ยวจะมีโซนให้ แล้วเราก็จะยืนรับแขกกับซุ้มดอกไม้แล้วถ่ายรูปกัน''

ที่มา siamdara.com